กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

สนพ.ส่งสัญญาณรัฐวิสาหกิจปรับตัวรับนวัตกรรมยุคใหม่

  • Date : 2018-03-15 17:16:39

สนพ.ส่งสัญญาณ เตือนองค์กร รัฐวิสาหกิจ เร่งปรับตัวรับนวัตกรรมยุคใหม่ที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบหักมุม (Disruptive change) พร้อมสนับสนุนทุนวิจัยนวัตกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง, SME และเทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงาน ในขณะที่นักวิชาการระบุปัญหาการสื่อสารระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ แนะตั้งผู้จัดการนักวิจัย ช่วยแก้ปัญหาได้

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่า ทิศทางพลังงานของไทยกำลังถูกนวัตกรรม(Innovation)ยุคใหม่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบหักมุม(Disruptive change) ซึ่งหลายองค์กรสามารถปรับตัวได้แล้ว แต่ยังมีหลายองค์กรรัฐวิสาหกิจที่ยังไม่สามารถค้นพบทิศทางการบริหารงานใหม่ภายใต้กระแสนวัตกรรมที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ดังนั้นหากปัจจุบันองค์กรใดไม่พัฒนาใช้นวัตกรรม จะทำให้ยึดติดกับพลังงานที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น จนไม่สามารถทราบตัวตนที่แท้จริงขององค์กรและทิศทางการให้บริการในอนาคตได้

ทั้งนี้บุคลากรที่มองเห็นความสำคัญของนวัตกรรม จะเกิดทักษะขึ้น มีความกล้า ไม่ยึดติดและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยโลกนวัตกรรมในอนาคตจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังนี้  ประชาชนจะหันมาอยู่ในเมืองมากกว่าชนบท และเมืองจะเป็นตัวดูดพลังงานมากกว่าชนบท 4-5 เท่า, โลกจะหันไปสู่นวัตกรรมสีเขียว หรือ นวัตกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม, จะเกิดนวัตกรรมที่ตอบสนองวัยสูงอายุมากขึ้น,ทุกอย่างในชีวิตจะมีระบบเซนเซอร์ประมวลผล และจะเกิดธุรกิจใหม่ทางโลกออนไลน์มากขึ้น เป็นต้น    

ดังนั้นการวิจัยด้านพลังงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หยุดไม่ได้ ต้องพัฒนารองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันงบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในส่วนของ สนพ. ยังต้องการส่งเสริมงานวิจัยในด้านการอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง, การอนุรักษ์พลังงานกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SME),การสร้าง platform สำหรับการปรับเปลี่ยนโหมด( Mode shift) และการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถประหยัดพลังงานได้ ซึ่งขณะนี้ยังขาดงานวิจัยพลังงานในด้านดังกล่าวอยู่มากและยังรอนักวิจัยเข้ามาเสนอผลงานอยู่ เพื่อต่อยอดไปสู่การนำไปใช้ได้จริงในสังคม

 ศ.ดร.ธีระพงษ์ วิกิตเศรษฐ  อาจารย์ประจำคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวว่า การให้ทุนวิจัยพลังงานเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องมีระบบตรวจสอบไม่ให้งานวิจัยเกิดความซ้ำซ้อนกัน แต่ควรเป็นงานวิจัยที่ช่วยต่อยอดให้เกิดการพัฒนาสู่การนำมาใช้จริงได้มากขึ้น นอกจากนี้เห็นว่าอนาคตพลังงานไทยจะมีการผสมผสานพลังงานทดแทนหลากหลายชนิดมากขึ้น และการใช้น้ำมันจะลดลง ดังนั้นการจัดหาและการใช้พลังงานควรคำนึงถึงการตั้งราคาพลังงานที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจากการผลิตและมูลค่าทางสิ่งแวดล้อม

นายเกชา ธีระโกเมน กรรมการสถาบันอาคารเขียวไทย กล่าวว่า ช่องว่างระหว่างผู้วิจัยกับผู้ใช้หรือผู้ประกอบการยังมีมากเกินไป นักวิจัยยังมองไม่ออกถึงความต้องการของผู้ใช้ จึงทำให้การนำมาใช้จริงเกิดได้ยาก ดังนั้นจึงควรมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย

รศ.ดร.ศุภชาติ จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้ประสานงาน สำนักงานโครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ.-สกว. กล่าวว่า อยากเสนอให้มีผู้จัดการวิจัย ซึ่งจะทำหน้าที่ประสานระหว่างผู้วิจัยกับผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดการนำนวัตกรรมผลิตออกมาใช้ได้จริง ซึ่งผู้จัดการวิจัยจะต้องมีทักษะและความรู้ด้านเทคโนโลยีที่สามารถสื่อสารและสนองความต้องการของผู้ใช้ได้

กลับสู่กิจกรรมทั้งหมด