กิจกรรมทั้งหมด

Date : 07 / 09 / 2017

  • Date : 07 / 09 / 2017
    เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ค.3 โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 23 ก.ย. นี้

    กฟผ. พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในขั้นตอนการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพ (EHIA) หรือ ค.3 โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทน โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 - 7 เพื่อจัดทำรายงาน EHIA  ให้ครอบคลุมข้อห่วงกังวลของประชาชนและเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ในวันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป  ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ. แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

    ว่าที่ พ.ต.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา ได้เตรียมจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ค.3 ของโครงการดังกล่าว โดยบริษัทที่ปรึกษาจะนำเสนอผลการศึกษา EHIA  ของโครงการ ทั้งด้านผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาตรการป้องกันและแก้ไข รวมถึงมาตรการติดตามตรวจสอบ ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ 5 ตำบลของ อ.แม่เมาะ ได้แก่ ตำบลสบป้าด จางเหนือ นาสัก บ้านดง และแม่เมาะ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากการการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมิน EHIA (ค.1) เมื่อวันเสาร์ที่ 29 เมษายน 2560 และการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในขั้นตอนการประเมินและจัดทำรายงาน EHIA (ค.2) ระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา

    เมื่อเวที ค.3 แล้วเสร็จ บริษัทที่ปรึกษาจะรวบรวมข้อคิดเห็นทั้งหมดจากทั้ง 3 เวที มาพิจารณาตามหลักวิชาการเพิ่มเติมให้ครอบคลุมข้อห่วงกังวลของประชาชนเพื่อนำไปจัดทำรายงาน EHIA ฉบับสมบูรณ์ ก่อนนำส่งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาต่อไป

    ทั้งนี้ ก่อนจัดเวที ค.3 ทางบริษัทที่ปรึกษา ได้จัดทำร่างรายงาน EHIA ที่ใช้สำหรับเวที ค.3 ทั้งฉบับเต็มและฉบับย่อ เผยแพร่กับกลุ่มเป้าหมายภาคประชาชน ผู้นำชุมชนในพื้นที่โครงการ หน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณา EHIA หน่วยงานราชการระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล หน่วยงานด้านสาธารณสุขและการแพทย์ กลุ่มองค์กรเอกชน ด้านสิ่งแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชน สถานศึกษา ศาสนสถาน นักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป  เพื่อศึกษาล่วงหน้าก่อนไปร่วมเวที นอกจากนี้ยังมีการสื่อสารให้ความรู้ในเบื้องต้นผ่านหลายช่อง เช่น แผ่นพับให้ความรู้ สถานีวิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์ ป้ายประกาศ โครงการ กฟผ.แม่เมาะ เคาะประตูบ้าน และทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง

    ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น ค.3 และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลก่อนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ www.egat.co.th นอกจากนั้น ยังสามารถแสดงความคิดเห็นต่อร่างฯ ฉบับนี้ได้ ด้วยการส่งข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะไปที่   อีเมล: weenittha_w@team.co.th และ rattiya_n@team.co.th หรือ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด 151 อาคารทีม ถนนนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 และที่ โทรศัพท์ 0-2509-9000 กด 3201-5 ต่อ 104, 106 4. โทรสาร  0-2509-9109 ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 2560 จนถึง วันที่ 8 ต.ค. 2560

Date : 06 / 09 / 2017

  • Date : 06 / 09 / 2017
    กฟผ.หนุนโครงการ Dark Sky หวังคืนแสงดาวบนท้องฟ้าให้ดอยอินทนนท์

    กฟผ. จับมือ หน่วยงานภาคี เดินหน้าโครงการศึกษาวิจัยและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Dark Sky) เพื่อลดมลภาวะทางแสง (Light Pollution) ที่เกิดจากการฟุ้งกระจายของแสงไฟจากแปลงปลูกเบญจมาศในช่วงกลางคืน ส่งผลต่อระบบนิเวศน์ และบดบังความงามบนท้องฟ้าดอยอินทนนท์  นำร่องพื้นที่ หมู่ 7 บ้านขุนกลาง หากประสบความสำเร็จจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่มีปัญหามลภาวะทางแสงต่อไป

    เมื่อ6 กันยายน 2560 ที่โครงการหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่  ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือโครงการศึกษาวิจัยและส่งเสริม การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบจากมลภาวะทางแสงต่อระบบนิเวศในพื้นที่ดอยอินทนนท์ (Dark Sky) โดยมี นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) รองศาสตราจารย์ ดร. ณัฐา โพธาภรณ์ ที่ปรึกษามูลนิธิโครงการหลวง  นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ รองศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมลงนามความร่วมมือดังกล่าว

    นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ.

    นายบุญญนิตย์ กล่าวว่า โครงการ Dark Sky มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อศึกษาและวิจัยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ดอยอินทนนท์ทุกมิติ ทั้งด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า ด้านดาราศาสตร์ ด้านเกษตรกรรม ระบบนิเวศ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เขตพื้นที่ดอยอินทนนท์เป็นเขตสงวนเพื่อท้องฟ้ายามกลางคืน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต อีกทั้งเป็นการสร้างองค์ความรู้ในการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างในภาคการเกษตรบนดอยอินทนนท์ ที่นิยมปลูกดอกเบญจมาศ ดอกไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับชุมชน และมีการใช้แสงสว่างสำหรับการเจริญเติบโตของดอกเบญจมาศในช่วงกลางคืน

    ทั้งนี้ ในโครงการวิจัย ในพื้นที่หมู่ 7 บ้านขุนกลาง ดอยอินทนนท์ ที่มีจำนวนครัวเรือนประมาณ 300 ครัวเรือนและใช้หลอดไฟแบบหลอดตะเกียบประมาณ 1 แสนหลอดในรัศมี 5 ตารางกิโลเมตร กฟผ. ได้ทำการทดลองเชิงเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้แสงสว่างระหว่างแปลงปลูกดอกเบญจมาศที่ใช้หลอดตะเกียบ (ที่ชุมชนใช้อยู่เดิม) กับการใช้หลอด LED แล้วพบว่า การเจริญเติบโตของดอกเบญจมาศไม่แตกต่างกัน  แต่หลอดตะเกียบทำให้เกิดแสงฟุ้งกระเจิงขึ้นสู่ท้องฟ้ามากเกินความจำเป็น ทำให้เกิดมลภาวะทางแสง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ  สำหรับหลอด LED มีคุณสมบัติส่องแสงสว่างลงด้านล่าง ไม่ทำให้เกิดแสงฟุ้งกระเจิงบดบังความงามของดวงดาวบนท้องฟ้า  ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศให้กลับคืนตามธรรมชาติ อีกทั้งสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ถึงร้อยละ 50 ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้า ซึ่งตอบโจทย์ภารกิจ กฟผ. ในการผลิตไฟฟ้า ควบคู่กับการดูแลรักษาสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม  รวมถึงการดำเนินงานการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าในทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ

    ทั้งนี้ การดำเนินงานการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (Demand Side Management ) ของ กฟผ. มุ่งหมายให้การใช้ไฟฟ้าในทุกภาคส่วนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกด้านการประหยัดพลังงานแก่ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า  ซึ่งจากการดำเนินงานดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ประเทศประหยัดพลังงานลงได้ประมาณ 4,380 เมกะวัตต์ ลดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 26,000 ล้านหน่วย และช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศลงได้ 14.8 ล้านตัน 

    ด้านนายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงการสนับสนุนว่า กรมอุทยานฯ มีภารกิจในการอนุรักษ์ ส่งเสริมและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ด้วยการควบคุมป้องกันพื้นที่ป่าอนุรักษ์เดิม และพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาสมบูรณ์ รวมทั้งการปลูกจิตสำนึกให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และสังคมชุมชน ดำเนินการลดผลกระทบในการใช้แสงสว่างส่วนเกินจากชุมชนในเขตพื้นที่ดอยอินทนนท์ ให้เป็นพื้นที่เขตสงวนเพื่อท้องฟ้ายามราตรี รวมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รักษาพื้นที่ป่าไม้ในเขตดอย      อินทนนท์ให้มีความเหมาะสม และมีความสมบูรณ์เพื่อเป็นมรดกทางธรรมชาติของประเทศ

    ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การทำบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมด้านดาราศาสตร์ เป็นโครงการที่ทำให้มีความหวังว่าจะเป็นการคืนความมืดสู่ท้องฟ้าบนดอยอินทนนท์อีกครั้ง โดยที่ผ่านมา ดอยอินทนนท์ ถือเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ที่มีนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เข้ามาสัมผัสความเป็นธรรมชาติ และต้องการมาดูดาวในช่วงกลางคืน แต่ปรากฎว่าในช่วงระยะหลัง ที่มีการฟุ้งกระจายของแสงบนท้องฟ้าที่เกิดจากแปลงปลูกดอกเบญจมาศนั้น ก่อให้เกิดมลภาวะทางแสง  ดังนั้น โครงการ Dark Sky  จึงจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างคุ้มค่า ทั้งช่วยประหยัดพลังงานและคืนความสมดุลให้กับระบบนิเวศ บนดอยแห่งนี้เหมือนเมื่อในอดีต โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน

    รองศาสตราจารย์ ดร. ณัฐา โพธาภรณ์ ที่ปรึกษามูลนิธิโครงการหลวง กล่าวถึงความร่วมมือว่า มูลนิธิโครงการหลวง มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยและทดลองการใช้ไฟฟ้าแสงสว่าง ในโครงการฯ นี้ ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานจะถือว่าเป็นผลงานร่วมกันของทุกฝ่าย และเกิดองค์ความรู้ด้านส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างในภาคการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสม รวมถึงสร้างผลประโยชน์สูงสุดในเขตพื้นที่ดอยอินทนนท์

    ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงการดำเนินงานว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความสำคัญในการผลิตผลงานวิจัยที่สร้างองค์ความรู้ใหม่ และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมให้เข้มแข็ง  ซึ่งการศึกษาและวิจัย ในโครงการฯ นี้ ถือว่าก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับประชากรในพื้นที่เขตดอยอินทนนท์ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างคุณค่าให้กับท้องถิ่น ดังนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือกับอีก 4 หน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินโครงการนี้บรรลุวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อไป

     

Date : 05 / 09 / 2017

  • Date : 05 / 09 / 2017
    สนพ.ปล่อยคลิปหนังสั้น ตอน2 หวังคนดูเข้าใจงานกองทุนอนุรักษ์ฯมากขึ้น
    สนพ.ปล่อยคลิปหนังสั้น ตอนที่ 2  หวังคนดูเข้าใจภารกิจกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มากขึ้น 
     
    สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ผลิตคลิปหนังสั้นตอนที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวละครหญิงที่ชื่อเชอรี่” นักศึกษาซึ่งต้องทำ Thesis เกี่ยวกับการลดต้นทุนด้านพลังงานในอาคารภาครัฐ ได้รับการแนะนำให้มาพบกับ ชายหนุ่มหน้าตาดี เจ้าหน้าที่กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  ที่ชื่อ "ต้น"  ซึ่งเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่า โครงการการอนุรักษ์พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา โรงพยาบาล ฯลฯ นั้น ได้ส่งเสริมให้เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เช่น หลอดไฟ LED  การปรับปรุงระบบทำความร้อนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงระบบทำความเย็น ที่มีฉลากประสิทธิภาพสูง  อีกทั้งยังมีโครงการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ESCO Revolving Fund, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ฯลฯ เพื่อลดต้นทุนการใช้พลังงาน 
     
    คลิปหนังสั้นมีความยาว 4.32นาที สามารถคลิกเข้าไปชมได้ที่   https://m.facebook.com/Enconfundthailand/videos/304874626654592/

Date : 01 / 09 / 2017

  • Date : 01 / 09 / 2017
    สมเด็จพระสังฆราชประทานกล้าไม้มงคล6ชนิดให้ซีอีโอปตท.ปลูกในกิจกรรมต้นกล้าจิตอาสาฯ
    สมเด็จพระสังฆราชประทานกล้าไม้ มงคล 6 ชนิด ได้แก่ ต้นไทร ต้นโพธิ์ ต้นราชพฤกษ์ ต้นประดู่ป่า ต้นรวงผึ้ง และต้นพะยูง แก่ซีอีโอปตท. "เทวินทร์ วงศ์วานิช " ภายใต้กิจกรรม “ต้นกล้าจิตอาสา รวมพลังศรัทธา ปลูกป่าทั่วแผ่นดิน”ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ปตท. และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ศปทส.ตร.)
     
    เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นองค์ประธานและประทานกล้าไม้มงคล 6 ชนิด ได้แก่ ต้นไทร ต้นโพธิ์ ต้นราชพฤกษ์ ต้นประดู่ป่า ต้นรวงผึ้ง และต้นพะยูง แก่ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารกลุ่ม ปตท. เครือข่ายด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของ ปตท. ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานในสังกัด ชุมชน เยาวชน ศิลปิน และสื่อมวลชน ในกิจกรรม “ต้นกล้าจิตอาสา รวมพลังศรัทธา ปลูกป่าทั่วแผ่นดิน”  จัดโดยความร่วมมือระหว่าง ปตท. และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ศปทส.ตร.) ซึ่งกลุ่ม ปตท. จะนำกล้าไม้ไปปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลในพื้นที่ปฏิบัติการและพื้นที่เครือข่ายอนุรักษ์ของกลุ่ม ปตท. ทั่วประเทศ
     
    นอกจากนี้ สมเด็จพระสังฆราช ยังทรงปลูกต้นนิโครธ บริเวณข้างตำหนักสมเด็จพระสังฆราช เป็นปฐมฤกษ์ในการขยายผลการปลูกต้นไม้ทั่วประเทศไทย โดยกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในมงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา ในปี 2560 พร้อมสร้างความตระหนักรู้และปลูกจิตสำนึกในการบูรณาการในการร่วมป้องกันและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของประเทศที่มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ณ บริเวณตำหนักสมเด็จพระสังฆราช พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
     
  • Date : 01 / 09 / 2017
    IRPCร่วมมือกรมการแพทย์ ม.ศรีปทุม พัฒนาอุปกรณ์แพทย์ช่วยผู้พิการอัมพาตครึ่งล่าง
    IRPC นำผลงานการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติกชนิด UHMWPE (Ultra high molecular weight Polyethylene) ซึ่งมีคุณสมบัติของเม็ดพลาสติกที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ  ทนทานต่อการสึกกร่อนเสียดสี รองรับแรงกระแทกได้ดี และน้ำหนักเบา มาช่วยเหลือผู้ทุพพลภาพ ผู้ไร้ความสามารถ หรือ ผู้ป่วย ภายใต้“โครงการพัฒนา ชุดหุ่นยนต์ช่วยเดิน สำหรับผู้พิการอัมพาตครึ่งล่าง” 
     
    เมื่อเร็วๆนี้ นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพัฒนา ชุดหุ่นยนต์ช่วยเดิน สำหรับผู้พิการอัมพาตครึ่งล่าง” โดยดำเนินงานวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือคนพิการอัมพาตครึ่งล่าง ให้สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
     
    ทั้งนี้ IRPC ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติกชนิด UHMWPE (Ultra high molecular weight Polyethylene) ด้วยคุณสมบัติของเม็ดพลาสติกที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ทนทานต่อการสึกกร่อนเสียดสี รองรับแรงกระแทกได้ดี และน้ำหนักเบา จึงสามารถนำไปผลิตทดแทนชิ้นส่วนเดิมของหุ่นยนต์ช่วยเดินได้
     
    โดยได้มีการนำผลงานวิจัยและพัฒนาที่สามารถช่วยเหลือได้จริงกับผู้ทุพพลภาพ ผู้ไร้ความสามารถ หรือ ผู้ป่วย พัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้สามารถผลิตในเชิงอุตสาหกรรม เพื่อให้ได้ประโยชน์กับสังคมในวงกว้างต่อไป