กิจกรรมทั้งหมด

Date : 22 / 05 / 2017

  • Date : 22 / 05 / 2017
    ไทยพร้อมโชว์ศักยภาพด้านพลังงานชีวภาพในงานAstana Expo2017ที่คาซัคสถาน

    กระทรวงพลังงาน เตรียมโชว์ศักยภาพการพัฒนาพลังงานชีวภาพของประเทศไทยภายใต้แนวคิด “Bioenergy for All”   ในงาน Astana Expo2017 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน ตั้งเป้าอาคารศาลาไทยติดอันดับพาวิลเลียนที่มีผู้เข้าชมสูงสุด

    พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความพร้อมในการเข้าร่วมงาน International Exposition 2017 หรือ Astana Expo 2017 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “พลังงานแห่งอนาคต (Future Energy)” ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายนถึงวันที่ 10 กันยายน 2560 นี้ว่า “อาคารศาลาไทย” (Thailand pavilion) พร้อม โชว์ศักยภาพการพัฒนาพลังงานชีวภาพของประเทศไทยภายใต้แนวคิด “Bioenergy for All” ให้ผู้เข้าร่วมงานจากประเทศต่างๆ กว่า 115 ประเทศ ทั่วโลก เข้าชมเต็มรูปแบบ  ซึ่งเชื่อว่าอาคารศาลาไทยจะเป็นหนึ่งในพาวิลเลียนยอดนิยมที่มีจำนวนผู้เยี่ยมชมกว่า 5 แสนคน

    พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ไทยจะใช้โอกาสในการจัดงาน Astana Expo 2017 ครั้งนี้สร้างความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านพลังงานระหว่างกัน เนื่องประเทศคาซัคสถานเป็นหนึ่งประเทศผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก แต่ขาดแคลนผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร  ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านพลังงานชีวภาพ(Bio energy)ที่สามารถนำวัสดุเหลือใช้จากเกษตรกรรรมถึง 9 ขนิด(อ้อย ยูคาลิปตัส ยางพารา หญ้าเนเปียร์ ข้าว ข้าวโพด มูลสัตว์ ของเสีย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน) มาผลิตเป็นพลังงานได้ และพลังงานหมุนเวียนยังเป็นทิศทางพลังงานของโลกในอนาคตที่สำคัญด้วย ดังนั้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านพลังงานระหว่างกันจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อไทยและคาซัคสถานต่อไป

    ปัจจุบัน คาซัคสถานยังคงพึ่งพารายได้การส่งออกจากภาคพลังงานเป็นหลัก ในขณะที่เศรษฐกิจภาคการเกษตรของคาซัคสถานยังมีขนาดเล็ก ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ จึงต้องนำเข้าสินค้าอาหาร และเกษตรจากต่างประเทศจำนวนมาก ในขณะเดียวกันประเทศไทยมีศักยภาพทางการผลิตสินค้าเกษตร จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะขยายการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังคาซัคสถาน รวมถึงสินค้าฮาลาล เนื่องจากคาซัคสถานมีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรทั้งหมด การจัดงานครั้งนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นในการ        เปิดตลาดทางด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันอีกด้วย

    ด้านพลเอก สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยและคาซัคสถานยังไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางด้านพลังงานต่อกันมาก่อน ซึ่งการจัดงาน Astana Expo 2017 จะเป็นโอกาสให้ทางบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ได้เข้าไปศึกษาด้านพลังงานของคาซัคสถาน เพื่อพัฒนาด้านพลังงานต่อกันในอนาคต 

    ในขณะที่ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึง “อาคารศาลาไทย”  (Thailand Pavilion)ว่า จัดขึ้นภายใต้แนวคิด“การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ (Bioenergy for All)”ต้องการสื่อถึงพลังงานเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน และศักยภาพของประเทศไทยในด้านการพัฒนาพลังงานทดแทนและความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานชีวภาพ (Bioenergy)จากการน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงเป็นพระบิดาแห่งพลังงานไทย และเป็นต้นแบบในเรื่องปรัชญา“ความพอเพียง”มาใช้เป็นแนวทางในการใช้ทรัพยากรในประเทศที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า

    ทั้งนี้พื้นที่การจัดแสดงในส่วนของประเทศไทยมีขนาดพื้นที่ 974.67 ตารางเมตร แบ่งเป็น 2 ชั้นการจัดแสดงผ่านการนำเสนอในรูปแบบ “EDUTAINMENT” หรือการเรียนรู้     ควบคู่ความสนุกผ่าน 3 ห้องนิทรรศการหลัก ได้แก่นิทรรศการห้องที่1: Our Ways, Our Thai สัมผัสวิถีความเป็นไทย เอกลักษณ์ความงดงามของธรรมชาติ และวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนในรูปแบบ Live Exhibition, นิทรรศการห้องที่ 2 : Farming the Future Energy ห้องสรุปเรื่องราวแนวคิดของ Thailand Pavilion ในรูปแบบ 3D Theater และถือเป็นไฮไลท์สำคัญบอกเล่าเรื่องราวในห้องทดลองสุดมหัศจรรย์ และการกำเนิดของพลังงานแห่งอนาคต‘พลัง’ข้าวโพดน้อยในรูปแบบหุ่นยนต์ Animatronic เคลื่อนไหวเสมือนจริงและนิทรรศการห้องที่ 3 : Energy Creation Lab พบกับพลังงานชีวภาพ และชีวมวลจากพืชพลังงานทั้งหมด 9 ชนิด ประกอบด้วย อ้อย ยูคาลิปตัส ยางพารา หญ้าเนเปียร์ ข้าว ข้าวโพด มูลสัตว์       ของเสีย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ในรูปแบบ Interactive Exhibition

    ส่วนการจัดแสดงชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่รับรองแขกพิเศษ  ร้านค้าอาหารไทย กาแฟ และพื้นที่สำหรับการจัด Business Matching และ Investment Clinic และการสาธิตการนวดแผนไทย ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ยังได้คัดเลือกตัวแทนอาสาสมัครโครงการ Thailand Pavilion Ambassador 2017 จำนวน 10 คน เพื่อเป็นเสมือนทูตเยาวชนที่จะประสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้ง 2 ประเทศอีกด้วย

    สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้าง “อาคารศาลาไทย” ขณะนี้อาคารศาลาไทยเสร็จสมบูรณ์ไปกว่า 90% โดยเฉพาะงานโครงสร้างเหลือเพียงงานตกแต่งเท่านั้น มั่นใจว่าประเทศไทยจะเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่สามารถเข้าพื้นที่และดำเนินการก่อสร้างเสร็จก่อนกำหนด โดยอาคารศาลาไทยจะเปิดทดลองระบบทั้งหมดได้ภายในต้นเดือนมิถุนายนนี้ และพร้อมที่จะประกาศศักยภาพบนเวทีระดับโลกอย่างเป็นทางการในวันที่   10 มิถุนายน 2560

    ขณะที่การประชาสัมพันธ์อาคารศาลาไทยในสาธารณรัฐคาซัคสถานถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยใช้กลยุทธ์การนำเสนอที่ผสมผสานเน้นสร้างการรับรู้และความประทับใจในอาคารศาลาไทยอาทิ การโรดโชว์และประชาสัมพันธ์การจัดงานด้วยเทคนิค VR 360 Thailand Pavilion พร้อมด้วยมาสคอต“น้องพลัง”       เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชาวคาซัคสถานไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานในเมืองอัสมาตี  และเมืองอัสตานาอย่างต่อเนื่อง

    มาสคอต“น้องพลัง”เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชาวคาซัคสถาน ในงานAstana Expo2017

Date : 19 / 05 / 2017

Date : 16 / 05 / 2017

  • Date : 16 / 05 / 2017
    ซีอีโอปตท.แชร์สาระสำคัญงานประชุมWorld Economic Forum on ASEAN 2017

    ซีอีโอปตท.แชร์สาระสำคัญงาน World Economic Forum on ASEAN 2017 ที่กรุงพนมเปญ ระบุอุตสาหกรรมพลังงานอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากพลังงานแบบดั้งเดิม ไปสู่พลังงานรูปแบบใหม่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยรัฐบาลแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน จะต้องช่วยผ่อนคลายกฎระเบียบและเงื่อนไขการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนให้สะดวกและคล่องตัว เพื่อ จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนไปด้วยกัน

    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) ได้โพสต์ข้อความลงหน้าเพจเฟซบุ๊ค Tevin at PTT เมื่อวันที่15พ.ค.2560 โดยสรุปถึงสาระ สำคัญของการได้เข้าเป็นประธานร่วม( Co-Chairperson) ในงาน World Economic Forum on ASEAN 2017 ที่จัดขึ้นที่ กรุงพนมเปญ ภายใต้ธีม Youth, Technology and Growth  เมื่อวันที่ 11-12 พ.ค.2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน จนมีผู้เข้ามากดถูกใจและแชร์ข้อความออกไปจำนวนมาก

    งานประชุมดังกล่าวมีบุคคลสำคัญระดับ ผู้นำประเทศ รัฐมนตรี ผู้บริหารองค์กรเอกชน และสถาบันต่างๆ จากทั่วโลกมาแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ว่าอาเซียนจะบริหารจัดการพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร และด้วยประชากรกว่าครึ่งหนึ่งในภูมิภาคที่เป็นคนรุ่นใหม่ พวกเขาควรจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านต่างๆ ได้อย่างไร  โดยนายเทวินทร์ ได้สรุปสาระสำคัญที่ได้จากการประชุม โดยไล่เรียงเป็นลำดับดังนี้

    - อุตสาหกรรมพลังงานอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากพลังงานแบบดั้งเดิม ไปสู่พลังงานรูปแบบใหม่ เช่น เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานหมุนเวียน โมเลกุลเป็นอิเลคตรอน เครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าใน ยานยนต์ไฟฟ้า หรือEV

    - เป้าหมายที่เทียบได้เป็น Holy Grail ของความยั่งยืนทางพลังงานคือ 1. Availability - มีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ 
     2. Accessibility - มีโครงสร้างพื้นฐานทั่วถึง  3. Affordability - ราคาพลังงานเป็นธรรม

    - คุณสมบัติของพลังงานในอุดมคติ (Ideal Energy) คือราคาถูก มีใช้อย่างเหลือเฟือ พึ่งพาได้ตลอดเวลา ปลอดภัยต่อผู้ใช้ และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ซึ่ง ณ วันนี้ พลังงานแต่ละชนิดยังมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ไม่มีพลังงานที่สมบูรณ์แบบทั้งหมด เราต้องยอมรับความจริงในการเลือกใช้พลังงานว่า จะได้บางอย่าง และก็ต้องยอมเสียบางอย่าง (Trade-offs)

    - รัฐบาลเป็นผู้เลือก Energy Mix ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ศักยภาพทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี ความจำเป็นเร่งด่วน และสภาพภูมิประเทศ โดยจะกำหนดนโยบาย ออกกฎหมาย กฎระเบียบ และกำกับดูแล การพัฒนาพลังงานตาม Energy Mix นั้นเพื่อสนับสนุน ไม่ใช่เป็นอุปสรรคในการพัฒนา

    - Connectivity ของโครงสร้างพื้นฐานในอาเซียน จะช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งรัฐบาลแต่ละประเทศจะต้องช่วยผ่อนคลายกฎระเบียบและเงื่อนไขการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนให้สะดวกและคล่องตัวขึ้น

    - ASCOPE (ASEAN Council on Petroleum) เป็นองค์กรที่บริษัทน้ำมันแห่งชาติของทั้ง 10 ประเทศ มาร่วมมือกันผลักดัน Connectivity ด้านปิโตรเลียม โดยเริ่มจากโครงการ Trans-ASEAN Gas Pipeline (TAGP) และพัฒนาต่อมาถึงการใช้ LNG Regasification Terminal ในภูมิภาคร่วมกัน

    - ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เราต้องทบทวนระบบการศึกษา จากการสอนความรู้ เป็นฝึกให้คิด ต้องเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่มี Soft Skills และ Life Skills มีกระบวนการคิด (Cognitive Ability) ที่ Artificial Intelligence ยังไม่สามารถทดแทนได้

    - เทคโนโลยีที่จะช่วยพัฒนา Ideal Energy ได้แก่ Electrification (EV, Energy Storage), Decarbonization (CCS, Clean Coal), Decentralization (Distributed/Smart Grid) และ Digitization (Predictive Maintenance)

    - นวัตกรรมก่อให้เกิดธุรกิจและผลิตภัณท์ใหม่ๆอย่างรวดเร็ว ความท้าทายของภาครัฐคือ การพัฒนากฎหมายและกฎระเบียบเพื่อรองรับ สนับสนุน และกำกับ ยังตามไม่ทัน ก่อให้เกิดช่องว่างและปัญหาที่เป็นความเสี่ยงทางสังคม

    - ASEAN Way คือ การเคารพและไม่แทรกแซงกิจการภายใน รวมทั้งการตัดสินใจแบบ Consensus เป็นปัจจัยที่จะทำให้ ASEAN รวมตัวกันต่อไปได้ แต่จะต้องมีกลไกที่สามารถตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเทคโนโลยีและการเมืองระหว่างประเทศ "Concensus in a Timely Manner"

    ในตอนท้ายของบทความ นายเทวินทร์ เขียนสรุปเอาไว้ด้วยว่าผู้เข้าร่วมประชุม World Economic Forum on ASEAN 2017 ต่างเห็นตรงกันว่า  อาเซียนผ่าน 50 ปีแรกมาแล้ว และจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป จากการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน

    ติดตามอ่านข้อความต้นฉบับได้ที่ เพจ Tevin at PTT (https://www.facebook.com/tevinatptt/posts/1462274537137451)

Date : 11 / 05 / 2017

  • Date : 11 / 05 / 2017
    เปิดงานThailand Energy Efficiency Week 2017คาดเงินสะพัดในงานกว่าพันล้านบาท

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเมนท์ จำกัด และ MEX Exhibitions จัดงาน “Thailand Energy Efficiency Week 2017” โชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการประหยัดพลังงาน ผลิตภัณฑ์แอลอีดี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ระหว่างวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2560 ณ อาคาร ชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยกฟผ.คาดว่าจะเกิดมูลค่าซื้อขายสินค้าด้านพลังงานภายในงานนี้กว่า 1,000 ล้านบาท

    งาน Thailand Energy Efficiency Week 2017 มีพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2560  เป็นการรวม 3 งานใหญ่ไว้ในงานเดียวกัน ประกอบด้วย “Thailand Energy Saving Expo” รวบรวมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง รถยนต์ไฟฟ้าและสถานีประจุไฟฟ้า ระบบทำความร้อนและเย็น “LED Expo Thailand 2017” งานแสดงสินค้าด้านระบบไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ LED ป้ายและจอแสดงผล LED “PCB Expo Thailand 2017” งานด้านแผ่นวงจรพิมพ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรสำหรับผลิตและอุปกรณ์ทดสอบแผ่นวงจรพิมพ์

    พลเอกอนันตพร กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีความต้องการให้ผู้ประกอบการไทยผลิตอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า LED ได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จนสามารถส่งออกไปตลาดต่างประเทศ และสร้างแบรนด์ไทยให้ติดตลาดโลก

    ด้าน นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. ระบุว่า งานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจากบริษัทชั้นนำกว่า 400 รายจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ เกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน มาเลเซีย อินเดีย เป็นต้น คาดว่าจะมีการเจรจาธุรกิจจนเกิดมูลค่าซื้อขายสินค้าด้านพลังงานกว่า 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 800 ล้านบาท โดยปีนี้ยอดขายหลอดไฟประหยัดพลังงานแอลอีดีจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากความนิยมของประชาชนที่ใช้เพิ่มขึ้น เพราะราคาปรับลดลงถึงร้อยละ 20 ต่อปี และเห็นผลประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นจริง

    ทั้งนี้ภายหลังการเปิดงาน พลเอกอนันตพร พร้อมด้วย นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ภายในงาน Thailand Energy Efficiency Week 2017 ซึ่งในครั้งนี้ ได้นำเสนอภายใต้แนวคิด Energy 4.0 โดยแสดงให้เห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานโดยนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาพัฒนาเพิ่มศักยภาพการใช้พลังงานในประเทศ เพื่อรองรับการเข้าสู่Thailand 4.0 ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) , การออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) และเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems)ซึ่ง สนพ. ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบกักเก็บพลังงานและการส่งเสริมให้เกิดการศึกษา ค้นคว้า วิจัย จนสามารถผลิตขึ้นใช้ได้เองภายในประเทศ