กิจกรรมทั้งหมด

Date : 05 / 10 / 2016

  • Date : 05 / 10 / 2016
    กฟผ.ท้าพิสูจน์คุณภาพอากาศรอบโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ 4-6พ.ย.2559

    กฟผ.ท้าพิสูจน์คุณภาพอากาศรอบโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ  ชวนประชาชนเที่ยวงาน เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 14ประจำปี 2559  ระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤศจิกายน 2559  ที่อ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง  

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ จังหวัดลำปาง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดแถลงข่าวงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2559  ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤศจิกายน 2559 ณ กฟผ. แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยมี นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายวิบูลย์ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการภูมิภาค ภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ นายบรรพต ธีระวาส ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ กฟผ. ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องเฟื่องฟ้า 1 กฟผ. สำนักงานใหญ่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี  เมื่อวันที่5 ตุลาคม 2559  

    นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า งานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2559 เหมือนเป็นการเปิดบ้านให้ประชาชนได้มาสัมผัสกับความจริงว่า กฟผ.แม่เมาะ  มีอากาศดี อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการทำเหมืองลิกไนต์และการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลิกไนต์ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดลำปาง  และช่วยเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นโดยรอบ

     ที่ผ่านมางานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะนับว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง  วัดได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง โดยในปีนี้งานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เติมเต็มทุกความสุข”  ซึ่งกฟผ.ได้จัดเตรียมความบันเทิงต่างๆ มากมายไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยมีไฟฟ้าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเติมเต็มทุกๆ จินตนาการความสุข ทั้งกิจกรรม การละเล่น เครื่องเล่นต่างๆ การแสดงคอนเสิร์ต และการแสดงของศิลปิน ดารานักร้องชื่อดังของเมืองไทย  

    นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า  ในช่วงฤดูหนาวของทุกๆ ปี จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในภาคเหนือและจังหวัดลำปางเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการจัดงาน “เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ” ดังนั้น ทางจังหวัดลำปาง และ กฟผ.แม่เมาะ จึงได้เตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวไว้แล้วเป็นอย่างดี ทั้งการอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งที่พัก การคมนาคม อาหาร การสาธารณสุข รวมถึงการดูแลความปลอดภัยทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สิน ในเดือนพฤศจิกายนอากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ดอกไม้เริ่มผลิบานให้ความสดชื่น ชาวลำปางจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อน และร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ของงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน

    นายวิบูลย์ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการภูมิภาค ภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในนามของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รู้สึกยินดีที่ กฟผ. ส่งเสริมและสนับสนุนให้พื้นที่ของ กฟผ. แต่ละแห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นศูนย์การเรียนรู้ ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ที่เดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจะพบกับทุ่งดอกบัวตองที่มีสีเหลืองสวยงาม บานสะพรั่งทั่วพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ ทำให้เกิดทัศนียภาพที่งดงาม ประกอบกับเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น ทุกสิ่งย่อมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้อย่างแน่นอน และที่สำคัญ ทาง ททท. ได้บรรจุเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะไว้ในปฏิทินท่องเที่ยวของ ททท. เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกท่านจะได้ไม่พลาดโอกาสมาสัมผัสกับบรรยากาศที่น่าประทับใจเหล่านี้

    นายบรรพต ธีระวาส ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ กฟผ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงานผู้เข้าชมทุกท่านจะได้พบกับความสวยงามของดอกไม้นานาพันธุ์ที่บานสะพรั่งรับลมหนาว รวมถึงความสนุกสนานจากการแสดงบนเวที ด้วยระบบแสง สี เสียงสุดอลังการ ขบวนพาเหรดแฟนซีคานิวัล โชว์จากศิลปินนักแสดงมากมาย อาทิ หมาก ปริญ, คิม คิมเบอร์ลี่, บอย ปกรณ์, เต้ย จรินทร์พร, เจมส์ มาร์, เบลล่า ราณี ฯลฯ พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตแบบจัดเต็มอลังการของศิลปินชื่อดัง การแสดงชุดพิเศษของนักเรียนในชุมชนแม่เมาะ รวมถึงการละเล่นซุ้มเกมมหาสนุกแบบงานวัด เครื่องเล่น Fun Park พบกับถนนคนเดินแม่เมาะที่มีสินค้า OTOP คุณภาพ ผลผลิตทางการเกษตรจากชุมชนในพื้นที่กว่า 100 ร้านค้า และที่พลาดไม่ได้ คือ แม่เมาะสไลเดอร์ ชาเลนจ์ กิจกรรมยอดฮิตของชุมชนรอบ กฟผ.แม่เมาะ ที่รอให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสประสบการณ์ความสนุกที่แตกต่าง กับดาราที่คุณชื่นชอบ กฟผ.แม่เมาะ จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมกิจกรรมได้ที่ กฟผ. แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ในฤดูหนาวนี้    

  • Date : 05 / 10 / 2016
    ประพนธ์ได้ฤกษ์เริ่มทำงานรักษาการอธิบดีพพ.

    ประพนธ์ ได้ฤกษ์เริ่มทำงานรักษาการอธิบดี พพ. ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา โดยต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯก่อนที่จะนั่งในตำแหน่งอธิบดีพพ.เต็มตัว

    เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 ต.ค.2559 นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ รักษาการอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ทำพิธีบวงสรวงพ่อปู่สิงห์สุระ ชัยยะเทวะ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมสักการะ 

    ทั้งนี้ พิธีดังกล่าว มีขึ้นในโอกาสที่นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ เข้าทำหน้าที่รักษาการอธิบดี พพ. ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา โดยได้พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงานตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ คือ 1. ตั้งนายสมนึก บำรุงสาลี  จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นรองปลัดกระทรวงพลังงาน 2. นางบุญบันดาล ยุวนะศิริ  จากรองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง  3. นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ  จากรองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และ 4.นายธรรมยศ ศรีช่วย จากอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน  เป็นรองปลัดกระทรวงพลังงานแทนตำแหน่ง นายประพนธ์

    สำหรับนายประพนธ์ นั้นจบการศึกษาระดับปริญญาตรี  วิศวกรรมศาสตรบัณฑิตเครื่องกล  ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนคร และจบปริญญาโทวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต วิศวกรรมเครื่องกล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ถือเป็นลูกหม้อของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เพราะเคยนั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ มาก่อนในช่วงปี2551-2557 ก่อนที่จะขยับขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)ในปี2557 ได้ไม่นานก็ขึ้นเป็นตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน และรองปลัดกระทรวงพลังงาน ในช่วงปี2558-2559 ก่อนที่จะมานั่งในตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ในปัจจุบันโดยยังเหลืออายุราชการอีกประมาณ4ปี

     

Date : 03 / 10 / 2016

  • Date : 03 / 10 / 2016
    ซีอีโอปตท.นำทีมสภาผู้นำธุรกิจไทย สหราชอาณาจักร เจรจาลดอุปสรรคการค้า

    ซีอีโอปตท นำทีมสภาผู้นำธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร (Thai-UK Business Leadership Council)  เจรจาลดอุปสรรคการค้า ทั้งด้านภาษี แรงงาน และ ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยอุตสาหกรรมพลังงาน ปิโตรเคมี และวัสดุ พร้อมเสนอนายกรัฐมนตรี ไฟเขียวปรับกฎระเบียบเอื้อธุรกิจ

    เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559 สมาชิกสภาผู้นำธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร (Thai-UK Business Leadership Council)  ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายไทย 13 องค์กร นำโดย นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานคณะกรรมการสมาชิกฝ่ายไทย และ ฝ่ายสหราชอาณาจักร 11 องค์กร นำโดยนายไบรอัน เดวิดสัน (Mr. Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ได้ประชุมร่วมกันเพื่อหารือแนวทางในการขยายความร่วมมือของภาคเอกชนในการเพิ่มการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559

     นายเทวินทร์ เปิดเผยว่า การประชุมดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการลงนามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีในการจัดตั้งสภาผู้นำธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2559  ณ กรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักรโดยสมาชิกทั้งสองฝ่ายจะนำผลสรุปจากการประชุมเสนอต่อรัฐบาลในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบข้อบังคับเพื่อให้การค้าและการลงทุนเพิ่มขึ้น

    นายเทวินทร์ กล่าวว่า สมาชิกฝ่ายไทยได้เสนอประเด็นไปยังผู้แทนรัฐบาลสหราชอาณาจักร ในประเด็น

    1.การจัดเก็บภาษี (VAT และ Corporate Tax) โดยมีข้อเสนอแนะให้มีการพิจารณาสิทธิพิเศษทางการค้าและการลงทุน เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการเข้าไปตั้งสำนักงานตัวแทน

    2. แรงงาน  เสนอให้ขอใบอนุญาตทำงานให้กับผู้ที่มีชำนาญเฉพาะทาง อาทิ พ่อครัว แม่ครัว ในการเข้าไปทำงานในสหราชอาณาจักร  และการขอใบอนุญาตให้นักศึกษาไทยที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่สหราชอาณาจักรสามารถฝึกงานได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือสำหรับนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยสามารถไปฝึกงานระยะสั้นได้

    3. ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยอุตสาหกรรมพลังงาน ปิโตรเคมี และวัสดุ เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสนใจเป็นพิเศษที่จะทำให้เกิดความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมของสหราชอาณาจักร

    4. เสนอแนะในการดำเนินธุรกิจสำหรับผู้สูงอายุ โดยฝ่ายไทยมีศักยภาพในด้านการให้บริการและความพร้อมด้านบุคคลากร อีกทั้งอาจเกิดธุรกิจต่อเนื่องในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจประกันภัย การผลิตวัสดุเหมาะสมกับผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยฝ่ายสหราชอาณาจักร จะสามารถร่วมมือกันในด้านการส่งเสริมเทคโนโลยี หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการแพทย์ เวชภัณฑ์ เป็นต้น

    ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  กล่าวว่า สมาชิกฝ่ายสหราชอาณาจักร ได้ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาในประเด็นดังนี้

    1. การกำหนดมาตรฐานด้านการกำหนดพิกัดภาษีให้ชัดเจน เพื่อลดเวลาในการเจรจาข้อโต้แย้ง ทำให้เพิ่มปริมาณการค้าได้

    2. การตรวจสอบ การรับรองมาตรฐานให้เป็นระดับสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ

    3. การอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญพิเศษสามารถพำนักในประเทศไทยได้นานขึ้นและได้รับความสะดวกในการต่ออายุวีซ่า

    4. การอนุญาตให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลสามารถหาทุนได้

    ในโอกาสเดียวกันภาคเอกชนได้ใช้โอกาสนี้ในการเปิดการเจรจาธุรกิจระหว่างสมาชิกด้วยกัน อาทิ บริษัท ปตท. กับ บริษัท Rolls Royceเป็นต้น

    นายมาร์ค กานิเยร์ (Mr. Mark Garnier) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของสองประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งสองประเทศ เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการค้าและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นและส่งผลให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

    ทั้งนี้ ภายหลังจากการประชุม ดร. สุวิทย์ และนายมาร์ค นำคณะสมาชิกสภาผู้นำธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักรเข้าเยี่ยมคารวะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงาน ประเด็นที่เป็นข้อจำกัด รวมถึงข้อเสนอแนะที่ทำให้การค้าและการลงทุนเพิ่มขึ้น

     

Date : 29 / 09 / 2016

  • Date : 29 / 09 / 2016
    ปตท.หนุนการส่งออกและการลงทุนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขงภายใต้คณะทำงานสานพลังประชารัฐ

    ปตท.ส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง  ภายใต้คณะทำงานสานพลังประชารัฐ  ด้านการส่งเสริมการส่งออกและลงทุนในต่างประเทศ(D4) 

    เมื่อเร็วๆนี้ นายนภดล เทพพิทักษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ นครหลวงเวียงจันทน์   พร้อมด้วย นาย อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นาย จตุรงค์ บุนนาค ประธานสภาธุรกิจไทย – ลาว  และ รศ.นิสิต พันธมิตร หัวหน้าศูนย์เขตอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมแถลงสรุปผลโครงการสัมมนาด้านการค้าและการลงทุนของไทยในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม)  ซึ่ง สภาธุรกิจไทย-ลาว สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ปตท. ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจภายในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยเปิดเวทีเสวนาและระดมสมองร่วมกันจากทุกภาคส่วนกว่า 150 คน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาทางการค้าการลงทุนต่างๆ  โดยเป็นหนึ่งในโครงการภายใต้คณะทำงานสานพลังประชารัฐ  ด้านการส่งเสริมการส่งออกและลงทุนในต่างประเทศ(D4) ของไทย  

    เฉพาะการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยและลาว  ข้อมูลจากสำนักพัฒนาตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเอเซีย  กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ในด้านการค้า ปี2558 ไทยและลาวมี มูลค่าการค้ารวมประมาณ 200,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.87 เมื่อเทียบกับปี 2557  โดยไทยได้ดุลการค้าประมาณ 97,000 ล้านบาท ซึ่งไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่1 ของลาว และ ลาวเป็นคู่ค้าลำดับ20 ของไทย สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์และส่วนประกอบ เหล็ก เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล ไก่ เครื่องสำอาง สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า เชื้อเพลิง แร่โลหะ เครื่องจักรไฟฟ้า ไม้ซุง ผักผลไม้

    โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2559  (ม.ค.–เม.ย) มีมูลค่าการค้ารวม 64,964 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 51,382 ล้าน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.43  ไทยได้ดุลการค้า 26,722 ล้านบาท  

    ส่วน ด้านการลงทุน ไทยถือเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับ 3 ในลาว รองจากจีนและเวียดนาม มูลค่าการลงทุนสะสมในช่วงปี 2553-2557 รวมประมาณ 53,000 ล้านบาท สาขาสำคัญ ได้แก่ พลังงาน  ขนส่ง โทรคมนาคม การท่องเที่ยว ธนาคาร อุตสาหกรรมไม้แปรรูป เครื่องนุ่งห่มและหัตถกรรม

     

Date : 27 / 09 / 2016

  • Date : 27 / 09 / 2016
    คาเฟ่อเมซอนของปตท.ซื้อเมล็ดกาแฟดิบช่วยเกษตรกรจังหวัดน่าน70ตันต่อปี

    “คาเฟ่อเมซอน”เดินหน้า ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโดย รับซื้อเมล็ดกาแฟดิบ จังหวัดน่าน จำนวน70ตันต่อปี

    เมื่อเร็วๆนี้ นายสุชาติ ระมาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  และนายประทุม จิณเสน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีน่าน (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการสนับสนุนจัดซื้อเมล็ดกาแฟดิบจังหวัดน่าน จำนวน 70 ตันต่อปี เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดน่าน ให้สามารถผลิตเมล็ดกาแฟดิบที่มีคุณภาพออกสู่ท้องตลาด  สร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และนายมีชัย วีระไวทยะ ประธานกรรมการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีประเทศไทย (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เป็นประธานในพิธีลงนามครั้งนี้

    ก่อนหน้านี้ ธุรกิจของคาเฟ่อเมซอน  ของปตท.ก็ได้มีพิธีเปิด ศูนย์ธุรกิจคาเฟ่ อเมซอน หรือ Amazon Inspiring Campus (AICA) ไปเมื่อวันที่27 มิ.ย.2559 ที่ผ่านมา โดยมีพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธี 

     AICA ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อให้คนไทยได้รับบริการและดื่มกาแฟที่มีรสชาติตามมาตรฐานคาเฟ่อเมซอนในราคาที่เข้าถึงได้ และมีการใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การคัดเลือกและรับซื้อเมล็ดกาแฟที่ได้คุณภาพเพื่อนำมาคั่วให้ได้ตามมาตรฐานที่ดีเยี่ยม และนำไปผลิตเป็นเครื่องดื่มจนถึงมือลูกค้า  AICA ประกอบด้วย โรงคั่วกาแฟที่ผ่านการรับรองระบบมาตรฐาน วิธีการปฏิบัติที่ดีในการผลิตอาหารตามมาตรฐานสากล (Good Manufacturing Practice: GMP Codex) มีกำลังการผลิต 2,700 ตันต่อปี, ศูนย์ฝึกอบรมบาริสต้า และแหล่งถ่ายทอดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์กาแฟ

     ส่วนหนึ่งของเมล็ดกาแฟที่ใช้เป็นวัตถุดิบได้มาจากความร่วมมือกับโครงการหลวงปีละประมาณ 100 ตัน และได้สนับสนุนในการปลูกกาแฟและรักษาผืนป่าเพื่อไร่กาแฟใน “โครงการวิจัยและพัฒนาการปลูกกาแฟและผลิตกาแฟระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งการปลูกกาแฟมีความก้าวหน้าไปกว่า 70% และคาดว่าจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ภายในปี 2561 เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ที่มั่นคงและพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด ทั้งยังจะเข้าไปสนับสนุนให้ชุมชนจัดตั้งสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนธุรกิจเมล็ดกาแฟในโครงการ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคมม) โดยจะเริ่มจากการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบ ซึ่งตั้งเป้าหมายจะรับซื้อที่ 10% ของปริมาณเมล็ดกาแฟที่ ปตท. ต้องการทั้งหมดภายใน 2 ปีนี้