กิจกรรมทั้งหมด

Date : 20 / 02 / 2017

  • Date : 20 / 02 / 2017
    สนพ. ครบ 25 ปี เปิดงาน “สืบสานพระราชปณิธาน พระบิดาแห่งการพลังงานไทย”

    เปิดนิทรรศการ “สืบสานพระราชปณิธาน พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทยในวาระสถาปนา 25 ปี สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน และกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  และครบรอบ 2 ทศวรรษโครงการ “รวมพลังหาร 2”  เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ได้ทรงวางรากฐานพลังงานไทย เพื่อก้าวต่อไปในอนาคตอย่าง “มั่นคง ยั่งยืน และพอเพียง” 

    โดยงานดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน  ซึ่งจะมี พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และ พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึง ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สนพ. และโฆษกกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมในพิธี

    ทั้งนี้ ภายในงานแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนก้าวมั่นคง โซนก้าวยั่งยืน และโซนก้าวพอเพียง และยังมีไฮไลต์ เสวนาเรื่อง “Energy 4.0 อนาคตพลังงาน อนาคตประเทศไทย” บูทแสดงผลงานเด่น 25 ปีกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และกับนิทรรศการ 9 พระจริยวัตรของพระองค์ที่เป็นต้นแบบของความประหยัดและความพอเพียง นอกจากนั้น ยังมีการแสดงของศิลปินรุ่นใหม่หัวใจอนุรักษ์พลังงาน เก่ง-ธชย แตงโม-วัลย์ลิกา แสตมป์-อภิวัชร์ พร้อมคนดังมาร่วมถามตอบอนาคตพลังงานไทย และกิจกรรมการแสดงดนตรีและการขับร้องประสานเสียงของโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์

    นอกจากนั้น ไฮไลต์สำคัญที่ประชาชนคนไทยจะได้มีส่วนร่วมคือ การจุดเทียนและร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเพื่อแสดงพลังร่วมกันในการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป

    ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สนพ. และโฆษกกระทรวงพลังงาน (กลาง) กล่าวถึงความเป็นมาเป็นไปของ สนพ.

Date : 17 / 02 / 2017

  • Date : 17 / 02 / 2017
    สนพ. 25 ปี สืบสานพระราชปณิธานพระบิดาพลังงานไทย “ก้าวมั่นคง ยั่งยืน พอเพียง”

    ในวาระสถาปนา 25 ปี สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในปี 2560 เตรียมพบกับ นิทรรศการสืบสานพระราชปณิธาน พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย “ก้าวมั่นคง ยั่งยืน พอเพียง”

    พบกับไฮไลท์ภายในนิทรรศการ “ก้าวมั่นคง” ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 กับเรื่องราวผลงานของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ​และกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “Energy 4.0 อนาคตพลังงาน อนาคตประเทศไทย”

    นิทรรศการ “ก้าวยั่งยืน” ณ คริสตัลคอร์ท ชั้น M พบกับการรวบรวม 25 ผลงานเด่นของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และการแสดงนวัตกรรมด้านพลังงาน อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า

    นิทรรศการ “ก้าวพอเพียง” ณ ลานพาร์คพารากอน พบกับ นิทรรศการพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย และนิทรรศการพระราชจริยวัตร รัชกาลที่ 9 และเวลา 18.30 น. ร่วมจุดเทียน ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำโดยศิลปินแห่งชาติ คุณสันติ ลุนแผ่ และศิลปินกิตติมศักดิ์ คุณกิต เดอะวอยซ์

    พบกันในนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธาน พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย “ก้าวมั่นคง ยั่งยืน พอเพียง” ณ สยามพารากอน วันที่ 20 - 21 กุมภาพันธ์ 2560

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ EPPO Thailand, www.eppo.go.th และ www.รวมพลังหาร2.com

  • Date : 17 / 02 / 2017
    กลุ่มคัดค้านถ่านหินประกาศยกระดับความเคลื่อนไหว

    เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชน ประกาศยกระดับความเคลื่อนไหว นัดหมายชุมนุมใหญ่ที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีภายในหนึ่งสัปดาห์ หากรัฐบาลตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและกระบี่

    นายดิเรก เหมนคร ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชน ออกแถลงการณ์ ว่าเครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ (PERMATAMAS)  และเครือข่ายภาคประชาชนชายแดนใต้ อันประกอบด้วย กลุ่มประชาชนในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลาและสตูล  จะยกระดับการเคลื่อนไหวเพื่อการคัดค้าน หากรัฐบาลอนุมัติให้มีการเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ หรือโรงใดโรงหนึ่ง โดยเครือข่ายจะนัดหมายให้มีการชุมนุมใหญ่ที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีภายในหนึ่งสัปดาห์  เพื่อประกาศถึงความไม่เป็นธรรมให้กับสาธารณชนได้รับทราบ และร่วมกันกำหนดการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องชายแดนใต้และอันดามันต่อไป

    ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ดังกล่าว อ้างว่า นโยบายการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทยทั้งที่กระบี่และเทพา รวมถึงที่อื่นๆตามแผน PDP2015 นับเป็นนโยบายที่มีความไม่สอดคล้องกับกระแสการพัฒนาเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และไม่ใช่ความต้องการของประชาชน แต่เป็นนโยบายที่เกิดจากความต้องการพัฒนาประเทศไปสู่อุตสาหกรรมหนัก และมีแนวโน้มที่การผลักดันดังกล่าวมีผลประโยชน์ทับซ้อนและคอร์รัปชั่น 

    แถลงการณ์ระบุว่า พื้นที่ชายแดนใต้มีลักษณะพิเศษ มีอัตลักษณ์และอุดมคติของการพัฒนาที่แตกต่างจากระบบทุนนิยมสุดโต่ง การผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินและอุตสาหกรรมมลพิษ ย่อมกระทบกับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตอย่างที่ไม่ควรจะเป็น และยังจะเป็นภัยแทรกซ้อนที่สำคัญยิ่งที่จะสร้างความแตกแยกและบั่นทอนการเดินทางสู่สันติภาพของชายแดนใต้

     

Date : 16 / 02 / 2017

  • Date : 16 / 02 / 2017
    เครือข่ายนักวิชาการเรียกร้องนายกรัฐมนตรีกล้าตัดสินใจเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

    เครือข่ายนักวิชาการรวมตัวยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่  มั่นใจเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด แจงไม่เคยมีข้อมูลทางวิชาการที่ระบุถึงผลกระทบต่อความเจ็บป่วยร้ายแรงหรือสูญเสียชีวิต เรียกร้องนายกรัฐมนตรีใช้ความกล้าหาญในการตัดสินใจเดินหน้าโครงการ

    เมื่อวันที่16ก.พ.2560 เครือข่ายนักวิชาการ ซึ่งนำโดยรศ.ดร.ภิญโญ มีชำนะ แกนนำเครือข่ายนักวิชาการสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าภาควิชา วิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , ศ.ดร.ธราพงษ์ วิทิตศานต์ รองอธิการบดี สำนักงานมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,นายสุรพันธ์ วงศ์โอภาสี นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายอุริช อัชชโคสิต นักวิชาการด้านพลังงาน สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันลงรายชื่อในหนังสือสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และเดินทางมายื่นหนังสือให้กับตัวแทนรัฐบาลที่ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ฝั่งก.พ.

    โดยผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า สาระสำคัญในหนังสือสนับสนุน โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ของเครือข่ายนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุถึงความจำเป็นในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ว่า เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในทางวิชาการยังไม่เคยมีข้อมูลที่ระบุถึงความเจ็บป่วยร้ายแรง หรือกรณีสูญเสียชีวิตจากกรณีมลภาวะที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้า โดยมีตัวอย่างจากทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินของบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด และของบริษัท โกลว์พลังงาน จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และมีที่ตั้งอยู่ริมทะเล เช่นเดียวกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ โดยโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองแห่งมีกำลังการผลิตรวมกันมากกว่า 2,400 เมกะวัตต์ และผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปีแล้ว ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ปรากฏว่ามีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหรือปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้า ปัญหาด้านการประมงและปัญหาด้านการท่องเที่ยวอย่างที่มีความกังวล

    นอกจากนี้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมันนี สหรัฐอเมริกา รวมทั้งประเทศกำลังพัฒนาอย่างจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ตุรกี ต่างก็มีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินด้วยเทคโนโลยีสะอาดรวมกันหลายร้อยโครงการ ซึ่งตรงข้ามกับข้อมูลที่ฝ่ายต่อต้านคัดค้านอ้างว่าประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังเลิกใช้พลังงานถ่านหิน

    ทั้งนี้เครือข่ายนักวิชาการยังระบุด้วยว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ผู้ดำเนินโครงการได้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมายในการก่อสร้างและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมโครงการที่มีข้อกำหนดดีกว่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยในการตั้งคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อศึกษาการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี คณะอนุกรรมการด้านวิชาการก็ได้สรุปแล้วว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่แทบจะไม่ได้ก่อปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมต่อการท่องเที่ยวและต่อสังคมอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

    ปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ได้ล่าช้ากว่าแผนเดิมไปแล้วอย่างน้อย 4 ปี จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ในปี 2562 แต่มีปัญหาการคัดค้านจากคนบางกลุ่มจึงต้องเลื่อนออกไปถึงปี 2566 ทั้งที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าของจังหวัดในชายฝั่งทะเลอันดามันได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น เครือข่ายนักวิชาการจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้ตระหนักถึงความจำเป็นของโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่และมีความกล้าหาญที่จะใช้อำนาจตัดสินใจเพื่ออนาคตที่ดีของประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งในจังหวัดกระบี่และประชาชนทั้งประเทศจะได้มีไฟฟ้าใช้อย่างพอเพียงในราคาที่เป็นธรรม

      

     

Date : 15 / 02 / 2017

  • Date : 15 / 02 / 2017
    เชฟรอนช่วยโรงเรียน18แห่งรอบพื้นที่ปฏิบัติการในนครศรีธรรมราชที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

     เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ปฏิบัติการของเชฟรอน และศูนย์ขนส่งทางอากาศ จังหวัดนครศรีธรรมราช 18แห่ง โดยส่งตัวแทนมอบอุปกรณ์การเรียนมูลค่ากว่า 300,000 บาท

    เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวสุมิตดานัน จันทวี ผู้จัดการศูนย์ขนส่งทางอากาศของเชฟรอน ได้เป็นตัวแทนส่งมอบอุปกรณ์การเรียนมูลค่ากว่า 300,000 บาท ให้แก่โรงเรียน18แห่ง ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีนายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีรับมอบอุปกรณ์ ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 4 อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

    สำหรับอุปกรณ์การเรียน ดังกล่าว ทางเชฟรอนได้จัดกิจกรรมเชิญชวนพนักงานร่วมระดมทุนในการจัดซื้อ โดยโรงเรียนทั้ง 18 แห่งนั้นเป็นโรงเรียนที่อยู่รอบพื้นที่ปฏิบัติการของเชฟรอน และศูนย์ขนส่งทางอากาศ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านปากน้ำเก่า โรงเรียนวัดไพศาลสถิต โรงเรียนวัดท่าแพ โรงเรียนวัดศรีมงคล โรงเรียนวัดท่าม่วง โรงเรียนวัดโบสถ์ โรงเรียนวัดวิสุทธิยาราม โรงเรียนวัดห้วยไทร โรงเรียนบ้านชะเอียน  โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 4 โรงเรียนวัดมะม่วงทอง โรงเรียนเทศบาลตำบลท่าแพ โรงเรียนวัดโทเอก โรงเรียนวัดกำแพงถม โรงเรียนวัดสากเหล็ก โรงเรียนวัดหลวงครู โรงเรียนบ้านฉาง โรงเรียนวัดโมคคลาน