กิจกรรมทั้งหมด

Date : 31 / 10 / 2017

  • Date : 31 / 10 / 2017
    เขื่อนศรีนครินทร์ แจงเหตุแผ่นดินยุบตัว อ. ศรีสวัสดิ์ ไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเขื่อน

    กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ เชิญผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่สำรวจแผ่นดินยุบตัว บริเวณอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี และสำรวจอุโมงค์ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนศรีนครินทร์ ยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อเขื่อน มีความมั่นคงปลอดภัยและแข็งแรงดี พร้อมเร่งลงพื้นที่เกิดเหตุช่วยเหลือประชาชน   

    นายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา กฟผ. ได้เชิญ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ทหาร ร.29 พัน 2 เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุแผ่นดินยุบตัว และขยายวงกว้างเป็นหลุมขนาดใหญ่ ลึกประมาณ 20 เมตร บริเวณโรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง หมู่ 3    ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ห่างจากเขื่อนศรีนครินทร์ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 5 กิโลเมตร จากการตรวจสอบพบว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดจากสภาวะฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ประกอบกับสภาพกายภาพทางธรณีวิทยาใต้ดินบริเวณจุดเกิดเหตุมีลักษณะเป็นโพรงหิน และเป็นเส้นทางการไหลของธารน้ำเดิม ทำให้ดินถูกกัดเซาะและยุบตัวเป็นหลุมกว้าง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนศรีนครินทร์แต่อย่างใด

    นอกจากนั้น ยังได้นำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (คสช.) ผู้เกี่ยวข้องและสื่อมวลชน ลงพื้นที่สำรวจอุโมงค์ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนศรีนครินทร์ มีการตรวจสอบปริมาณน้ำที่ซึมผ่านตัวเขื่อน แรงดันน้ำและการรั่วซึม พบว่า เขื่อนศรีนครินทร์มีสภาพปกติ ทั้งนี้ การก่อสร้างทางวิศวกรรมของเขื่อนศรีนครินทร์มีการอัดน้ำปูนลงไปใต้ดินลึกกว่า 100 เมตร ตลอดแนวสันเขื่อน ทำให้น้ำใต้ดินไม่สามารถลอดผ่านได้ จึงขอยืนยันว่า เขื่อนศรีนครินทร์ มีความมั่นคงปลอดภัยและแข็งแรงดี

    สำหรับการช่วยเหลือประชาชนในบริเวณที่เกิดเหตุแผ่นดินยุบตัวนั้น นายประเสริฐชี้แจงว่า เบื้องต้น เขื่อนศรีนครินทร์ ได้ร่วมกับจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำแนวเขตปิดกั้นไม่ให้ประชาชนและนักเรียนของโรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณแผ่นดินยุบตัวเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งเตรียมบ้านพักสำรองชั่วคราวสำหรับบ้านพักครูที่ได้รับผลกระทบ และผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีจะดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป

Date : 30 / 10 / 2017

  • Date : 30 / 10 / 2017
    สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (APPP) จัดสัมมนา"ร้อยใจผู้ผลิตไฟฟ้าไทย ประจำปี2560" 2-3 พ.ย.นี้
    สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (APPP) ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนในประเทศ (IPP และ SPP) จัดงานสัมมนา “ร้อยใจผู้ผลิตไฟฟ้าไทย ประจำปี 2560” โดยเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านพลังงาน เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า 
     
    นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)  ในฐานะ นายกสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน(APPP) เปิดเผยว่า งานสัมมนา “ร้อยใจผู้ผลิตไฟฟ้าไทย ปี 2560” จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2560 ณ ห้องนภาลัยเอ โรงแรมดุสิตธานีพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านพลังงาน เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า 
     
    โดยการสัมมนาดังกล่าว จะมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายองค์กรร่วมบรรยาย อาทิ นายมนยศ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการฝ่ายแผนและกำกับการจัดหาพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จะบรรยาย เรื่อง Solar Rooftop และนโยบายการรับซื้อ Renewable Energy  นายภาววิทย์ กลิ่นประทุม วิทยากรและนักเขียนจาก บริษัท สต็อคทูมอร์โรว์ จำกัด (Stock2morrow) บรรยายในหัวข้อ “การลงทุนใน Segment ที่เกี่ยวกับพลังงานและการลงทุนเพื่ออนาคต” นายธนพัชร สุขสุธรรมวงศ์ Head of Business Unit และ นายธีระพล วงศ์เลิศพิชิต ที่ปรึกษาโครงการพิเศษ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) บรรยายหัวข้อ “สถานีประจุไฟฟ้า (EV Charging Station)” 
     
    สำหรับ สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (APPP) นั้นเป็น การรวมตัวกันของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer) หรือ SPP และผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (Independent Power Producer) หรือ IPP โดยจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2543

Date : 18 / 10 / 2017

  • Date : 18 / 10 / 2017
    "เชฟรอน"ผนึกกำลัง"เอามื้อ สามัคคี"ขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา สู่การปฎิบัติ
    บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ผนึกกำลัง กับ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดกิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” ครั้งที่ 3 โดยเลือกพื้นที่ของนายแสวง ศรีธรรมบุตร เกษตรกรบ้านนาเรียง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ผู้พลิกฟื้นผืนดินจากที่เป็นดินลูกรัง จนเป็นพื้นที่เขียวขจีอุดมสมบูรณ์ตามแนวทางศาสตร์พระราชา  เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชา ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สู่การลงมือปฏิบัติ  
     
    นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่ากิจกรรม  “เอามื้อสามัคคี”  ครั้งแรกจัดขึ้นที่พื้นที่แปลงเกษตรสาธิต คณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล. ซึ่งเป็นตัวแทนภาคกลาง เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้สำหรับการทำเกษตรในเมือง  ครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่ จ.ราชบุรี ตัวแทนภาคตะวันตก เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนโครงการฯ สู่ลุ่มน้ำแม่กลอง ที่ได้แตกตัวและขยายผลอย่างต่อเนื่องจาก 16 รายมาเป็น 30 ราย สำหรับครั้งที่ 3  ซึ่งจัดขึ้นที่ จ.อุดรธานี ในครั้งนี้ อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนโครงการฯ สู่ลุ่มน้ำชี  ส่วนครั้งสุดท้ายจะไปที่ จ. เชียงใหม่ ในภาคเหนือ ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างตัวอย่างความสำเร็จในพื้นที่ที่มีความยากลำบากให้เห็นในแต่ละพื้นที่ และเป็นการพิสูจน์ว่าศาสตร์พระราชานั้นช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้จริง และจะเป็นหนทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ 
     
    ไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด 
     
     
    โดยกิจกรรม“เอามื้อสามัคคี”  นั้นอยู่ ภายใต้การดำเนินโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”ปี 5 ซึ่งดำเนินงานภายใต้แนวคิด ‘แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี’ มีเป้าหมายที่จะจัดกิจกรรมตามแนวคิด ‘โคก หนอง นา’ โมเดล ใน 4 พื้นที่ ให้ป็นตัวแทนในแต่ละภาค เป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์พระราชา ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สู่การลงมือปฏิบัติ และขับเคลื่อนความสำเร็จของโครงการฯ จากลุ่มน้ำป่าสักสู่ลุ่มน้ำอื่นๆ ด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง อย่างยั่งยืน
     
    ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า  กิจกรรม ‘เอามื้อสามัคคี’ ที่จ.อุดรธานี ในครั้งนี้ ก็เป็นการ ‘แตกตัว’ ของโครงการฯ ที่ขยายผลจากลุ่มน้ำป่าสักไปยังลุ่มน้ำชี โดยกิจกรรมมี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นกิจกรรมเอามื้อสามัคคีในพื้นที่ของนายแสวง ศรีธรรมบุตร เกษตรกรแห่งบ้านนาเรียง ด้วยการปลูกต้นดาวเรืองเป็นรูปเลขเก้าไทย (๙ ) เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้พระราชทานแนวทางศาสตร์พระราชาแก่เกษตรกรไทย รวมถึงมีการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง การปลูกหญ้าแฝก และการหยอดเมล็ดถั่วเขียว ส่วนที่สอง เป็นกิจกรรมเอามื้อโดยร่วมกันทำฝายและซ่อมคันกั้นน้ำที่เสียหายจากพายุฝนที่คลองประชารัฐในพื้นที่เครือข่ายสภาคริสตจักรนาเรียงอีกด้วย
     
    ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า “คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. ได้เข้าร่วมโครงการฯ ด้วยการร่วมให้คำแนะนำและสอนวิธีการออกแบบพื้นที่ทำการเกษตรของเครือข่ายและประชาชนที่สนใจตามแนวทางศาสตร์พระราชาในรูปแบบ ‘โคก หนอง นา โมเดล’ โดยคำนึงถึงขนาดของพื้นที่ ลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สภาพของดิน รวมถึงความต้องการ และกำลังทุนทรัพย์ของเจ้าของพื้นที่ ทำให้เกิดการยอมรับเป็น วงกว้างในแนวทางการจัดการน้ำที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยมุ่งหวังให้แต่ละพื้นที่สามารถเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาไว้ให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ 
     
    นอกจากนั้น สจล. ยังต่อยอดทำโครงการวิจัย ‘การออกแบบเชิงภูมิสังคมไทย การติดตามและประเมินผลเพื่อบริหารจัดการน้ำชุมชนอย่างมีส่วนร่วม’ ขึ้น ในนาม ‘ศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการแก้ไขปัญหาประเทศ สจล.’ (ITOKmitl) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเชฟรอนตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เพื่อจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบและเป็นมาตรฐานในทางวิชาการ ใน 3 พื้นที่ คือ จังหวัดลำปาง จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดตาก รวม 300 ไร่ โดยบ้านนาเรียง จ.อุดรธานี นั้น คือ หนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของโครงการวิจัยฯ จึงได้จัดแสดงวิธีการจัดเก็บตัวอย่างดิน น้ำ และการตรวจวัดสภาพอากาศ รวมทั้งเก็บภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อแสดงให้เห็นว่างานวิจัยชิ้นนี้ มีการจัดเก็บข้อมูลทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณที่ครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญ ซึ่งจะช่วยยืนยันความสำเร็จของทฤษฎีการจัดการทรัพยากร ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมิทร-มหาภูมิพลอดุลยเดช ในการแก้ไขปัญหาครบทุกมิติได้”
     
    ด้าน นายแสวง ศรีธรรมบุตร เครือข่ายโครงการฯ แห่งลุ่มน้ำชี เกษตรกรผู้พลิกฟื้นผืนดินที่เป็นหิน ให้กลายเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ จนได้รับฉายา “ลุงแสวงผู้มั่งคั่ง (ความสุข) แห่งลำน้ำปาว” ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาสำคัญของแม่น้ำชี เล่าว่า  ตัวเขาเคยหมดหวังกับที่ดินของตัวเอง เพราะเป็นดินลูกรัง ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ถึงขนาดมีคนพูดว่าถ้าที่ดินลุงแสวงปลูกได้ ประเทศไทยก็ไม่จนหรอก 
     
    เขาเคยประกาศขายที่ราคาถูกก็ไม่มีใครซื้อ จึงไปอบรมเรื่องศาสตร์พระราชาที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง พอกลับมาบ้านนาเรียง รู้สึกร้อนวิชานอนไม่หลับลุกขึ้นมาตั้งแต่ตีสี่เพื่อไปขุดดินด้วยมือเปล่า เพราะที่ดินเป็นหินไม่สามารถขุดด้วยจอบได้ พอดีมีคนต้องการดินลูกรังเพื่อไปทำถนน เลยให้เขาขุดดินไปฟรีๆ แลกกับขุดบ่อน้ำให้ 9 บ่อ เพราะแต่ก่อนไม่รู้ว่าต้องเก็บน้ำอย่างไร
     
    เวลาฝนตกได้แต่มองดูน้ำไหลไปหมดภายในเวลาแค่ 30 นาที หลังจากนั้นเริ่มทำตามศาสตร์พระราชา ใช้เวลาแค่ปีกว่าจากผืนดินที่เป็นหินดินดานปลูกอะไรก็ตาย สามารถปลูกพืชผักผลไม้ได้อุดมสมบูรณ์ มีปลาเต็มบ่อ แม้แต่สตรอเบอรี่ยังสามารถปลูกได้ในเดือนเมษายน ที่สำคัญครอบครัวได้กลับมาอยู่อย่างพร้อมหน้ากับลูกชาย ลูกสะใภ้ เป็นครอบครัวที่อบอุ่นอีกครั้ง และในอนาคตก็หวังจะพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาการเกษตร เพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ให้แก่ผู้สนใจต่อไป
     
    สำหรับ กิจกรรม ‘เอามื้อสามัคคี’ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่จ.อุดรธานี  มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทั่วประเทศกว่า 300 คน ได้แก่ เครือข่ายเอามื้อสามัคคีสภาคริสตจักรในประเทศไทย เครือข่ายชาวนาธรรมชาติธรรมธุรกิจ เยาวชนกสิกรรมธรรมชาติและคณะอาจารย์คณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล. เครือข่ายลุ่มน้ำป่าสัก เครือข่ายลุ่มน้ำแม่กลอง กลุ่มอบรมออกแบบพื้นที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล.(รุ่นที่1) กลุ่มลูกรัชดาโรงเรียนละหานทรายรัชดาภิเษกจังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มเยาวชนโรงเรียนบ้านโป่งเกตุจังหวัดสระบุรี อาจารย์และนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ และผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสมัครผ่านทางเฟซบุ๊กของโครงการฯ
     
    ส่วนหนึ่งของกิจกรรม"เอามื้อสามัคคั"ที่จ.อุดรธานี

Date : 16 / 10 / 2017

  • Date : 16 / 10 / 2017
    กลุ่มปตท.สนับสนุนน้ำดื่ม2.22ล้านขวดเพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่9

    กลุ่ม ปตท.ร่วมถวายความอาลัย สนับสนุนน้ำดื่ม 2.22 ล้านขวด เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมมอบน้ำมันเชื้อเพลิงแก่รถสาธารณะ เพื่อใช้ในการขนส่งประชาชนครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 22-31 ต.ค. 2560 และร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทร์ได้กว่า 670,000 ดอก ใช้ในพิธีถวายดอกไม้จันทร์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ  

    วันที่ 16 ต.ค. 2560 กลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ได้มอบน้ำดื่มจำนวน 2,220,000 ขวด แก่กรุงเทพมหานคร สำหรับใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค. 2560 ที่จะถึงนี้  โดยมีพลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน และพล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนรับมอบน้ำดื่มดังกล่าวจาก 6 หน่วยงานของ ปตท.ซึ่งมีผู้บริหารร่วมส่งมอบ ดังต่อไปนี้ 
    1.นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ PTTGC มอบน้ำดื่มจำนวน 500,000 ขวด
    2.นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ PTTEP มอบน้ำดื่ม จำนวน 500,000 ขวด 
    3.นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) หรือ TOP จำนวน 500,000 ขวด
    4.นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) หรือ IRPC มอบน้ำดื่ม 500,000 ขวด
    5.นายเติมชัย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด หรือ GPSC มอบน้ำดื่ม 200,000 ขวด 
    และ6. นายชัชวาล เอี่ยมศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท.จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด หรือ PTTNGD มอบน้ำดื่ม 20,000 ขวด 

    นอกจากนี้ ปตท.ได้ร่วมมือกับ 3 รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.)และการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) รวมพลังให้บริการประชาชนในการเดินทางมาร่วมถวายอาลัยในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ โดย ปตท.จะมอบน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่  3 หน่วยงานเพื่อใช้ในการขนส่งประชาชนครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 22-31 ต.ค. 2560 รวมทั้งพนักงานกลุ่ม ปตท.และองค์กรเกี่ยวข้องได้ร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทร์ได้กว่า 670,000 ดอก เพื่อส่งมอบให้สำนักพระราชวัง กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตจตุจักรและหน่วยงานที่เป็นจุดวางดอกไม้จันทร์เพื่อใช้ในพิธีถวายดอกไม้จันทร์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ  

    สำหรับตลอด 1 ปีที่ผ่านมา  ปตท.ได้สนับสนุนผลิตภัณฑ์จาก ปตท. และจากบริษัทในกลุ่ม เพื่อร่วมถวายความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้แก่  ร่วมแจกอาหารและเครื่องดื่มเพื่อบริการประชาชนที่มากราบพระบรมศพ ทั้งอาหารว่าง 3 แสนชุด เครื่องดื่มอเมซอน 225,000 แก้ว น้ำดื่ม 8,606,487 ขวด Daddy Dough 15,500 ชิ้น ซาลาเปาฮั่วเซงเฮง 18,000 ลูก รวมทั้งสนับสนุนกรวยยางจราจร 2,000 อัน ,สนับสนุนก๊าซหุงต้มในการปรุงอาหาร, ช่วยจูนอัพเครื่องยนต์, สนับสนุนน้ำมันหล่อลื่นให้มอเตอร์ไซค์รับส่งช่วง 100 วันฟรี, สนับสนุนพนักงานจิตอาสา ร่วมกิจกรรมกว่า 2,500 คน หมุนเวียนตลอด 1 ปี, สนับสนุนภาชนะกระดาษเคลือบพลาสติก BioPBS จำนวน 1 ล้านชิ้น และเพาะกล้าดาวเรือง 99,999 ต้น เพื่อใช้ปลูกในพื้นที่หน่วยงานกลุ่ม ปตท.และจัดกิจกรรมให้ผู้บริหารและพนักงาน กลุ่ม ปตท. มีส่วนร่วมปลูก เพื่อน้อมถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และให้บานสะพรั่งในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ