Date : 18 / 08 / 2016

  • Date : 18 / 08 / 2016
    IES kicks off new solar rooftop service with zero investment option

    Impact Electrons Siam Co., Ltd., or IES, started off its new business under Impact Solar Limited, or Impact Solar, that provides full service of solar rooftop solutions for industrial operations and organizations to generate clean solar power for domestic consumption and lower their electricity bills.  Impact Solar also offers to customers a unique package that requires zero investment cost and Kerry Siam Seaport Co., Ltd., or KSSP, is the first client under this scheme.

    Somboon Lertsuwannaroj, Executive Vice President, Business Development at IES, who oversees IES developing more than 180 MW solar projects in both Thailand and Japan, said that Impact Solar’s comprehensive services involve consultations, design, installation, maintenance and all through to financing and investment. Industrial operations and organizations will be able to save their expenses on electricity bills at the first day the solar rooftop system installed at their facilities by Impact Solar, he said.

    Commercial organizations interested in Impact Solar’s solar rooftop operation can opt for either Solar PPA (Power Purchase Agreement) or Solar Sale schemes. For Solar PPA, there is no initial investment cost required and only the actual amount of electricity consumed is paid. More importantly, Impact Solar guarantees a discount tariff rate of electricity for the entire project period, Mr Somboon said. He added that the ownership of the solar rooftop system will be transferred to the customers at the end of the project period for smooth continued use of the energy. Alternatively, customers can also request to purchase the system after the first year of operation.

    Regarding to Solar Sale option, customers make the investment for the ownership of the system while Impact Solar offers them turnkey solutions and full services including design and installation, insurance, application for permit and helping the customer to get financial support from local financial institutions, Mr Somboon said. Operation and maintenance services is provided free of charge for 2 years under this package, he added.  Business operations invest in solar rooftop installation also receive tax privileges under the Board of Investment’s criteria.



    “Looking at an example case of a 500 kW installation capacity, the Solar PPA scheme will help business operators save up to around THB12-15 million along the project period. As for the Solar Sale package, the operators can save even more at an average of THB 5 million a year or THB125 million for the entirety of the project. The more capacity installation means the more saving on the bills,” Mr. Somboon comments. The assumption is based on the current government tariff and estimated escalation of electricity rate, he added.

    According to Mr Somboon, interested industrial manufacturers and operators can find out roughly how much electricity expense and the CO2 emission they can save by calculating via a user-friendly and easy application on www.impactsolar.co.th. They are required to identify few key data such as the monthly electricity bill, the daily operating hour and the roof area for receiving the result that shows average annual saving and the 25-year saving on electricity bills, CO2 saving in ton per year, recommended installation capacity as well as upfront cost and annual operation and maintenance cost, in case of Solar Sale scheme.



    “By operating our solar rooftop business we fully support the Ministry of Energy’s policy on solar rooftop project. Organizations that are interested to participate in the government’s solar rooftop plan can come to us for consultation and so on,” Mr Somboon said.

    Impact Solar has secured its first customer when it signed the first Private Power Purchase Agreement (PPA) or Solar PPA contract in February this year with Kerry Siam Seaport Limited (KSSP), a subsidiary of Kerry Logistics Network, providing ANYWHERE GMR (Greater Mekong Region) logistics solution including Terminals, Warehouses, and Multimodal Transportation services. Recently, Impact Solar has executed a Solar PPA with JAS Asset PCL, who is a leading property developer. A total of 1,000 kW solar rooftop system will be installed on both KSSP warehouse located in Sri Racha, Chonburi and JAS Urban Srinakarin, an upcoming shopping mall in Srinakarin, Bangkok. Impact Solar will provide the customer with clean solar energy at discounted tariff rate throughout the PPA lifetime of 25 years.

    “We are talking with several industrial manufacturers as potential customers and we believe that they are seeing the essential of energy saving while considering the importance of clean energy for their sustainable growth,” Mr Somboon concluded.

    IES has more than 8 years of international experiences in solar development in Thailand and Japan with renowned technology partners. This professional collaboration can confirm that IES has always developed the projects with high standards.

    “We believe that solar rooftop has currently reached the new level of being competitive to the government’s electricity tariff. However, some customers are concerned about some technical and maintenance issues or investment risk. Our Solar PPA will solve this all. Furthermore, our professional technology partner will be in charge of the whole process from installation to maintenance. Many leading international and local banks are also ready to lend financial support to the project,” added Mr Somboon.

Date : 10 / 08 / 2016

  • Date : 10 / 08 / 2016

    กระทรวงพลังงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโชว์ยานยนต์ไฟฟ้า หน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ให้นายกรัฐมนตรีลองขับ ทั้งรถยนต์ รถตุ๊กตุ๊ก รถจักรยานยนต์  พร้อมสนับสนุนตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า 100 สถานี

     เมื่อวันที่10ส.ค.พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เยี่ยมชมบูธการแสดงยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ซึ่งกระทรวงพลังงาน ได้นำรถยนต์ BMW i3 (Fully EV) พร้อมแท่นประจุไฟฟ้ามาจัดแสดง นอกจากนี้ยังมีรถยนต์จากหน่วยงานต่างๆ มาจัดแสดงด้วย อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า Honda Jazz (ดัดแปลง) จาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รถยนต์ไฟฟ้า BYD จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รถยนต์ Toyota Prius จาก บมจ.ปตท. พร้อมกันนี้ยังมีรถยนต์ไฟฟ้า จากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เช่น รถยนต์ BMW i8 รถยนต์ Tesla Model s รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า Limoจักรยานยนต์ไฟฟ้า รุ่น EV Neo, รุ่น EV Vino, รุ่น Big E-Bike

     พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมยานยนต์ไฟฟ้าว่า กระทรวงพลังงานได้วางกรอบแผนบูรณาการพลังงานแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายที่จะลดความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ลง 30% ในปี 2579 เมื่อเทียบกับปี 2553 ซึ่งมาตรการหลักของแผน คือ การใช้ลดใช้พลังงานในภาคขนส่ง เนื่องจากเป็นภาคที่ใช้พลังงานมากที่สุด ซึ่งการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาจัดแสดงในวันนี้ ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ภาครัฐได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และในการประชุม กพช. วันนี้(10ส.ค.) กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เสนอโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) เพื่อพิจารณาด้วย ทั้งนี้การสนับสนุนการลงทุนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า จำนวน 100 สถานี โดยสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Quick Charge จะให้การสนับสนุน 1 ล้านบาท/สถานี และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ Normal Charge จะให้การสนับสนุน 1 แสนบาท/สถานี

     พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานยังได้มีการจัดตั้งคณะทำงานและจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย โดยมีหน่วยงานภาครัฐและตัวแทนภาคเอกชนเป็นคณะทำงาน ซึ่งได้กำหนดแนวทางการจดทะเบียนผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า และการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปี โดยเน้นให้ราคาการอัดประจุไฟฟ้ากลางวันสูงกว่าการอัดประจุไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้จะมีโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับภาครัฐและเอกชนซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์การสนับสนุนและจะประกาศให้ทราบประมาณภายในเดือนสิงหาคมต่อไป 

     “กระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อม ระบบไฟฟ้าพื้นฐานของประเทศ ให้สามารถรองรับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งหากมีการชาร์จไฟรถยนต์แบบควิกชาร์จพร้อมๆ กัน ระบบไฟฟ้าพื้นฐานต้องสามารถรองรับได้ ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงพลังงานประมาณการเบื้องต้นจากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีถึง 1.2 ล้านคันในปี 2579 ณ ตอนนั้นประเทศไทยจะมีปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าตามแผนประมาณ 70,000 เมกะวัตต์ บวกกับกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่ 15-20% ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน” พลเอก อนันตพร กล่าวเพิ่มเติม

  • Date : 10 / 08 / 2016
    คนพลังงานตั้งปณิธานทำดี เพื่อแม่ของแผ่นดิน

    คนพลังงานตั้งปณิธาน เขียนข้อความถึงแม่ของแผ่นดินเนื่องในวันแม่ 12สิงหาคม

    กระทรวงพลังงาน จัดกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพิธีเปิดนิทรรศการ “84พรรษา ด้วยใจรักและภักดี” โดยมีพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธี เมื่อวันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ณ บริเวณ Lobby อาคารซี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน

    ภายในงานดังกล่าวมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการและประชาชนทั่วไปได้ลงนามถวายพระพร และเขียนข้อความ ที่เขียนแสดงถึงปณิธานและความมุ่งมั่นของตน ในโอกาสวันแม่ 12 สิงหาคม ซึ่งถูกนำมาแสดงในงานนี้ด้วย ที่น่าสนใจอาทิ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “เราจะมุ่งมั่นตั้งใจและพัฒนาการทำงานให้ดีที่สุดเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติและเพื่อประชาชน"

    พลเอก ธนา วิทยวิโรจน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “ข้าพเจ้าจะทำงานด้วยความสุจริต รักษาเกียรติ และศักดิ์ศรี ต่อไปจนกว่าจะหมดภาระ”

    พลเอก ณัฐพล กนกโชติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน  เขียนข้อความไว้ว่า” ทำดีด้วยใจไม่ใช่ทำเพื่อให้ใครยกย่อง “

    พลเอก สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “เพราะรักแม่ จึงขอทำความดีเพื่อแม่ของแผ่นดิน “

    นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “ข้าพเจ้าจะเป็นข้าราชการที่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

    นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “จัดหาพลังงานเพื่อประชาชน ใช้อย่างพอเพียงและยั่งยืน

    นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “จะเป็นข้าราชการที่ดีเพื่อถวายแด่แม่ของแผ่นดิน”

    และนายยงยุทธ จันทรโรทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เขียนข้อความไว้ว่า “ขออำนาจพระรัตนตรัย ขอพระองค์ราชินีทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ” 

Date : 07 / 08 / 2016

  • Date : 07 / 08 / 2016

    สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานร่วมกับสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจร่วมสัมมนายานยนต์ไฟฟ้า ในส่วนโครงการ สนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า(Charging Station) 19 ส.ค.2559 นี้

    งานสัมมนายานยนต์ไฟฟ้า จัดขึ้นเวลา09.00-12.00 น.ที่ ห้องประชุม9 ชั้น15 อาคารบี ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์  โดยมีดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) บรรยายพิเศษเรื่องนโยบายส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย  และผศ.ดร.อมรรัตน์ แก้วประดับ หัวหน้าโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า(Charging Station)จะบรรยายแนะนำเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ   โดยเอกชนผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณชวิศา  วิชัยลักษณ์  ที่หมายเลข 024709273 หรือ 087-977-0707

     อีเมล[email protected]


  • Date : 07 / 08 / 2016

    กฟผ. ในฐานะผู้สนับสนุนหลักสมาคมยกน้ำหนัก ตามโครงการ 1 สมาคมกีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ  ชวนคนไทยส่งใจเชียร์นักกีฬาไทยให้ได้เหรียญทองเพิ่ม หลังน้องแนน โสภิตา นักกีฬายกน้ำหนักหญิง คว้าเหรียญทองเหรียญแรกให้ทีมไทย

    นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม ในฐานะโฆษก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า วันนี้ (7 สิงหาคม 2559) เวลา 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย น้องแนน โสภิตา ธนสาร นักกีฬายกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทย ได้ลงทำการแข่งขันในรุ่น 48 กิโลกรัม ซึ่งมีจอมพลังสาวจาก 12 ชาติร่วมชิงชัย และโสภิตาก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง สามารถคว้าเหรียญทองแรกให้กับทัพนักกีฬาทีมชาติไทยได้สำเร็จ ณ ริโอ เซนทรัล พาวิลเลียน 2 กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล

    สำหรับการแข่งขันในท่าสแนชท์ ครั้งแรก โสภิตา เรียกน้ำหนักที่  88 กิโลกรัม และสามารถยกผ่านได้อย่างสบาย จากนั้นเรียกน้ำหนัก ครั้งที่ 2 ก็ยกผ่านอีกครั้งที่ 90 กิโลกรัม ตามด้วยครั้งที่ 3 ที่ 92 กิโลกรัม จบท่าสแนชท์ที่ 92 กิโลกรัม อยู่อันดับที่ 1

    ส่วนท่าคลีนแอนด์เจอร์ก โสภิตา เรียกน้ำหนักครั้งแรก 106 กิโลกรัม ตามด้วยครั้งที่ 2 ที่ 108 กิโลกรัม และสามารถยกผ่านได้สบายทั้งสองครั้ง จากนั้นจึงเรียกน้ำหนักครั้งสุดท้าย 110 กิโลกรัม แต่ยกไม่ผ่าน ส่งผลให้ทำน้ำหนักรวมทั้ง 2 ท่าได้ 200 กิโลกรัม สามารถคว้าเหรียญทองแรกของทัพนักกีฬาไทยในริโอเกมส์ได้สำเร็จ

    “กฟผ. ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2547 ตามโครงการ 1 สมาคมกีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ ของรัฐบาล ขอร่วมแสดงความยินดีที่จอมพลังสาวไทย สามารถคว้าเหรียญทองแรกในศึกโอลิมปิกเกมส์ 2016 สร้างความสุขให้คนไทยได้สำเร็จ และขอเชิญชวนชาวไทยทุกคน ร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทยที่จะลงทำการแข่งขันในรุ่นอื่นๆ ต่อไปด้วย” นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี โฆษก กฟผ. กล่าว

Date : 05 / 08 / 2016

  • Date : 05 / 08 / 2016
    สนพ. รณรงค์เปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าบนเกาะสมุย

    สนพ. จับมือ 5 ผู้ประกอบการบนเกาะสมุย จัดกิจกรรม “สัปดาห์เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ เกาะสมุย” รณรงค์ให้ปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง

    ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานเปิดงาน “สัปดาห์เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ ณ เกาะสมุย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 - 6 สิงหาคม 2559 กล่าวว่า เกาะสมุยได้รับคัดเลือกเพื่อเป็นต้นแบบในการประหยัดพลังงาน เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูง โดย สนพ. ได้ร่วมกับเทศบาลนครเกาะสมุย และผู้ประกอบการห้างร้าน 5 แห่งบนเกาะสมุย ได้แก่ โฮมโปร  เทสโก้ โลตัส  พาวเวอร์บาย  บิ๊กซี และสยามแมคโคร จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและผลักดันให้ประชาชนและผู้ประกอบการบนเกาะสมุย ปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง โดยเริ่มจากการเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED และ เครื่องปรับอากาศที่มีค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (SEER)  ซึ่งจะช่วยลดปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศได้

    ในงานดังกล่าว ยังมีการจัดบรรยายให้ความรู้ในการประหยัดพลังงานด้วยการสะสม Energy Points เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ด้านอนุรักษ์พลังงาน ซึ่ง กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของ สนพ. และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรม โดยสนับสนุนเงินลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อการประหยัดพลังงานทันทีในอัตรา 30% ของงบประมาณ แต่ไม่เกิน 300,000 บาทต่อแห่ง

    ทั้งนี้ กิจกรรมรณรงค์เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงบนเกาะสมุยดังกล่าว เป็นการดำเนินการภายใต้ โครงการรวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ ซึ่ง สนพ. เร่งสานต่อโครงการในปีนี้เป็นปีที่ 2 หลังจากการดำเนินโครงการในปีที่ 1 ที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน

    “ผลการศึกษาสำรวจของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สำหรับการดำเนินการโครงการในปีแรก) พบว่า กลุ่มเป้าหมายมีความตื่นตัว และต้องการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 กว่าร้อยละ 90 และรับรู้ถึงประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน รวมถึงค่าไฟที่ลดลงเมื่อเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ดังกล่าว โดยพบว่า หลอดไฟแอลอีดีมียอดจำหน่ายสูงขึ้นในปีที่ผ่านมาไม่น้อยว่าร้อยละ 20 – 30 อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ที่มีความลังเลไม่กล้าตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงเพื่อปรับเปลี่ยน เนื่องจากกังวลเรื่องราคา หรือรอจังหวะในการตัดสินเปลี่ยน ดังนั้น สนพ. จึงเร่งสานต่อโครงการในปีที่ 2 ด้วยการส่งเสริมตลาดกับ 10 ผู้ประกอบการชั้นนำของประเทศ เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายมาใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 เพิ่มขึ้น และตัดสินใจในการซื้อหาง่ายขึ้น,” ดร. ทวารัฐกล่าว

    ในขณะเดียวกัน สนพ. ยังได้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการ หอการค้าจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด และประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ช่วยกันลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซในพื้นที่พัฒนาร่วม ไทย-มาเลเซีย หรือแหล่ง JDA-A18 ที่กำหนดจะปิดซ่อมบำรุงระหว่างวันที่ 20 - 31 สิงหาคม 2559 เป็นระยะเวลา 12 วัน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติในระบบขาดหายไปประมาณ 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้ยังสูงกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ โดยดำเนินการตามแนวทาง 4 ป. คือ 1. ปิดไฟดวงที่ไม่ได้ใช้ 2. ปรับแอร์ที่ 26 องศา และปรับ Cool Mode เป็น Fan Mode 3. ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน และ 4. เปลี่ยนมาเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5 โดยเริ่มจากการเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED และ เครื่องปรับอากาศที่มีค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (SEER)