กิจกรรมทั้งหมด

Date : 10 / 03 / 2017

  • Date : 10 / 03 / 2017
    เปิดให้บุคคลที่สามจองใช้ท่อส่งก๊าซฯและสถานีแอลเอ็นจี 28-31 ส.ค. นี้

    กกพ. เผย ออกประกาศเชิญชวนบุคคลที่สามที่ต้องการจองเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติและสถานี LNG มาบตาพุด โดยผู้ประสงค์จะขอใช้บริการสามารถยื่นหนังสือแสดงเจตจำนง พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ตั้งแต่วันที่ 28 – 31 สิงหาคม 2560 และจะประกาศผลการจัดสรรปริมาณความสามารถในการให้บริการได้ในวันที่ 31 ตุลาคม 2560

    นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ในฐานะผู้ดำเนินโครงระบบส่งก๊าซธรรมชาติและสถานีก๊าซธรรมชาติเหลว มาบตาพุด ออกประกาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เชิญชวนบุคคลที่สามที่ต้องการจองใช้ระบบส่งก๊าซธรรมชาติและสถานี LNG มาบตาพุด สำหรับกำลังการแปรสภาพ LNG ส่วนขยายเพิ่มเติม 1.5 ล้านตันต่อปี โดยสามารถยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงขอใช้บริการ พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ตั้งแต่วันที่ 28 – 31 สิงหาคม 2560 และจะประกาศผลการจัดสรรปริมาณความสามารถในการให้บริการได้ในวันที่ 31 ตุลาคม 2560

    สำหรับผู้ประสงค์จะขอใช้บริการ ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดการใช้หรือเชื่อมต่อกับระบบส่งก๊าซธรรมชาติ หรือการใช้บริการสถานีแอลเอ็นจี (LNG Terminal TPA Code) ที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ได้จัดทำขึ้น และสามารถยื่นเอกสารสมัครเป็นผู้ขอใช้บริการสถานีแอลเอ็นจี เป็นการล่วงหน้าก่อนกำหนดวันจองได้ โดยสามารถศึกษาขั้นตอนและรายละเอียดได้ทาง www.pttlng.com

    ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเมื่อ 30 พฤษภาคม เห็นชอบแผนระบบรับส่งและโครงการสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติเพื่อความมั่นคง ในการรองรับการจัดหาและนำเข้า LNG โดยให้ดำเนินโครงการขยายกำลังการแปรสภาพ LNG ของมาบตาพุด LNG Terminal เพิ่มเติมอีก 1.5 ล้านตันต่อปี วงเงินงบประมาณ 1,000 ล้านบาท (กำลังการผลิตสูงสุดรวมเป็น 11.5 ล้านตันต่อปี) โดยมอบหมายให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่ ปตท. มอบหมายเป็นผู้ดำเนินโครงการ ซึ่งต่อมาคณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG) เป็นผู้ดำเนินการ โดยมีกำหนดส่งก๊าซเข้าสู่โครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติหรือดำเนินการ เชิงพาณิชย์ในปี 2562

    “ที่ผ่านมา กกพ. ได้พยายามเร่งผลักดันให้ผู้ประกอบกิจการพลังงานรายใหม่เข้าใช้หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติหรือสถานีแอลเอ็นจี โดยได้เคยร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด จัดสัมมนาสร้างความเข้าใจถึงหลักการและข้อกำหนดใน TPA Code ทั้งนี้ กกพ. คาดว่าจะมีผู้ประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติรายใหม่สนใจจองความสามารถในการให้บริการของมาบตาพุด LNG Terminal  ซึ่งจะก่อทำให้เกิดการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ และมีความโปร่งใส ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ผู้ใช้พลังงานได้รับประโยชน์สูงสุด” นายวีระพล กล่าว

Date : 08 / 03 / 2017

  • Date : 08 / 03 / 2017
    สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจมอบเงินบริจาคช่วยฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

    สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจมอบเงินบริจาคที่ได้จากการจัดงาน"ฟื้นฟูใต้ คนละไม้คนละมือ"ให้กับ"ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้"

    เมื่อวันที่8มี.ค. 2560 นายชาคร หนูคงใหม่ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ พร้อมด้วยนายวัชรพงศ์ ทองรุ่ง อุปนายกคนที่1 นายกฤษณะพงศ์ พงศ์แสนยากร อุปนายกคนที่2 มอบเงินบริจาคจำนวน150,000 บาท เข้ากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีนายออมสิน  ชีวะพฤกษ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับมอบ

    เงินบริจาคจำนวนดังกล่าวได้จากการจัดกิจกรรม”ฟื้นฟูใต้ คนละไม้คนละมือ” ซึ่งทางสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจได้จัดขึ้น ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) เมื่อวันที่4 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือด้วยดี จากองค์กรภาครัฐ เอกชน ศิลปินนักร้อง นักแสดง นางงาม รวมทั้งสมาชิกผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ และประชาชนผู้เดินทาง ในการร่วมบริจาคเงิน สิ่งของ และช่วยซื้อเสื้อยืดกิจกรรม เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

    ทั้งนี้ “ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้” ยังคงเปิดรับการบริจาค  โดยสามารถโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067006895 หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่ นางชื่นชีวัน ลิมป์ธีระกุล โทร. 08-1925-5129 นางสุรีย์พร รามสมภพ โทร.08-1193-1453 หรือโทร. 0-2283-4321, 0-2283-4319, 0-2283-4301 โทรสาร 0-2283-4336, 0-2283-4318

  • Date : 08 / 03 / 2017
    ปตท.รับรางวัลEIA Monitoring Awards จาก19โครงการ

    ปตท. รับรางวัล  EIA Monitoring Awards การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม 19 โครงการ แสดงถึงการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับจากภาครัฐ และภาคประชาสังคม

    เมื่อเร็วๆนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลEIA Monitoring Awards ให้19 โครงการของกลุ่ม ปตท.  โดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)และนายนพดล ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และผู้บริหาร กลุ่ม ปตท. เป็นผู้แทนรับรางวัล ซึ่ง EIA Monitoring Awards นับเป็นรางวัลสำคัญที่สุดด้านสิ่งแวดล้อมของไทยที่แสดงถึงการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี และเป็นรางวัลที่ภาครัฐ และภาคประชาสังคมให้ความเชื่อมั่นตลอดมา

  • Date : 08 / 03 / 2017
    เปิดงานSETA2017สร้างโอกาสให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาคเอเชีย

    รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน SETA 2017  เน้น 4 หัวข้อหลัก ทั้ง นโยบายและการวางแผนด้านพลังงาน, เทคโนโลยีระบบผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำ ,พลังงานเพื่อการคมนาคมขนส่งเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำและ เมืองอัจฉริยะและอุตสาหกรรมสีเขียว  สร้างโอกาสให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาคเอเชีย

    เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2560 พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560" (Sustainable Energy & Technology Asia 2017 (SETA 2017) ภายใต้ธีม "Towards A Low-Carbon Society"  ร่วมกับ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ,นางอรรถชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา 
    โดย SETA 2017  เน้นใน 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ นโยบายและการวางแผนด้านพลังงาน เทคโนโลยีระบบผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำ พลังงานเพื่อการคมนาคมขนส่งเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำและ เมืองอัจฉริยะและอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อผลักดันและพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงาน และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

    พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "รัฐบาลมีการดำเนินงานเพื่อให้พลังงานทีเสถียรภาพที่เหมาะสมโดยสร้างความมั่นคงในด้านพลังงานทุกรูปแบบของประเทศที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต ขนส่ง จำหน่าย และการกระจายให้ต้นทุนราคาพลังงานอยู่ในระดับที่เหมาะสม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ประชาชนไม่แบกรับภาระมากเกินไป ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการประหยัดพลังงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน  ซึ่งงานดังกล่าว เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้แสดงถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาภาคพลังงานของประเทศ และศักยภาพในการพัฒนาสู่ความเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาคเอเชีย
    พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า  นโยบาย Energy 4.0 นั้นสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 เป็นนโยบายภาพใหญ่เพื่อยกระดับประชาชนให้มีความสามารถทางการแข่งขัน และมีรายได้สูงขึ้น ในส่วนของการบริหารจัดการพลังงานในประเทศไทยนั้นมีปัจจัยที่เป็นตัวแปรหลายอย่าง กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการให้เกิดความสมดุลทั้งด้านความมั่นคง ความเป็นธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน"

Date : 06 / 03 / 2017

  • Date : 06 / 03 / 2017
    กฟผ.ลงนามจ้างผู้รับเหมาสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงเก่าพระนครใต้18,405ล้านบาท

    กฟผ.ลงนามสัญญาโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่1ขนาด1,230 เมกะวัตต์ มูลค่า 18,405 ล้านบาท  รองรับการเติบโตไฟฟ้าพื้นที่เขตนครหลวง  คาดกำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ปี 2562

    เมื่อวันที่6 มี.ค.2560 กฟผ.มีพิธีลงนามสัญญางานจัดซื้อและจ้างก่อสร้างโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่1 กับบริษัท ซีเมนส์ เอจี จำกัด,บริษัท ซีเมนส์ จำกัดและ มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ห้องวิภาวดีบอลรูม เอ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว

     นายอภิชาติ ชินวรรโณ กรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่1 สร้างทดแทนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนพระนครใต้ เครื่องที่ 1-5 ซึ่งปัจจุบันเครื่องที่ 1-3 ถูกปลดออกจากระบบแล้ว เมื่อเดือน ก.ค. 2551 และเครื่องที่ 4-5 ใช้เดินเครื่องในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเสริมระบบไฟฟ้าให้มั่นคง ตั้งแต่เดือนม.ค. 2552 โดยมีกำหนดปลดจากระบบทั้งหมดในปี 2561 

    โดยกฟผ.มีนโยบายในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้เดิม สำหรับรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าและการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในเขตนครหลวง รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพสูงขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้ใช้เชื้อเพลิงลดลง สามารถกำจัดมลภาวะได้ดีขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    ทั้งนี้โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่1 เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแบบเพลาเดี่ยว ใช้ก๊าซธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า และน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง มีกำลังการผลิตรวม 1,230 เมกะวัตต์  บริเวณต.บางโปรง อ.เมือง จ.สมุรปราการ ซึ่งก่อสร้างบนพื้นที่โรงไฟฟ้าพระนครใต้ปัจจุบันโดยมีกิจการค้าร่วมบริษัท ซีเมนส์ เอจี จำกัด,บริษัท ซีเมนส์ จำกัดและ มารูเบนิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์และก่อสร้างโรงไฟฟ้าจนแล้วเสร็จ รวมมูลค่างานก่อสร้างกว่า 18,405 ล้านบาท กำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2562

Date : 03 / 03 / 2017

  • Date : 03 / 03 / 2017
    ปตท.คว้ารางวัลThe Most Powerful Brands of Thailand 2016ต่อเนื่องเป็นปีที่3

    ปตท. คว้ารางวัล The Most Powerful Brands of Thailand 2016ในประเภทสถานีบริการน้ำมัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากผลสำรวจของภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งที่ 3  ตอกย้ำสุดยอดแบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดในประเทศไทย

    เมื่อเร็วๆนี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เดินทางไปรับรางวัล The Most Powerful Brands of Thailand 2016 หรือรางวัลสุดยอดแบรนด์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในประเทศไทย ในประเภทสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการสำรวจขึ้นเป็นครั้งที่ 3  

    โดย ปตท. ยังคงสามารถครองใจผู้บริโภคได้รับรางวัลต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3 จากผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างที่มากถึง 16,000 ตัวอย่างทั้งในกรุงเทพมหานคร และอีก 13 จังหวัดทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงคุณค่าและพลังของแบรนด์ ปตท. ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ตอกย้ำความเชื่อมั่น และความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์และบริการที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ ปตท. ได้เป็นอย่างดี

  • Date : 03 / 03 / 2017
    ปตท.มอบน้ำแข็งแห้ง800ตันไว้รับมือภัยแล้งปี2560

    ปตท. สืบสานโครงการฝนหลวงในพระราชดำริ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19  โดยปี2560นี้สนับสนุนน้ำแข็งแห้ง 800 ตัน มูลค่ารวม 6,400,000 บาท ให้แก่  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ไว้รับมือภัยแล้ง

     เมื่อวันที่3 มีนาคม 2560  นายยุทธนา วิญญูพงศ์พันธ์ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่แยกก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  ได้มอบน้ำแข็งแห้งจำนวน 800 ตัน มูลค่ารวม 6,400,000 บาท (หกล้านสี่แสนบาท) ให้แก่ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องใน “พิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง ประจำปี 2560” ณ สนามบินนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อสืบสานโครงการฝนหลวงในพระราชดำริ โดย ปตท. ได้ร่วมสนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งต่อเนื่องเป็นปีที่ 19  รวมเป็นปริมาณน้ำแข็งแห้งกว่า 9,700 ตัน พร้อมด้วยถังบรรจุน้ำแข็งแห้ง 38 ถัง คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 78.4 ล้านบาท (รวมยอดการสนับสนุนปีนี้)

     สำหรับ โครงการฝนหลวง เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่แห้งแล้งทุรกันดารในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อปี พ.ศ. 2498 โดยทรงศึกษาข้อมูลต่างๆ ทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา และการดัดแปรสภาพอากาศ เป็นเวลาถึง 14 ปี เพื่อหาวิธีที่จะทำฝนเทียมเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎร และเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเมื่อปี 2541 เกิดไฟป่าพรุโต๊ะแดง ที่ จังหวัดนราธิวาส  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ให้คำแนะนำในการใช้น้ำแข็งแห้งทำฝนเทียมเพื่อดับไฟป่า คณะทำงานฝนหลวงจึงได้ประสานงานกับ ปตท. เพื่อขอรับการสนับสนุนน้ำแข็งแห้ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสนับสนุนน้ำแข็งแห้งในการทำฝนหลวงจาก ปตท. 

    นายยุทธนา กล่าวว่า “น้ำแข็งแห้ง เป็นส่วนประกอบในการสร้างฝนเทียมโดยเป็นตัวเพิ่มฝนและเร่งอัตราการตกของฝน ผลิตมาจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติของ ปตท. โดยเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิประมาณ –79 องศาเซลเซียส ถูกนำมาผ่านกระบวนการอัดและทำให้เย็นลงภายใต้ความดันสูงกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์เหลว แล้วลดความดันลงอย่างรวดเร็วโดยการพ่นคาร์บอนไดออกไซด์เหลวสู่ความดันบรรยากาศ จะได้เป็นเกล็ดน้ำแข็งคล้ายเกล็ดหิมะ แล้วจึงนำมาอัดเป็นรูปแบบและขนาดต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้

    สำหรับปัญหาภัยแล้งเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน และก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนในหลายพื้นที่ การก่อกำเนิดของโครงการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ยากของพสกนิกรด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ ปตท. ขอน้อมรำลึกและพร้อมที่จะเดินตามรอยพระบาท ทำหน้าที่ดูแลช่วยเหลือสังคมประเทศ สนองแนวพระราชดำริในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง รวมถึงภัยพิบัติอื่นๆ อย่างเต็มที่ตลอดไป”