กิจกรรมทั้งหมด

Date : 28 / 03 / 2017

  • Date : 28 / 03 / 2017
    ปตท.สนับสนุนโครงการ"ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง"อย่างต่อเนื่อง

    ปตท. จับมือ 4 หน่วยงานสนับสนุนโครงการ  “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ปี 2560 โดยสนับสนุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2542 รวมยอดเงินช่วยเหลือถึง 77.4 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนที่ประสบปัญหา ภัยแล้ง เกิดการขาดแคลนน้ำในการอุปโภค –บริโภค โดยเฉพาะเขตทุรกันดารและพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งเกษตรกรประสบปัญหาภัยแล้ง ซ้ำซากในหลายพื้นที่

    วันที่28 มี.ค.2560พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก  และนายเทวินทร์  วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ จาก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล การประปาส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมแถลงข่าวและเปิดโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2560  ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดย ปตท. ได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2542 รวมยอดเงินช่วยเหลือถึง 77.4 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหา ภัยแล้ง เกิดการขาดแคลนน้ำในการอุปโภค –บริโภค โดยเฉพาะเขตทุรกันดารและพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งเกษตรกรที่มักจะประสบปัญหาภัยแล้ง ซ้ำซากในหลายพื้นที่

    นายเทวินทร์ กล่าวว่า  ปี 2560 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่พี่น้องประชาชนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ ซึ่งปตท.และหน่วยงานภาคีดังกล่าว ล้วนตระหนักถึงปัญหาภัยแล้งที่จะมาถึง จึงได้ร่วมดำเนินโครงการ “ราษฎร์ รัฐ  ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2560 โดย ปตท.บริจาคเงินสนับสนุนผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง ถังบรรจุน้ำ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์และดำเนินงานโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งในปีนี้เป็นจำนวนเงิน 5,600,000 บาท  นอกเหนือจากการสนับสนุนน้ำแข็งแห้งแก่โครงการฝนหลวงเพื่อทำฝนเทียมบรรเทาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง

    การสนับสนุนโครงการ  “ราษฎร์  รัฐ  ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักของ ปตท. นอกเหนือไปจากการจัดหาและสำรองความมั่นคงทางด้านพลังงานให้แก่ประเทศชาติ

Date : 27 / 03 / 2017

  • Date : 27 / 03 / 2017
    ปตท.นำชม"เครื่องตะบันน้ำ"แหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดจิ๋ว เติมแสงสว่างบ้านขนุนคลี่

    ปตท.นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่แนวท่อก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตก ดูความสำเร็จ “ โครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน"ที่นำความรู้ด้านวิศวกรรมของพนักงาน มาพัฒนา“เครื่องตะบันน้ำ” หรือ “ไฮดรอลิคแรมปั๊ม” (Hydraulic Ram Pump) ซึ่งอาศัย “พลังงานน้ำ” ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาผลิตกระแสไฟฟ้า ให้แสงสว่าง และทำเป็นระบบน้ำประปาหมู่บ้าน

    เมื่อวันที่23-24 มี.ค.2560 ที่ผ่านมาบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) ซึ่งนำโดย นายยุทธนา วิญญูพงศ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ พาคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่หมู่บ้านขนุนคลี่ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อเยี่ยมชมการผลิตไฟฟ้าและน้ำประปาให้กับชุมชนภายใต้“ โครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน"

    หลักการสำคัญของ “เครื่องตะบันน้ำ” หรือ “ไฮดรอลิคแรมปั๊ม” (Hydraulic Ram Pump) คืออุปกรณ์ที่ใช้แรงดันจากพลังน้ำในธรรมชาติ ในการส่งน้ำจากที่ต่ำไปที่สูง เพื่อกักเก็บเอาไว้คล้ายเขื่อนขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อต้องการจะผลิตกระแสไฟฟ้า ก็จะเปิดกลไกประตูระบายน้ำ ให้น้ำไหลจากที่สูง ลงตามช่อง เข้าไปดันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด1และ2กิโลวัตต์  เช่นเดียวกับระบบน้ำประปา ที่อาศัยแรงด้นน้ำผ่านท่อประปาส่งต่อไปยังชุมชน   โดยในช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณน้ำจำนวนมาก เครื่องตะบันน้ำดังกล่าว สามารถที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตลอด24 ชั่วโมง แต่ในช่วงฤดูร้อนที่ปริมาณน้ำตามธรรมชาติมีเหลือไม่มาก  กรรมการหมู่บ้าน จะเปิดเครื่องตะบันน้ำเฉพาะช่วงเวลาหัวค่ำถึงสี่ทุ่ม  เพื่อเสริมแสงสว่างให้แต่ละครัวเรือน  โดยส่วนใหญ่ บ้านแต่ละหลังในหมูบ้านขนุนคลี่ จะมีการติดตั้งระบบแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กบนหลังคา และระบบแบตเตอรี่กักเก็บไฟ เป็นของตัวเอง

    ชุมชนบ้านขนุนคลี่ มีจำนวนที่อยู่อาศัย 80หลังคาเรือน ซึ่งโครงการผลิตไฟฟ้าจากเครื่องตะบันน้ำ ที่ปตท.มาดำเนินการให้ตั้งแต่ปี2557 นั้น สามารถที่จะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งขนาดเล็ก ไปครอบคลุมได้ 50 หลังคาเรือน  ซึ่งจะได้เฉพาะไฟฟ้าผ่านหลอดไฟLED ครัวเรือนละ20 วัตต์  ส่วนไฟฟ้าที่เหลือจะส่ง ไปยังโรงเรียน บ้านอูล่อง(ขนุนคลี่)ที่เป็นโรงเรียนสาขา  และวัดขนุนคลี่

     

    บุษราภรณ์ เจริญเกียรติ กรรมการหมู่บ้านขนุนคลี่ เล่าว่า ชุมชนได้มีการตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อบริหารจัดการเครื่องตะบันน้ำ โดยในช่วงแรกจะมีเจ้าหน้าที่ของปตท.มาสอนวิธีการเปิดปิดเครื่องและวิธีการบำรุงรักษาเบื้องต้นให้ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อชุมชนบ้านขนุนคลี่มาก  จากเดิมที่เป็นแต่เพียงแหล่งลำธารตามธรรมชาติที่ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์เฉพาะการอุปโภคบริโภค แต่เมื่อมีการนำเครื่องตะบันน้ำมาติดตั้ง และยกระดับขึ้นเป็นเขื่อนกักน้ำขนาดเล็ก ก็กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าของชุมชน ที่ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าเชื้อเพลิงอีก

    ไฟฟ้าจากเครื่องตะบันน้ำดังกล่าว เพียงพอสำหรับให้แสงสว่างในแต่ละครัวเรือน โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย  แต่หากชาวบ้านต้องการที่จะมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น ทีวี  แต่ละครัวเรือนก็จะไปติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก และระบบแบตเตอรี่กักเก็บไฟฟ้าเอง

    นายยุทธนา วิญญูพงศ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า "โครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน" โดยการเข้าไปช่วยติดตั้งเครื่องตะบันน้ำให้กับชุมชนนั้น ได้ดำเนินการสำเร็จกว่า 4 โครงการแล้ว ได้แก่ หมู่บ้านขนุนคลี่ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี (ระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2) หมู่บ้านภูเตย ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ หมู่บ้านต้นผึ้ง ต.สามหมื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก ถือเป็นการนำ “พลังงานน้ำ” ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาใช้ทดแทนปั๊มน้ำไฟฟ้าหรือน้ำมันที่มีต้นทุนสูง ทำให้ชุมชนที่มีรายได้น้อยในพื้นที่ห่างไกลหรืออยู่สูงจากแหล่งน้ำ ได้มีระบบส่งน้ำและประปาหมู่บ้านจากพลังงานสะอาด เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคภายในชุมชน

    ทั้งนี้จะมีการขยายผลโครงการไปยังพื้นที่ที่ต้องการน้ำสำหรับการเกษตรหรือพื้นที่ป่าไม้ในอนาคต ซึ่งปัจจุบัน โครงการฯ ได้นำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศและทรัพยากรในพื้นที่ต่างๆ 4 รูปแบบ ได้แก่
     1. การใช้เครื่องตะบันน้ำกับลำห้วยเดิมที่ไม่มีฝายหรืออ่างเก็บน้ำ
    2. การใช้เครื่องตะบันน้ำกับฝาย อ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อน
    3. การใช้เครื่องตะบันน้ำกับแหล่งน้ำซับขนาดเล็ก
    4. การใช้เครื่องตะบันน้ำกับแม่น้ำสายหลัก
    นายยุทธนา  กล่าวด้วยว่า ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ได้ก้าวสู่ปีที่ 36 แล้วโดยมีการพัฒนาและขยายโครงข่ายเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซฯ รวมความยาวกว่า 4,000 กิโลเมตรแล้วในปัจจุบัน  ซึ่ง ในการบริหารโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อขึ้นในส่วนภูมิภาครวม 11 แห่ง โดย ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 8 จ.กาญจนบุรี  มีขอบเขตความรับผิดชอบดูแลระบบท่อส่งก๊าซฯ ตะวันตก ตั้งแต่จุดส่งมอบก๊าซฯ ชายแดนไทย-สหภาพเมียนมา ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ ถึงสถานีควบคุมความดันก๊าซฯ ฝั่งตะวันตกที่ 9 อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี  ซึ่งนอกจากภารกิจหลักในการดูแลบำรุงรักษาระบบท่อส่งก๊าซฯ แล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอีกด้วย

    ลำน้ำตามธรรมชาติในชุมชนบ้านขนุนคลี่

    เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านอูล่อง(ขนุนคลี่)  สาธิตการใช้น้ำประปาชุมชน จากเครื่องตะบันน้ำ ที่ปตท.ติดตั้ง 

Date : 24 / 03 / 2017

  • Date : 24 / 03 / 2017
    ราชบุรีตั้ง กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่

    ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีมติแต่งตั้งนายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ภายหลัง กก.ผจก. เดิม นายรัมย์ เหราบัตย์ เกษียณอายุการทำงาน

    นายกิจจา ปัจจุบันอายุ 57 ปี มีประสบการณ์จากการทำงานในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มากกว่า 30 ปี โดยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการนโยบายและแผน กฟผ. เป็นตำแหน่งสุดท้าย ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีฯ

    ทั้งนี้ ในฐานะผู้นำสูงสุดขององค์กร นายกิจจา จะเข้ามาขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่วางเป้าหมายจะขยายการลงทุนในประเทศและต่างประเทศให้ได้ 7,500 เมกะวัตต์ หรือเทียบเท่า ในปี 2560 และผลักดันให้เติบโตถึง 10,000 เมกะวัตต์ หรือเทียบเท่า ในปี 2566 รวมทั้งผลักดันแผนงานวิจัยและพัฒนาธุรกิจใหม่ ของบริษัทฯ ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม 

Date : 23 / 03 / 2017

  • Date : 23 / 03 / 2017
    ปตท.สผ. จับมือ JOGMEC ร่วมวิจัยและพัฒนาการผลิตปิโตรเลียม

    ปตท.สผ. ลงนาม MoU ร่วมกับ Japan Oil, Gas and Metals National Corporation หรือ JOGMEC มุ่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปิโตรเลียม

    นายคณิต แสงวงค์วาณิชย์ (ที่ 4 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวิศวกรรมศาสตร์และการพัฒนา บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MoU) กับนายมาโกโตะ อิชิกาว่า (ที่ 5 จากซ้าย) Executive Director ด้านเทคโนโลยีต้นน้ำในธุรกิจน้ำมันและก๊าซฯ บริษัท Japan Oil, Gas and Metals National Corporation หรือ JOGMEC เพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปิโตรเลียมในโครงการสำรวจและผลิตของ ปตท.สผ. โดยโครงการแรกที่ดำเนินการ คือ การพัฒนาเทคนิค Electromagnetic ในการติดตามประเมินผลการผลิตของแหล่งน้ำมัน ทั้งนี้ พิธีลงนามจัดขึ้น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น