กิจกรรมทั้งหมด

Date : 22 / 11 / 2016

  • Date : 22 / 11 / 2016
    เริ่มแล้ว Thailand Energy Awards 2017 เฟ้นหาสุดยอดผลงานพลังงานไทย

    พพ. จัดประกวดสุดยอดผลงานด้านพลังงาน Thailand Energy Awards 2017 สืบสานปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย 

    นายยศพงศ์ คุปตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน รักษาราชการแทนรองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงการจัดประกวดรางวัล Thailand Energy Awards 2017  ว่า ได้เปิดรับผลงานการประกวดแล้วตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 16 มกราคม 2560 โดยแบ่งการประกวด 5 ด้าน ได้แก่ ด้านพลังงานทดแทน ด้านอนุรักษ์พลังงาน ด้านบุคลากร ด้านพลังงานสร้างสรรค์ และด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โดยการตัดสินได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ จากหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีผลงานดีเด่น สมควรแก่การได้รับรางวัล

    สำหรับการประกวด Thailand Energy Awards 2017 นับเป็นกิจกรรมที่สืบสานปณิธานด้านพลังงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย จากพระราชกรณียกิจในการพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานน้ำ พลังงานชีวภาพ เอทานอล และไบโอดีเซล อีกทั้งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นแนวทางในการประหยัดพลังงาน และใช้พลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

    นายยศพงศ์กล่าวว่า การจัดประกวด Thailand Energy Awards เป็นหนึ่งในกิจกรรมนโยบายสำคัญของ พพ. ที่ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญต่อการอนุรักษ์พลังงาน และการพัฒนาพลังงานของประเทศไทย โดยตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบัน (ปี 2000-2016) มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าประกวด จำนวนทั้งสิ้น 2,613 ผลงาน มีผู้ที่ได้รับรางวัลรวม 750 ผลงาน สามารถประหยัดด้านพลังงานให้กับประเทศได้มากถึง 6,800 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ล้านตัน และตัวแทนผู้ประกอบไทยที่ชนะการประกวดจากเวทีนี้ สามารถคว้ารางวัล ในเวที ASEAN Energy Awards มาครองได้มากถึง 148 รางวัล และได้รับรางวัลรวมสูงสุดในอาเซียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 ซึ่งแสดงให้ถึงศักยภาพด้านพลังงานของประเทศไทย  

    ทั้งนี้ จะมีการประกาศผลรางวัล Thailand Energy Awards 2017  ในเดือน ก.ค. 2560  ผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวด สามารถ Download ใบสมัคร/ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.thailandenergyaward.com โดยผู้ชนะรางวัลใน 3 ประเภท ได้แก่ 1.ด้านการอนุรักษ์พลังงาน ประเภทโรงงาน  2. ด้านพลังงานทดแทน และ3. ด้านพลังงานสร้างสรรค์ จะได้ไปประกวดในระดับอาเซียน ที่จะจัดขึ้นประมาณเดือน ส.ค. 2560 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ต่อไป

  • Date : 22 / 11 / 2016
    รวมภาพแปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์คนพลังงาน"รวมพลังแห่งความภักดี"

    รวมภาพแปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์คนพลังงาน “รวมพลังแห่งความภักดี”กระทรวงพลังงาน ผนึก ปตท. กฟผ.“รวมพลังแห่งความภักดี”ถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

    เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2559 เวลา 7.45 น. กระทรวงพลังงาน   จัดกิจกรรม "รวมพลังแห่งความภักดี" ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และร่วมแปรอักษรพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย โดยมีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน นำกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงพลังงานเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 89 พรรษา 5 ธันวาคม 2559  แสดงความรัก สามัคคี และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตามพระราชปณิธาน โดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณหน้าอาคารบี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

    ในขณะที่ ปตท.สำนักงานใหญ่ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปตท. จำกัด(มหาชน)นำผู้บริหารและพนักงานปตท.กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  พร้อมจัดริ้วขบวนพนักงาน แปรอักษรเป็นรูป”๙ ปตท.รักในหลวง “โดยมีการถ่ายภาพมุมสูงให้เห็นถึงความสวยงามของการแปรอักษรครั้งนี้  โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ สำนักในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 

    เช่นเดียวกันกับที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานใหญ่ บางกรวย จ.นนทบุรี นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ). เป็นประธานนำผู้บริหารและพนักงาน กฟผ. ทั่วประเทศ กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ปกเกล้าปกกระหม่อม ให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทย อย่างพร้อมเพรียง โดยจะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศ และสนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรม และธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย และจะประพฤติปฏิบัติ ตามรอยพระยุคลบาทและศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัส ดำเนินตามพระราชกรณียกิจ มาเป็นแนวทางการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธาน เพื่อความสุขความเจริญและความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของราชอาณาจักรไทยสืบไป จากนั้นได้ร่วมร้องเพลงสรรเสริญ พระบารมี และสำรวมจิตยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ในกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี เพื่อน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9”  ณ ศูนย์กีฬากำธน สินธวานนท์ สำนักงานกลาง กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี  ซี่งเป็นเวลาพร้อมกันกับที่ทำเนียบรัฐบาล

     

     

     

     

     

Date : 21 / 11 / 2016

  • Date : 21 / 11 / 2016
    มอบ45รางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่17

    ปตท.จัดงานใหญ่”สืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า” และพิธีมอบ45รางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่17เพื่อเชิดชูและชื่นชมคนดี  ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. โดยมีเครือข่ายชุมชนที่ได้รับรางวัลเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

    งานดังกล่าวถูกจัดขึ้น2วันคือวันที่21และ22 พ.ย.2559 โดยในวันแรกของการจัดงาน มีการปาฐกกถาพิเศษ”พระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า โดยดร. สุเมธ ตันติเวชกุล  เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา  และเวทีเสวนาในช่วงเช้า” สืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า”  จาก ดร.เฉลิมพล เกิดมณี นักวิจัยอาวุโส สวทช. ,นายอภิชาต จงสกุล ที่ปรึกษามูลนิธิชัยพัฒนา  ,ดร.รอยล จิตรดอน เลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมป์ ,ดร. วีระชัย ณ นคร  ที่ปรึกษาสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  และนายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)  ในขณะที่ช่วงบ่าย เป็นเวทีเสวนา  ” สืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า “จากผู้ปฏิบัติทั่วทุกภาคของประเทศ ประกอบด้วย พระครูประยุตธรรมธัช ชุมชนตะโหมด จ.พัทลุง ,นายเดชา นทีไท เครือข่ายลุ่มน้ำแม่ละอุป จ.เชียงใหม่,นายดวงจันทร์ พาลำโกน ชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด และนายสุรชัย แซ่จิว ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอบางเสาธง จ.สมุทรปราการ

    นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)  กล่าวถึงการสืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง ว่า  ถ้าปตท.ไม่ทำตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่9 เมื่อ30กว่าปีที่แล้ว ก็คงจะไม่มีปตท.ในวันนี้  ที่ทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศได้อย่างเข้มแข็ง  ปตท.มีภารกิจที่ต้องทำให้ประเทศตัวเองทางด้านพลังงานให้ได้มากที่สุด จากที่ไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานทั้ง100% ปัจจุบันก็มีการพัฒนาเรื่องของเอทานอลและไบโอดีเซล ที่ผลิตในประเทศมาเป็นส่วนผสมในน้ำมันเบนซินและดีเซล เพื่อทดแทนการนำเข้า  การสำรวจพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า  เกิดโรงแยก๊าซธรรมชาติและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี  

    แนวพระราชดำริ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ก็นำมาดำเนินโครงการ วิถีพอเพียงกับ87ตำบลทั่วประเทศ เกี่ยวข้องกับชุมชนกว่า10,000ครัวเรือน โดยเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เรื่องวาทกรรมให้เราท่องตาม แต่ปตท.ทำเรื่องนี้เป็นปฏิบัติบูชา ให้เกิดผลจริง  ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันจะสิ้นสุดโครงการแล้ว หลายๆชุมชนก็ยังยึดถือเอาวิถีพอเพียงเป็นแนวปฏิบัติ

    สำหรับงานมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 17 ประจำปี พ.ศ. 2559 ภายใต้หัวข้อ “สืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า” ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)ในวันที่22 พ.ย.2559  ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว เป็นผู้มอบนั้น นั้น

    มีผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 45 ผลงาน แบ่งเป็นประเภทชุมชน 7 ผลงาน ประเภทบุคคล 3 ผลงาน ประเภทกลุ่มเยาวชน 6 ผลงาน ประเภท "สิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน" 4 ผลงาน ประเภทงานเขียน 5 ผลงาน  ประเภทความเรียงเยาวชน 19 ผลงาน และประเภทสื่อมวลชน 1 ผลงาน

    รางวัลลูกโลกสีเขียวเป็นเสมือนกำลังใจให้แก่ผู้ทำความดี  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารให้สังคมร่วมกัน “เชิดชู และ ชื่นชมคนดี”  ให้เห็นถึงผลสำเร็จแห่งความเพียรพยายามของบุคคลและชุมชน  ผู้ทำหน้าที่ปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า และระบบนิเวศ  ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน    

    การพิจารณาผลงานผ่านกระบวนการเป็นลำดับขั้น จากคณะกรรมการภาค คณะกรรมการคัดเลือก และคณะกรรมการตัดสิน มีผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้นในปีนี้ 45 รางวัล ประกอบด้วยโล่รางวัลจากนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการตัดสิน ใบประกาศเกียรติคุณ และรางวัลเงินสด : ประเภทชุมชน 7 รางวัลๆ ละ 250,000 บาท ประเภทบุคคล 3 รางวัลๆ ละ 100,000 บาท ประเภทกลุ่มเยาวชน 6 รางวัลๆ ละ 50,000 บาท ประเภท "สิปปนนท์   เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน" 4 รางวัลๆ ละ 100,000 บาท ประเภทงานเขียน 5 รางวัล ประกอบด้วย ดีเด่น 1 รางวัลๆ ละ 50,000 บาท และชมเชย  4 รางวัลๆ ละ 25,000 บาท ประเภทความเรียงเยาวชน 19 รางวัล แบ่งเป็นอายุไม่เกิน 15 ปี 7 รางวัล ประกอบด้วย ดีเด่น 1 รางวัลๆ ละ 5,000 บาท และชมเชย 6 รางวัลๆ ละ 2,500 บาท และอายุ 16-25 ปี 12 รางวัล ประกอบด้วย ดีเด่น 2 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท ชมเชย 10 รางวัลๆ ละ 5,000 บาท และ ประเภทสื่อมวลชน 1 รางวัลๆ ละ 100,000 บาท รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 3,090,000 บาท โดยผู้รับรางวัลจะได้รับเงินรางวัลเต็มจำนวน ดังรายชื่อต่อไปนี้


    รายชื่อผลงานที่ได้รับ "รางวัลลูกโลกสีเขียว" ครั้งที่ 17 ประจำปี พ.ศ. 2559 จำนวน 45 รางวัล

    ประเภทชุมชน จำนวน 7 รางวัล


    1. ชุมชนบ้านสบลาน ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่
    2. ชุมชนบ้านสาสบหก ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง
    3. ชุมชนป่าดงทำเล-ดอนใหญ่ บ้านหนองบั่ว ต.ช้างเผือก อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
    4. ชุมชนบ้านนาหว้า ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี
    5. ชุมชนอนุรักษ์ป่าสาธารณะ “บ๊ะออนซอน” ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู
    6. ชุมชนตะโหมด  ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง
    7. ชุมชนบ้านเขาวัง  ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

    ประเภทบุคคล จำนวน 3 รางวัล

    1. นายประดิษฐ์ เพชรแสนอนันต์ ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน
    2. นายสถาน ตุ้มอ่อน ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
    3. นายจาง ฟุ้งเฟื่อง ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร

    ประเภทกลุ่มเยาวชน จำนวน 6 รางวัล

    1. โรงเรียนเจ้าฟ้าอุบลรัตน์ ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
    2. กลุ่มเยาวชนเชียงของเรนเจอร์ (CK ranger) ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย
    3. กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง จ.ตราด
    4. กลุ่มชีวิตคนเมืองบนรากฐานความพอเพียง โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย 
    แขวงสีลม เขตบางรัก จ.กรุงเทพฯ
    5. กลุ่มเด็กและเยาวชนรักษ์เก้าโจน ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
    6. กลุ่มเยาวชนหมากแงวหวาน บ้านจับไม้  ต.เฝ้าไร่ อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย

    ประเภท “รางวัลสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน” จำนวน 4 รางวัล

    1. ชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
    2. กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และป่าชุมชนบ้านยางโทน ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
    3. กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อเพิ่มปริมาณปูเปี้ยว ต.เลม็ด อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
    4. กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนชุมชนบ้านบางลา  ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

    ประเภทงานเขียน จำนวน 5 รางวัล

    รางวัลดีเด่น : 1 รางวัล 
    • โอมื่อโชเปอ อยู่ดีมีสุข เอกสารสรุปผลการศึกษาโครงงาน “การศึกษาวิถีพึ่งพิงและภูมิปัญญาการจัดการทรัพยากรป่าและน้ำ” กรณีศึกษาชุมชนบ้านสบลาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โดยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนรุ่งอรุณ ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2557 
    รางวัลชมเชย : 4 รางวัล 
    • บทความเรื่อง “สุขชนบท” โดย อนุชิต คำน้อย (จ.สุโขทัย)
    • วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง “ลูกชาวนา” โดย เชาวลิต ขันคำ (จ.ฉะเชิงเทรา)
    • นวนิยายเรื่อง “การกลับมาของนกนางนวล” โดย วุฐิศานติ์ จันทร์วิบูล (จ.อุทัยธานี)
    • บทความเรื่อง “ปฏิญญาเมืองน่าน ปฏิบัติการถอนพิษข้าวโพด” โดย ชุติมา ซุ้นเจริญ (กรุงเทพฯ)

    ประเภทความเรียงเยาวชน จำนวน 19 รางวัล

    ประเภทอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 7 รางวัล

    รางวัลดีเด่น : 1 รางวัล 
    • ต้นหญ้าในเมืองใหญ่ โดย ด.ญ.สุดารัตน์ แสงสว่าง (จ.เลย)

    รางวัลชมเชย : 6 รางวัล 
    • ความสุขที่พอเพียง โดย ด.ญ.กนกพิชญ์ ขวัญยู (จ.ชัยภูมิ)
    • พลอยรี่ กับการเดินทางของหนู โดย ด.ญ.ธนพร ฮวดจึง (จ.สกลนคร)
    • ป่าชุมชนภูหินเหล็กไฟ ให้อะไรได้มากกว่าหินเหล็กไฟ โดย ด.ญ.ปณิดา บุระพร (จ.อุบลราชธานี)
    • แรงศรัทธา แรงบันดาลใจ วิธีสร้างผืนป่าในชุมชนเล็กๆ ของฉัน โดย ด.ญ.ศศิวิมล แก้ววิไล (จ.ชัยภูมิ)
    • โลกสีเขียวโลกแห่งรอยยิ้ม โดย ด.ช.ธนภัทร ชูจันทร์ (จ.ชัยภูมิ)
    • ศรัทธาความเชื่อ...เพื่อการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน โดย ด.ญ.นุ่ม ลุงต๊ะ (จ.เชียงใหม่)

    ประเภทอายุ 16-25 จำนวน 12 รางวัล

    รางวัลดีเด่น : 2 รางวัล 
    • ดอนถั่วงอก...บอกเรื่องเล่า โดย นายพิทักษ์ ลำพูน (จ.เชียงราย)
    • วิถีความหวาน ตาลโตนดบ้านฉัน โดย นายจักรกฤษณ์ เหลืองละมัย (จ.กาญจนบุรี)
    รางวัลชมเชย : 10 รางวัล 
    • ความมีตัวตนที่มองไม่เห็น โดย น.ส.ชนิสรา สุวรรณกุฏ (จ.อุบลราชธานี)
    • เพียงคิดถึง โดย น.ส.ชนัญชิดา ปวนตา (จ.แม่ฮ่องสอน)
    • ผู้ให้ที่ “แท้จริง” โดย น.ส.มัสติกา ใจรัตน์ (จ.สกลนคร)
    • มรสุมเข้า โดย น.ส.ณ หฤทัย เปลื้องอภัย (จ.น่าน)
    • มานิ วิถีของผู้แบ่งปันในป่าใหญ่ โดย น.ส.ขวัญนภา หนูปลอด (จ.พัทลุง)
    • รวงข้าวสร้างชีวี โดย น.ส.จรรยพร โตเต็ม (จ.ประจวบคีรีขันธ์)
    • วิถีชีวิต คิดพอเพียง เลี้ยงต้นกล้า โดย นายนนทนันท์ นะธิศรี (จ.บึงกาฬ)
    • สวนสนุกธรรมชาติ โดย น.ส.เทพธิดา พิพรรณ (จ.ระนอง)
    • สายใยผูกพัน ดิน น้ำ ป่า เจ้าพ่อประตูผาและวิถีชีวิต โดย นายสิทธิศักดิ์ บุญมา (จ.ลำปาง)
    • หมู่บ้านปลายคลอง โดย น.ส.ศุภมาศ ชื่นอารมย์ (จ.ระนอง)

    ประเภทสื่อมวลชน จำนวน 1 รางวัล

    • รายการ “สามัญชนคนไทย” ออกอากาศทางสถานีไทยพีบีเอส  ดำเนินรายการโดย มาโนช พุฒตาล

     

     

  • Date : 21 / 11 / 2016
    กฟผ.ชวนชาวเทพาปล่อยพันธุ์ปูม้า3ล้านตัว

    กฟผ.ชวนชาวอำเภอเทพาปล่อยพันธุ์ปูม้า 3 ล้านตัว หวังอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำและพัฒนาวิถีประมงพื้นบ้าน

    เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 เวลา 08.30 น.ตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)และ พร้อมประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน ชาวบ้านและเยาวชนในพื้นที่ อ.เทพา ร่วมกันปล่อยพันธ์ปูม้า 3,000,000 ตัว ที่ บ้านกรงอิตำ หมู่ที่ 4  ตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา  โดยได้รับการสนับสนุนพันธ์ปูม้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้า ป.ทรัพย์อนันต์   สำหรับการปล่อยพันธ์สัตว์น้ำวัยอ่อน(ปูม้า)ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่13  คิดเป็นจำนวนสัตว์น้ำอ่อน(ปูม้า)ที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติไปแล้วรวม 42,000,000 ตัว

     กิจกรรม”รักษ์เล –เทพา อนุรักษ์ ฟื้นฟู ชุมชนเข้มแข็ง” เป็นแผนงานที่ กฟผ.และชุมชนร่วมคิดและจัดทำขึ้น  เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่ อ.เทพาและพื้นที่ใกล้เคียง  โดยส่งเสริมให้เด็กๆลูกหลานชาวเทพาได้เรียนรู้และเห็นคุณค่าในการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นตามวิถีภูมิปัญญาท้องถิ่น  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องชาวเทพาและผู้นำท้องถิ่นเป็นอย่างดียิ่ง  เชื่อมั่นว่าจะช่วยพัฒนาวิถีประมงพื้นบ้านและคุณภาพชีวิตของพี่น้องชุมชนเทพาให้ดีขึ้น และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในอนาคตอย่างยั่งยืน

     

Date : 18 / 11 / 2016

  • Date : 18 / 11 / 2016
    กฟผ. ชวนชาวไทยสานต่อ 9 พระราชปณิธานของรัชกาลที่ 9

    กฟผ. น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ กำเนิดโครงการ “กฟผ. น้อมสืบสานปณิธานงานของพ่อ ชวนชาวไทยร่วมสานต่อ 9 พระราชปณิธานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทั้งเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพ ด้านวิศวกรรมในการพัฒนาแหล่งน้ำ เขื่อน และพลังงาน ที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ควบคู่กับการอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมเชิญชาวไทยร่วมสืบสานปณิธานงานของพ่อ สานต่อ 9 พระราชปณิธานของพระองค์ เพื่อสร้างความสุขให้ปวงประชาอย่างยั่งยืน

    นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. น้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน ซึ่งช่วยนำพาให้องค์การเจริญเติบโตก้าวหน้า และยังประโยชน์ให้แก่ ชุมชน สังคม มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน และเพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจและร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ กฟผ. น้อมสืบสานปณิธานของพ่อ ผ่านพระราชปณิธาน 9 ด้าน ซึ่งจะเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ได้แก่ 1. ด้านการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน 2. ด้านการประดิษฐ์และนวัตกรรม 3. ด้านการดูแลรักษาป่าและน้ำ 4. ด้านความพอเพียงและการเอาชนะความยากจน 5. ด้านการดูแลชาวนา 6. ด้านการศึกษา 7. ด้านการประหยัด 8. ด้านการเสียสละและการให้ทาน และ 9. ด้านการส่งเสริมให้เป็นคนดี

    โดยสำหรับพระราชปณิธานด้านที่ 1 การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนนั้น กฟผ. ได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ณ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และ กฟผ. แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยที่เขื่อนภูมิพล กฟผ. จัดกิจกรรม “ตามรอยเขื่อนพระราชา” ด้วยการแปรอักษรแสดงความอาลัยจากแสงเทียน เป็นคำว่า “BHUMIBOL DAM TAK © ร.๙” เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีผู้ร่วมงานกว่า 6,000 คน และหลังจากนี้ จะมีการจัดนิทรรศการเส้นทางตามรอยพ่อ ระหว่างวันที่ 16 – 18 ธันวาคม 2559 โดยจะมีนิทรรศการตั้งแต่จุดที่ทรงประทับแรม ณ เขื่อนภูมิพล ไปจนถึงสวนน้ำพระทัย ซึ่งเป็นสวนที่ กฟผ. จัดเทิดพระเกียรติเดิมอยู่แล้ว และ ณ ที่นี้จะมีการแสดงภาพพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับเขื่อนพระราชาแห่งนี้ ไปจนถึงอาคารเฉลิมพระเกียรติ

    นอกจากนั้น จะจัดงาน “9 ที่สุดของหัวใจ” ระหว่างวันที่ 9 – 11 ธันวาคม 2559 ณ กฟผ. แม่เมาะ จังหวัดลำปาง เพื่อถ่ายทอดพระราชกรณียกิจผ่านพลังแห่งภาพและเสียง ได้แก่ การแสดงละครเวที ประกอบแสง สี เสียง ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการนำแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวอันซาบซึ้ง เพื่อก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง และประเทศชาติให้ยั่งยืนต่อไป การจัดฉายภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับการทำความดี การจัดแสดงบทเพลงแห่งแผ่นดิน จากวงออเคสตร้าของนักเรียนโรงเรียนในจังหวัดลำปาง จะมาขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ การจัดแสดง“ภาพแห่งความจงรัก” ซึ่งเป็นภาพเขียนบน     เซรามิกชุดพิเศษ การจัดทำบทเพลง “เสียงแห่งความภักดี” โดยให้ประชาชนกล่าวความรู้สึกถึงพระองค์ และส่งมอบไปยังสำนักพระราชวัง และการจัดนิทรรศการ “ที่สุดของหัวใจ” แสดงถึงพระเมตตาที่มีต่อพสกนิกร

    สำหรับ พระราชปณิธานด้านที่ 2 การประดิษฐ์และนวัตกรรม กฟผ. จะจัดโครงการ “กล้าคิด กล้าทำ ตามรอยพ่อ” เพื่อรณรงค์ให้เกิดการสร้างสิ่งประดิษฐ์ด้านการประหยัดพลังงาน และพัฒนาศักยภาพชุมชน พร้อมนำไปพัฒนาเพื่อให้สามารถใช้งานได้จริง พระราชปณิธานด้านที่ 3 การดูแลรักษาป่าและน้ำ กฟผ. เป็นหน่วยงานหลักของประเทศที่ได้มีโอกาสปลูกป่าถวาย จึงจะดำเนินโครงการ “ปกป่า ป้องน้ำ ตามรอยพ่อ” เพื่อรณรงค์ให้ชาวไทยช่วยกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้อย่างต่อเนื่อง พระราชปณิธานด้านที่ 4 ความพอเพียงและการเอาชนะความยากจน กฟผ. น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยจะจัดกิจกรรม “รักพ่อให้พอเพียง” นำชุมชนในพื้นที่รอบหน่วยงาน กฟผ. ศึกษาดูงาน ด้านการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างให้เกิดเป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง 89 แห่ง  

    ในส่วนของพระราชปณิธานด้านที่ 5 การดูแลชาวนา กฟผ. ได้ช่วยเหลือชาวนา ผ่านโครงการ “ข้าวไทย 9 ไกล ยั่งยืน” โดยให้พนักงาน กฟผ. ซื้อข้าวคนละ 9 กิโลกรัม ถวายเป็นพระราชกุศล มาตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนจนถึงปัจจุบัน พร้อมขอความร่วมมือช่องทางการจัดจำหน่ายกับโรงเรียนในโครงการห้องเรียนสีเขียว และพิจารณาจัดหาเครื่องสีข้าวให้แก่ชาวนาในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า รวมทั้งจะร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคของจังหวัดต่างๆ ในการปรับปรุงเครื่องสีข้าวชุมชนให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนจัดทำโครงการ “ข้าวชาวนา เบอร์ 5” โดยจะส่งเสริมให้ชาวนาผลิตข้าวตามมาตรฐานฉลากประหยัดไฟฟ้า เบอร์ 5 ส่วนพระราชปณิธานด้านที่ 6 การศึกษา กฟผ. เตรียมจัดสร้าง “ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชาด้านพลังงาน ปลูกป่า และชีววิถี” บริเวณพื้นที่   สีเขียว หรือ Green Buffer ของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องพลังงาน การปลูกป่า และโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต

    พระราชปณิธานด้านที่ 7 การประหยัด  กฟผ. จะรณรงค์ส่งเสริมให้ชาวไทยสวมใส่ “เสื้อเบอร์ 5” โดยเชิญชวนผู้ผลิตและผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการฯ และร่วมรณรงค์ให้พนักงาน กฟผ. สวมใส่เสื้อผ้าประหยัดพลังงาน พระราชปณิธานด้านที่ 8 การเสียสละและให้ทาน กฟผ. จะรณรงค์ออกหน่วยรับบริจาคโลหิตจากพนักงาน กฟผ. ในปี 2560 ผ่านกิจกรรม “890,000 หยด ทดแทนพระคุณพ่อ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และพระราชปณิธานด้านที่ 9 การส่งเสริมให้เป็นคนดี โดยจะก่อสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อม 9 คำสอนของพ่อ ณ เขื่อนภูมิพล ซึ่งเป็นเขื่อนที่ได้ชื่อว่า ‘เขื่อนของพ่อ’

    “กฟผ. มีความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำงานสนองเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช เสมอมา ด้วยพระปรีชาสามารถที่หลากหลาย นำมาซึ่งความสว่างไสวและความเจริญให้กับประเทศ ตลอดจนสร้างความผาสุกต่อพสกนิกร กฟผ. จึงขอน้อมดำเนินงานตามพระราชปณิธาน เพื่อสานต่อและเผยแพร่พระเกียรติคุณสืบไป” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวในตอนท้าย

Date : 17 / 11 / 2016

  • Date : 17 / 11 / 2016
    ชาวตากกว่า6,000คนแปรอักษรด้วยแสงเทียนที่เขื่อนภูมิพล

    ชาวจังหวัดตากกว่า6,000คน  ร่วมแปรอักษรด้วยแสงเทียน “BHUMIBOL DAM TAK © ร.๙” ที่ เขื่อน ภูมิพล เพื่อแสดงความอาลัย ประกอบกับการฉายม่านน้ำพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย 

    เมื่อวันที่16 พ.ย.2559 นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เขื่อนภูมิพล ร่วมกับหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชน และองค์กรเอกชนในจังหวัดตาก กว่า 6,000 คน รวมใจจัดกิจกรรมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สันเขื่อนภูมิพล จ.ตาก

    กิจกรรมดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 16.00 น. โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานในพิธีลงนามแสดงความอาลัย และกล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีเหล่าพสกนิกรชาวเขื่อนภูมิพล และประชาชน จ.ตาก ร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที หลังจากนั้นร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงต้นไม้ของพ่อ และร่วมแปรอักษรด้วยแสงเทียนเป็นข้อความ “BHUMIBOL DAM TAK © ร.๙”พร้อมฉายวิดีทัศน์พระราชกรณียกิจ และโครงการพระราชดำริฯ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านม่านน้ำที่บริเวณริมสันเขื่อนภูมิพล เพื่อแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

    เขื่อนภูมิพล ได้รับพระกรุณาพระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า ‘เขื่อนภูมิพล’ ในปี พ.ศ. 2500 โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2496 แล้วเสร็จ เสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกและเป็นเขื่อนแห่งเดียวที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งที่ใช้ในการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร สามารถปล่อยน้ำในอ่างเก็บน้ำ ไปช่วยเหลือราษฎรในบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร ตลอดจนพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ประมาณ 7.5 ล้านไร่ รวมทั้งช่วยป้องกันน้ำเค็มในเขตนครหลวง กรุงเทพมหานคร ธนบุรี นนทบุรี และนครปฐม อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สำคัญของประเทศ ทั้งนี้นับแต่เริ่มดำเนินการก่อสร้างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงให้ความสนพระทัย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ รวมถึงเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการดำเนินการก่อสร้างขุดเจาะอุโมงค์ผันน้ำ และทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนภายหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งในอดีตที่ผ่านมาเขื่อนภูมิพลยังมีเรือนรับรองพิเศษที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงเสด็จมาประทับและใช้เป็นสถานที่ทรงงานเยี่ยมราษฎรและติดตามงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆอีกด้วย