กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

เชฟรอนจัดกิจกรรม"เอามื้อสามัคคี"ครั้งที่3 หวังสร้างชุมชนต้นแบบ สานต่อศาสตร์พระราชา

  • Date : 2018-09-14 14:02:19

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” ครั้งที่ 3 ในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” เมื่อเร็วๆนี้ ที่หมู่บ้านสุขสมบูรณ์ ต.หนองหัวโพ อ.หนองแซง จ.สระบุรี โดยหวังให้เป็น“ชุมชนกสิกรรมวิถี” และเป็น“ชุมชนต้นแบบ” ในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วประเทศร่วมสานต่อศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานเปิดงาน กล่าวว่า “ชุมชนกสิกรรมวิถี เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนหลากหลายอาชีพที่มีแนวคิดและอุดมการณ์เดียวกัน สร้างชุมชนพอเพียงที่พึ่งตนเองได้แม้ยามเกิดภัยพิบัติ โดยนำแนวคิดเรื่องทฤษฎีใหม่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสภาพภูมิสังคม ด้วยการทำกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งรณรงค์ให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมี หันกลับมาพึ่งพาตนเอง โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมา เพื่อเน้นการทำเกษตรแบบยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย”

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด แกนนำภาคเอกชน กล่าวว่า  ในปีที่ 6 ของการดำเนินโครงการฯ  เรายังคงยึดแนวคิด ‘แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี’ ในการจัดกิจกรรมใน 4 พื้นที่ คือ กรุงเทพมหานคร จันทบุรี สระบุรี และน่าน ซึ่งแต่ละแห่งมีสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพื่อจะได้สร้างต้นแบบที่หลากหลาย เป็นแรงบันดาลใจต่อไปในทุกกลุ่มสังคมในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งอยู่ในลุ่มน้ำป่าสัก

ทั้งนี้ จ.สระบุรี เป็นจุดเริ่มต้นของการรณรงค์ให้สร้างหลุมขนมครกเพื่อหยุดท่วม หยุดแล้ง มาตั้งแต่การดำเนินโครงการในปีแรก และขยายผลออกไปยังลุ่มน้ำอื่นๆ ทั่วประเทศ ทำให้เกิดพื้นที่และคนต้นแบบมากมาย อาทิ อ.บุญล้อม เต้าแก้ว แห่งสวนล้อมศรีรินทร์  จ.สระบุรี ซึ่งเป็นตัวอย่างของผู้ที่ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และปัจจุบันท่านเป็นคณะทำงานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่ศาสตร์พระราชา  

โดย เชฟรอนให้การสนับสนุนโครงการฯ อย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ปีที่  6 เนื่องจากตรงกับนโยบายด้านสังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้พึ่งพาตนเองได้ โดยทำโครงการนี้แบบค่อยเป็นค่อยไป  เพราะจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 9 ปี  เท่าที่ผ่านมาโครงการฯ ประสบความสำเร็จพอสมควร มีตัวอย่างความสำเร็จให้เห็นหลายแห่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ  ทั้งนี้ เชฟรอนจะยังทำงานร่วมกับพันธมิตร พร้อมทั้งเรียนรู้ระหว่างทางไปตลอดว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสำเร็จ  นอกจากนี้ เชฟรอนยังจะมองหา “คอขวด” หรืออุปสรรคต่อการพัฒนา เพื่อเข้าไปช่วยแก้ไขต่อไป

คอขวดระยะแรก คือ ประชาชนขาดการตระหนักรู้  จากเดิมที่มีคนที่สนใจเพียงกลุ่มเล็กๆ เชฟรอนได้เชิญดาราเข้าร่วมโครงการเพื่อสร้างจุดสนใจ ทำให้โครงการฯ เป็นที่รับรู้มากขึ้น และเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

คอขวดในระยะที่สอง คือ การขาดแคลนวิทยากร เนื่องจากมีคนสนใจอยากลงมือทำมากขึ้น จึงต้องเพิ่มจำนวนศูนย์เรียนรู้ เพิ่มการเรียนการสอน เพิ่มวิทยากร สร้างคน เพื่อให้สามารถออกแบบและอบรมคนได้อย่างเพียงพอกับความต้องการ ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีที่มีคนให้ความสนใจมากมาย  หลังจากนั้น ต้องมีการขับเคลื่อนระดับชาติ เพื่อให้เกิดการยอมรับมากขึ้นทั้งในวงการวิชาการและอื่น ๆ เชฟรอนจึงได้สนับสนุน ให้สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ทำวิจัยที่มีผลทางวิชาการยืนยันชัดเจนว่า ศาสตร์พระราชาช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจริง ทั้งมิติด้านสภาพแวดล้อม คือ ดินดี มีแหล่งน้ำ และผลผลิตที่มากขึ้น  มิติด้านสังคม คือ การได้กลับมาเป็นครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา และมิติด้านเศรษฐกิจ คือ ปลดหนี้ได้ สร้างรายได้ พึ่งพาตนเองได้

นายอาทิตย์กล่าวเสริมว่า “เราแก้ปัญหาเป็นเปลาะๆ ไม่มีสูตรตายตัว แต่เชื่อว่ามาถูกทางแล้ว และเราอยากสนับสนุนให้เกิดผลจริง  สำหรับพนักงานเชฟรอนที่มาเป็นจิตอาสา บางคนก็นำไปทำในพื้นที่ของตนเองควบคู่ไปกับการทำงานประจำ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายท่านที่เกษียณแล้ว ได้นำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด และบอกต่อกับญาติพี่น้องให้ลงมือทำตามศาสตร์พระราชาด้วย”

กิจกรรมเอามื้อสามัคคีครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ  กิจกรรมเอามื้อ หรือการลงแขกที่หมู่บ้านสุขสมบูรณ์ จ.สระบุรี เพื่อสร้างชุมชนกสิกรรมวิถีตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งมีพนักงานเชฟรอนกว่า 200 คน เข้าร่วมด้วย  และยังมีเครือข่ายคนมีใจจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ และผู้ที่สนใจสมัครผ่านทางเฟซบุ๊คโครงการ รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คนเข้าร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมปั่นจักรยานรณรงค์จาก “ป่าสักโมเดล” ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่จัดตั้งขึ้นในปีที่ 4 ของการดำเนินโครงการ ณ ห้วยกระแทก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี มายังที่หมู่บ้านสุขสมบูรณ์ รวมระยะทาง 60 กม. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่การเรียนรู้วิถีพอเพียงตามรอยพ่อ โดยมีเครือข่าย  นักปั่นสะพานบุญ ชมรมจักรยานทีมรบพิเศษ นักปั่นในพื้นที่ และนักปั่นเชฟรอนอีกรวมทั้งสิ้นกว่า 200 คน

สำหรับแนวคิดในการออกแบบพื้นที่ 47.5 ไร่ ของหมู่บ้านสุขสมบูรณ์ นายบุญล้อม เต้าแก้ว คณะทำงานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เครือข่ายภาควิชาการกล่าวว่า  “การออกแบบพื้นที่หมู่บ้านสุขสมบูรณ์เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความต้องการของสมาชิกแต่ละคนว่ามีเป้าหมายอย่างไรและอยากจะทำอะไร เรานำองค์ความรู้เรื่องหลุมขนมครกมาช่วยออกแบบ ให้คำแนะนำและเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งแต่ละแปลงจะขุดบ่อของตัวเองเพื่อกักเก็บน้ำ นอกจากนี้เรายังจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางที่จะต้องใช้ร่วมกันด้วย เช่น ถนนทางเข้า คูน้ำ คันดิน เป็นต้น”

 “สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จะได้เรียนรู้หลักการออกแบบพื้นที่ตามหลักภูมิสังคม โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. เข้าใจถึงวิธีการปรับปรุงบำรุงดิน ทำปุ๋ยแห้ง แบบไม่พลิกกลับกอง และทำปุ๋ยน้ำนม ด้วยฮอร์โมนนมซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีมากในพื้นที่ นอกจากนั้น ยังได้ร่วมกันปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ทำฝายชะลอน้ำด้วยกระสอบและไม้ไผ่ และสร้างระบบนิเวศและแหล่งอาหาร ด้วยการดำนา ปั้นหัวคันนาทองคำ ทำกระชังเลี้ยงกบและทำแซนวิชปลาในนาข้าว” นายบุญล้อม กล่าวเพิ่มเติม

หลังจากนี้ โครงการฯ จะเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยส่งเสริมให้ประชาชนลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ.เวียงสา จ.น่าน ในวันที่ 26-28 ตุลาคม 2561 นำโดยบัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน และสุดาพร พรหมรักษา เจ้าของพื้นที่บ้านน้ำปี้ ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ทาง http://www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking

บรรยายภาพ: ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร (กลาง) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายสมศักดิ์ แก้วเสนา (ที่ 2 จากขวา) นายอำเภอหนองแซง นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ (ที่ 3 จากขวา)  ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ  นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง (ขวาสุด) ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาแหล่งผลิต บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด อ.ไตรภพ โคตรวงษา (ซ้ายสุด) ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ  และ นายบุญล้อม  เต้าแก้ว (ที่ 2 จากซ้าย) คณะทำงานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด

irpc