กิจกรรมทั้งหมด

Date : 12 / 10 / 2016

  • Date : 12 / 10 / 2016
    ปตท.ส่งถุงยังชีพ500ชุดช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่อยุธยาและสระบุรี

    ปตท. ส่งถุงยังชีพ500ชุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พระนครศรีอยุธยาและสระบุรี อย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งมอบถุงยังชีพไปช่วยลำปางและปทุมธานีแล้ว900ชุด

    นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์  ประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)   นายเทวินทร์ วงศ์วานิช  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  พร้อมคณะผู้บริหาร  พนักงาน ปตท. และ ชมรมพลังไทยใจอาสา กลุ่ม  ปตท.   ร่วมบรรจุถุงยังชีพในโครงการ “กลุ่ม ปตท. รวมพลังไทยช่วยเหลือผู้ประสบภัย” จำนวน 500 ชุด เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสระบุรี  โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งมอบถุงยังชีพ 900 ชุดไปยังจังหวัดลำปาง จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมจำนวนถุงยังชีพทั้งสิ้น 1,400 ชุด มูลค่ารวม 720,000 บาท

     

Date : 11 / 10 / 2016

  • Date : 11 / 10 / 2016
    กฟผ.ชวนเปิดโลกทัศน์ใหม่อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าในงานCEPSI2016

    กฟผ.ชวนเปิดโลกทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า ในงานประชุมใหญ่เชิงวิชาการอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า ครั้งที่ 21 หรือCEPSI 2016 ระบุองค์กรด้านผลิตไฟฟ้าต้องปรับตัวเพื่อเผชิญความท้าทายในการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานในอนาคต

    เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2559 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ สมาพันธ์อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าแห่งเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกตะวันตก (The Association of the Electricity Supply Industry of East Asia and the Western Pacific: AESIEAP)  แถลงข่าวจึงการ จัดงานประชุมใหญ่เชิงวิชาการอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า ครั้งที่ 21 (CEPSI2016) ภายใต้แนวคิด “ความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงาน: ทางเลือกและความท้าทายของอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า” ระหว่างวันที่ 23 – 27 ตุลาคม 2559 ที่ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

    งานดังกล่าว มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมวิทยากรที่มีชื่อเสียงระดับโลกและผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,200 คนจากกว่า 40 ประเทศ ที่จะมาแลกเปลี่ยนความรู้ ติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และวิชาการของอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าสาขาต่างๆ อันจะส่งผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าและบุคลากรในอุตสาหกรรมไฟฟ้า เพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานของภูมิภาค

    นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. ในฐานะประธาน AESIEAP เปิดเผยว่า เนื่องจากอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าในทุกวันนี้ กำลังเผชิญความท้าทายในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การเริ่มต้นใหม่ๆ สำหรับภาคพลังงานจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาพลังงานทดแทน โดยมุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพและสิ่งแวดล้อม ยิ่งไปกว่านั้น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกตะวันตกกำลังพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางของตลาดพลังงานโลก ดังนั้น เราจึงต้องดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ และได้รับการยอมรับจากประชาชน เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นจากโลกของอุตสาหกรรมพลังงาน ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องรวบรวมสรรพกำลังเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกตะวันตกปรารถนาที่จะยืนหยัดเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจโลกต่อไป

    งาน CEPSI 2016 เป็นงานประชุมนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยปีนี้เป็นการจัดครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นเวทีสำหรับองค์กรและบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมพลังงาน ผู้บริหารระดับสูง ผู้ประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมนี้ อาทิ วิศวกร เจ้าหน้าที่ภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลก ได้มาแลกเปลี่ยนและแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ผ่านการอภิปราย การนำเสนอรายงานและบทความทางวิชาการ ซึ่งเกิดจากประสบการณ์จริงของผู้นำเสนอบทความจำนวน 356 บทความ และการจัดนิทรรศการ รวมทั้งจะมีการจัดแสดงสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า(EV Charger Station)  และหุ่นยนต์บริกรทำหน้าที่ Barista ในงาน  นอกจากนี้ ยังเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายภายในอุตสาหกรรมการจัดหาพลังงานระดับโลกอีกด้วย

    กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในงาน CEPSI 2016 ที่น่าสนใจ ได้แก่ ปาฐกถาพิเศษ จากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากทั่วโลก อาทิ Mr. Marco Baroni จาก The International Energy Agency (IEA), Prof. Dr. Jochen Kreusel Head of Sector Initiative Smart Grids, ABB Group และท่านอื่นๆ อีกมากมาย ในหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น มุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มพลังงานโลกในปี 2559 ความท้าทายของแหล่งพลังงานทดแทน การกักเก็บพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้าในอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า โลกใหม่อันกล้าหาญของพลังงานส่วนบุคคล โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ- กุญแจสู่การบูรณาการพลังงานทดแทน การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า(Web2Energy) และโครงการตัวอย่างอื่นๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการการจ่ายพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการสร้างระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต รวมถึงนิทรรศการที่น่าสนใจจากองค์กรชั้นนำในกิจการไฟฟ้าระดับโลก ตลอดจนการเยี่ยมชมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีไฟฟ้า (Technical Visit) ที่ กฟผ. และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ

    สำหรับประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพจัดงาน CEPSI 2016 ในปีนี้ นอกจากจะ เป็นโอกาสที่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจะได้เปิดโลกทัศน์ใหม่เกี่ยวกับองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบ้านเราเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยที่สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานในภูมิภาคนี้ได้ในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

     

     

Date : 10 / 10 / 2016

  • Date : 10 / 10 / 2016
    รัฐมนตรีพลังงานเปิดโครงการปะการังสร้างอาชีพระยะที่2

    รัฐมนตรีพลังงานเปิดโครงการ”ปะการังสร้างอาชีพ”ระยะที่2  ประเดิมวางปะการังเทียม 1,000 ก้อน ในพื้นที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช หวังฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทะเลไทย ระบุเป็นบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมในอ่าวไทย

    พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายในโอกาสที่เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ปะการัง สร้างอาชีพ” ระยะที่ 2  ที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช  เมื่อวันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม 2559 ว่า โครงการปะการังสร้างอาชีพระยะที่2    เป็นการสานต่อความสำเร็จจาก “โครงการปะการัง สร้างอาชีพ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554” ที่มูลนิธิกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียม จัดทำขึ้น   โดยจะมีการดำเนินการในพื้นที่2 จังหวัด คือจังหวัดนครศรีธรรมราช  และจังหวัดสงขลา  โดยกระจายเป็น3 จุด 3 อำเภอ คือในพื้นที่แหลมตะลุมพุก  อำเภอปากพนัง  จำนวน 1,000 แท่ง  อำเภอสทิงพระ 500 แท่ง และอำเภอระโนด 500 แท่ง

     โดยก้อนปะการังเทียมที่จะจัดวางในครั้งนี้ จะมีขนาด  1.5 x 1.5 x 1.5 เมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของกรมประมง และวัสดุที่นำมาใช้ผ่านการตรวจสอบแล้วว่า    ไม่เป็นพิษ หรือปลดปล่อยสารพิษลงในทะเล มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ปี และด้วยน้ำหนักประมาณ 1 ตัน จึงไม่ถูกพัดพาด้วยคลื่น หรือกระแสน้ำ หรือพายุ

    ทั้งนี้ การทำเป็นรูปทรงลูกบาศก์มีช่องว่างให้น้ำไหลผ่านได้  และมีพื้นผิวที่เป็นซีเมนต์จะช่วยให้สิ่งมีชีวิต เช่นปะการัง เพรียง สาหร่าย เกาะติดได้อย่างรวดเร็ว  ดึงดูดให้ปลาหรือสัตว์น้ำขนาดใหญ่เข้ามาหาอาหาร และเป็นที่อยู่อาศัย หรือแหล่งวางไข่ เหมือนปะการังจริง

    สำหรับวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการ นอกจากจะมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ ความสมดุลของทรัพยากรทางทะเล  เพิ่มความหลากหลายของสัตว์ทะเลเพื่อส่งเสริมอาชีพของชาวประมงชายฝั่งแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อขยาย และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มประมงพื้นบ้านในพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการสำรวจขุดเจาะปิโตรเลียม ในอ่าวไทย   ซึ่งนอกจากบริษัทผู้รับสัมปทานจะได้ปฏิบัติตามมาตรฐานในการดูแลรักษาความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ตามกฏหมายเป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการคืนประโยชน์สู่สังคมและชุมชน ร่วมกับภาครัฐอีกด้วย

     ที่ผ่านมาโครงการปะการังสร้างอาชีพระยะที่1 มีการวางปะการังเทียมใน 3 พื้นที่ คือ อำเภอสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอละแม และอำเภอสวี-ทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร จุดละ 1,000 ก้อน รวม 3,000 ก้อน  ซึ่งภายหลังโครงการเสร็จสิ้นและมีการติดตามตรวจสอบความสำเร็จพบว่า โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในด้านการฟื้นฟูความสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย  ซึ่งภายหลังจากการวางปะการังเทียมได้ประมาณ 1 ปี  ทางมูลนิธิกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและผู้ประกอบการปิโตรเลียมได้มอบหมายให้นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและการสำรวจธรรมชาติ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตจังหวัดชุมพร ดำเนินการสำรวจใต้ทะเลเพื่อศึกษาความสมบูรณ์และความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำในพื้นที่โครงการปะการัง สร้างอาชีพฯ พบว่า มีความสมบูรณ์ของท้องทะเลมากขึ้น และมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร พบสิ่งมีชีวิตมากถึง 38 ชนิด 

    นอกจากนี้   ยังมีส่วนช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงพื้นบ้านให้ดีขึ้น โดยจากความอุดมสมบูรณ์ที่เพิ่มขึ้นทำให้สามารถจับปลา และสัตว์ทะเลได้มากขึ้น ปลาบางชนิดที่เคยหายไปจากพื้นที่ก็กลับมาอยู่ในบริเวณกองปะการังเทียม ส่งผลให้ชาวประมงมีรายได้มากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก เนื่องจากไม่ต้องเดินเรือไปหาปลาในระยะทางที่ไกลเหมือนก่อน

Date : 06 / 10 / 2016

  • Date : 06 / 10 / 2016
    กฟผ.ลงนามผู้ประกอบการตู้น้ำร้อนน้ำเย็นติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์5

    กระทรวงพลังงาน โดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามความร่วมมือโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ใหม่ กับผู้ประกอบการตู้น้ำร้อนน้ำเย็นบริโภค และตู้น้ำเย็นบริโภค พร้อมมอบโล่แก่ผู้ประกอบการที่ติดฉลากเบอร์ 5 ในปี 2559 จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โคมไฟ LED ชนิด High bay – Low Bay, กระทะไฟฟ้า และเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ ระบุตลอด23ปีในการดำเนินการมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการติดฉลากเบอร์5รวมแล้ว 28 ผลิตภัณฑ์ จ่ายฉลากไปแล้วกว่า 300 ล้านดวง

    เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2559 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน “Saving Together Happy Together” พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือและมอบโล่แก่ผู้ประกอบการโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ประจำปี 2559 โดยมีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานและประธานบอร์ดกฟผ. และนายกรศิษฎ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการกฟผ. และผู้ประกอบการอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 เข้าร่วมงานฯ ณ ห้องกมลทิพย์ 2 - 3 โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ        

    พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีนโยบายในการส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูง เพื่อลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าและลดภาวะโลกร้อน รวมถึงสร้างจิตสำนึกของผู้บริโภคในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่ กฟผ. ดำเนินการ ถือว่าสอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว ที่มุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพพลังงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า และติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นสัญลักษณ์ ตลอดจนให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ในการเลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงาน ส่งผลดีต่อการลดใช้พลังงานของประเทศในอนาคต และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเห็นได้ชัด

    นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์  ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวถึงการดำเนินงานว่า ตลอดระยะเวลากว่า 23 ปีที่ผ่านมา กฟผ. ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ประกอบการ พัฒนาประสิทธิภาพพลังงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าและติดฉลากเบอร์ 5 ภายใต้ “โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์รับรองความประหยัดและประสิทธิภาพพลังงานขั้นสูง จนได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งจากการดำเนินงานจนถึงปี 2559 มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการติดฉลากเบอร์ 5 แล้วรวม 28 ผลิตภัณฑ์ จ่ายฉลากไปแล้วกว่า 300 ล้านดวง ซึ่งนับรวมอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มีการลงนามความร่วมมือที่ผ่านมา และเริ่มติดฉลากเบอร์ 5 ในปีนี้จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ โคมไฟ LED ชนิด High Bay – Low Bay , กระทะไฟฟ้า และเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

    ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2559 กฟผ. ยังได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ตู้น้ำร้อนน้ำเย็นบริโภคและตู้น้ำเย็นบริโภค ในการพัฒนาประสิทธิภาพพลังงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อติดฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพในปี 2560 ต่อไป โดยมีบริษัทที่เข้าร่วมลงนามความร่วมมือโครงการฯ จำนวน 8 ราย ได้แก่ บริษัท อิมาร์เฟล็กซ์ อินดัสเตรียล จำกัด, บริษัท แสงเอกซัพพลายส์ จำกัด, บริษัท มาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เพียวละมุน จำกัด, บริษัท ซันเด้น อินเตอร์คูล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เฟดเดอรัล อีเลคตริค จำกัด , บริษัท ไทยเสรีเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท ศิริธนาเครื่องเย็น จำกัด

    นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ได้รับโล่จากการเข้าร่วมโครงการโคมไฟ LED เบอร์ 5 ชนิด High bay – Low Bay จำนวน 7 ราย ได้แก่ บริษัท จั๊มเวย์ จำกัด, บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ลี้ กิจเจริญแสง จำกัด, บริษัท ออสแรม (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท สยาม แอลอีดี จำกัด และบริษัท ตาดีเทคโนโลยี (998) จำกัด

    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ได้รับโล่จากการเข้าร่วมโครงการกระทะไฟฟ้าเบอร์ 5 จำนวน 8 ราย ได้แก่ บริษัท แอคคอร์ด พรีเวล อิเล็คทริค 1999 จำกัด, บริษัท ฮานาบิชิ อิเลคทริค คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท อิมาร์เฟล็กซ์ อินดัสเตรียล จำกัด, บริษัท ที.เอ.ที. (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท สแกนเนอร์อิเลคทริค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท ออตโต้ คิงส์กลาส จำกัด, บริษัท เอกชัยโลหะภัณฑ์ อิเลคทริค จำกัด และบริษัท นพัช อินเตอร์ จำกัด

    สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับโล่จากการเข้าร่วมโครงการเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติเบอร์ 5 จำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท กรุนด์ฟอส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ฮิตาชิ คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ทองไทย (1956) จำกัด, บริษัท ไฮโซะเทค จำกัด, บริษัท ลัคกี้สตาร์อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน)