กิจกรรมทั้งหมด

Date : 30 / 07 / 2017

  • Date : 30 / 07 / 2017
    ปตท.จัดเตรียมน้ำมัน พร้อมถุงยังชีพ ช่วยผู้ประสบอุทกภัย อีสานตอนบน
    ปตท. จัดเตรียมน้ำมันให้เพียงพอกับความต้องการในพื้นที่ประสบอุทกภัยในภาคอีสานตอนบน ไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลน  รวมถึงให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท. เป็นที่พักพิงชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัย พร้อมจัดส่งถุงยังชีพช่วยบรรเทาความเดือดร้อน
     
    เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2560บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) โดยการประสานความร่วมมือกับ กระทรวงพลังงาน ได้เร่งระดมความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนโดยเฉพาะ จังหวัดสกลนคร โดยเตรียมความพร้อมสนับสนุนน้ำมันสำหรับกิจการของโรงพยาบาลในพื้นที่ประสบภัยเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่กระทบกับผู้ใช้บริการ
     
    โดยนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมันปตท.ได้สั่งการให้คลังน้ำมัน ปตท. และ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง เตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมน้ำมันให้เพียงพอกับความต้องการในพื้นที่ ไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลน  รวมถึงให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท. เป็นที่พักพิงชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัยอีกด้วย
    ขณะเดียวกัน ปตท. ยังได้มอบถุงยังชีพจำนวนประมาณ 1,000 ชุด ผ่านสำนักงานจังหวัดสกลนครเพื่อทยอยส่งมอบความช่วยเหลือไปยังพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่  และยังได้ระดมพล “พลังไทยใจอาสา” กลุ่ม ปตท.  เร่งบรรจุถุงยังชีพเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
  • Date : 30 / 07 / 2017
    กฟผ.สั่งเฝ้าระวังระบบการจ่ายไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด รับมือสถานการณ์น้ำท่วม
    กฟผ. สั่งเฝ้าระวังดูแลระบบการจ่ายไฟฟ้า อย่างใกล้ชิดรับมือสถานการณ์น้ำท่วม โดยยืนยันระบบส่งไฟฟ้าภาคเหนือและอีสาน ยังเป็นปกติ พร้อมเร่งระดมส่งถุงยังชีพและน้ำดื่มช่วยผู้ประสบอุทกภัยต่อเนื่อง
    นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ตามที่เกิดอุทกภัยในพื้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนเซินกา กฟผ. ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตามเฝ้าระวังดูแลระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีความพร้อมจ่ายตลอด 24 ชั่วโมง โดยในช่วงที่ผ่านมา กฟผ. ยังสามารถดำเนินการจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ  ทั้งนี้ มีเพียงเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงบางจุดอยู่ในบริเวณที่ถูกน้ำท่วม  ซึ่งได้สั่งการให้ทีมบำรุงรักษาสายส่งเข้าไปตรวจสอบและดูแลให้เกิดความมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกับการจ่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งสภาพเสาส่งยังอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีปัญหา
     
    รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหนักและมีพี่น้องประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมากอยู่ในขณะนี้นั้น  กฟผ. ได้มีการจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ กฟผ. ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่สำนักงานสกลนคร สถานีไฟฟ้าแรงสูงสกลนคร 1 จังหวัดสกลนคร  โดยเมื่อวานนี้ (29 กรกฎาคม 2560) ได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่จิตอาสา กฟผ. มาช่วยกันจัดทำถุงยังชีพและน้ำดื่ม  ซึ่งเบื้องต้นได้นำน้ำดื่มไปมอบให้กับโรงพยาบาลสกลนคร และพี่น้องประชาชนในเขตชุมชนวัดธาตุเชิงชุมและบริเวณตัวเมืองสกลนคร
    สำหรับช่วงหัวค่ำวานนี้ ทีมงานจิตอาสา กฟผ. ได้ลำเลียงขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์และน้ำดื่มไปทางเรือหางยาว นำไปแจกจ่ายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย บริเวณบ้านดอนกกยาง ตำบลเหล่าปอแดง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร  ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมจำนวน 88 ครัวเรือน มีจำนวนผู้ที่เดือดร้อนต้องการน้ำและอาหารประมาณ 380 คน  ทั้งนี้ กฟผ. ยังเร่งระดมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพรวมกว่า 2,000 ชุด พร้อมน้ำดื่มอีกกว่า 15,000 ขวด
     
    “กฟผ. จะร่วมให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าให้มีความพร้อมจ่ายตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ หากพบเหตุผิดปกติเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า โปรดแจ้งได้ที่ ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โทร. 043 222 246 หรือ โทร. 1416 ตลอด 24 ชั่วโมง” รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. กล่าว

Date : 29 / 07 / 2017

  • Date : 29 / 07 / 2017
    กฟผ.ส่งเจ็ทสกี เรือท้องแบน ถุงยังชีพ น้ำดื่ม ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.สกลนคร
    กฟผ.จัดส่งเจ็ทสกี เรือท้องแบน รถบรรทุกเพื่อขนส่งถุงยังชีพและน้ำดื่มไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.สกลนครอย่างเร่งด่วน 
     
    นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยเมื่อวันที่29 กรกฎาคม 2560 ว่า กฟผ. ได้เร่งระดมความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.สกลนคร อย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นได้จัดส่งรถบรรทุกจำนวน 2 คัน เพื่อขนส่งถุงยังชีพและน้ำดื่มไปที่ศูนย์เฉพาะกิจ กฟผ. ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ สำนักงานสกลนคร สถานีไฟฟ้าแรงสูงสกลนคร 1 จ.สกลนคร
     
    นอกจากนี้ กฟผ. ได้มอบน้ำดื่ม และจัดส่งรถบรรทุกอีก 2 คัน ไปสนับสนุน มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น สำหรับขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ เรือท้องแบน และเจ็ทสกี เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.สกลนคร โดยจะทยอยส่งถุงยังชีพไปให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มเติมเป็นระยะ ๆ
     

Date : 28 / 07 / 2017

  • Date : 28 / 07 / 2017
    พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จประทานรางวัลศิลปกรรม ปตท.ครั้งที่32
    พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดผลงานศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 32 ภายใต้หัวข้อ “ก้าวตามรอยพระราชา สานต่อที่พ่อทำ” โดยรางวัลดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้ศิลปินทุกระดับได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เกิดจากแนวคิด จินตนาการ รวมทั้งภาพความประทับใจในองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช
     
    เมื่อวันที่ (28 กรกฎาคม 2560) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธาน ในพิธีประทานรางวัลศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 32 ซึ่ง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดขึ้น โดยมี นายปัญจพล เหล่าพูนพัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมด้วย นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ให้การรับเสด็จ ณ ท้องพระโรง หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพฯ
     
    นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยว่า การจัดประกวดศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 32 นี้  จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ก้าวตามรอยพระราชา สานต่อที่พ่อทำ” เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินทุกระดับได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เกิดจากแนวคิด จินตนาการ รวมทั้งภาพความประทับใจในองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่ทรงมีพระปรีชาญาณในทุกด้านและทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ และร่วมแสดงปณิธานในการทำความดีตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ตามแนวทางที่พระองค์พระราชทานไว้
     
    การจัดประกวดศิลปกรรม ปตท. ประจำปี 2560 ได้แบ่งผู้ส่งผลงานเข้าประกวดออกเป็น 2 ระดับ คือ    ระดับประชาชนทั่วไป และระดับเยาวชน โดยระดับเยาวชนแบ่งเป็น 3 กลุ่มอายุ ได้แก่ กลุ่มอายุต่ำกว่า 9 ปี กลุ่มอายุ 9 - 13 ปี และกลุ่มอายุ 14 - 18 ปี โดยปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน 841 ชิ้น จากศิลปินที่ส่งผลงานจำนวน 761 คน ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินผลงานได้คัดเลือกผลงานที่ได้รับรางวัลจำนวน 24 ชิ้น และร่วมจัดแสดงจำนวน 87 ชิ้น ซึ่งผลงานทั้งหมดได้นำมาจัดแสดงให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชม ณ ท้องพระโรง หอศิลป์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และจะนำไปจัดแสดงอีก 3 ภูมิภาค ได้แก่ 25 สิงหาคม – 22 กันยายน ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา  6 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ 1 – 29 ธันวาคม ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
     
    สำหรับรายชื่อผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2560 เป็นดังนี้
     
    ผลงานที่ได้รับรางวัล ระดับประชาชนทั่วไป
     
    รางวัลยอดเยี่ยม  จำนวน  1  รางวัล 
    นายอมร  ทองพยงค์                                 ผลงานชื่อ “บ้านที่พ่อสร้าง”
    รางวัลดีเด่น  จำนวน  5  รางวัล 
    นายชยสิทธิ์  ออไอศูรย์                              ผลงานชื่อ “หลากหลายชาติพันธุ์ ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร”
    นายเดโช  โกมาลา                                    ผลงานชื่อ “ปลาของพ่อ”
    นายนันทชัย  ใจอารีย์                                ผลงานชื่อ “หยาดเหงื่อ”
    นางสาวพฤตินันทร์  ดำนิ่ม                        ผลงานชื่อ “อุ่นใจยามค่ำใต้ร่มพระบารมี หมายเลข 1”
    นายสิริทัต  เตชะพะโลกุล                          ผลงานชื่อ “แผ่นดินแห่งความสุข หมายเลข 2”
     
    ผลงานที่ได้รับรางวัล  ระดับเยาวชนอายุต่ำกว่า  9  ปี
     
    รางวัลยอดเยี่ยม  จำนวน  1  รางวัล 
    เด็กชายกนกธาดา  รูปสม                          ผลงานชื่อ “ปลูกป่าเพื่อพ่อ”
                                                                  โรงเรียนบ้านโป่งวิทยาคม  จังหวัดราชบุรี
    รางวัลดีเด่น  จำนวน  5  รางวัล 
    เด็กหญิงฐิติกานต์  สมจิตร์                        ผลงานชื่อ “คนดี”
                                                                  โรงเรียนวัดจักรวรรดิ  กรุงเทพมหานคร
    เด็กชายวีรภัทร  พัฒนสิน                          ผลงานชื่อ “ไปโรงเรียน”
                                                                  โรงเรียนไผทอุดมศึกษา (ชมรมบ้านพู่กัน)  กรุงเทพมหานคร
    เด็กชายธีร์  ญาณแก้ว                               ผลงานชื่อ “ปลูกป่าชายเลน”
                                                                  ศิลปะเด็กบ้านพู่กัน  จังหวัดนครศรีธรรมราช
    เด็กหญิงอชิรญา  อัตถศาสตร์                    ผลงานชื่อ “บ้านสันติสุข”
                                                                  โรงเรียนมาร์มาร่าวิชัยวิทยา (ART IS ME)  จังหวัดเชียงใหม่
    เด็กชายอัษฎาวุธ  ไยงาม                           ผลงานชื่อ “หมู่บ้านแห่งความสุข”
                                                                  โรงเรียนเทศบาลวัดคงคาสวัสดิ์  จังหวัดนครศรีธรรมราช
     
    ผลงานที่ได้รับรางวัล  ระดับเยาวชนอายุ  9 – 13   ปี
     
    รางวัลยอดเยี่ยม  จำนวน  1  รางวัล 
    เด็กชายพู่กัน  สร่องศรี                              ผลงานชื่อ “ผมจะทำตามพ่อสอน”
                                                                  โรงเรียนปิยะพงษ์วิทยา (ชมรมบ้านพู่กัน)  กรุงเทพมหานคร
     
    รางวัลดีเด่น  จำนวน  5  รางวัล 
    เด็กชายทนิตสร  รัตนรัตน์                          ผลงานชื่อ “พ่อของแผ่นดิน”
                                                                  โรงเรียนบ้านศิลปะหัวไทร  จังหวัดนครศรีธรรมราช
    เด็กชายทิชานนท์  หงษ์ประเสริฐ                ผลงานชื่อ “วิถีชีวิตพอเพียง ความสมบูรณ์ที่ยั่งยืน”
                                                                  โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย  จังหวัดเชียงใหม่
    เด็กหญิงภัทรวดี  ผุยหนองโพธิ์                   ผลงานชื่อ “วิถีชีวิตอย่างพอเพียง”
                                                                  ชมรมศิลปะเด็กบ้านกระต่ายหมายจันทร์
                                                                  (โรงเรียนอนุบาลปราณี) จังหวัดสุพรรณบุรี
    เด็กหญิงศตนัน  สังฆ์สุข                           ผลงานชื่อ “หมู่บ้านของเรา”
                                                                  โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฝ่ายประถม
                                                                  (ศิลปะลานคูน)  จังหวัดมหาสารคาม
    เด็กหญิงศุภาพิชญ์  พูลสวัสดิ์                    ผลงานชื่อ “แหล่งเรียนรู้”
                                                                  โรงเรียนเทศบาลวัดคงคาสวัสดิ์  จังหวัดนครศรีธรรมราช
                                                                 
    ผลงานที่ได้รับรางวัล  ระดับเยาวชนอายุ  14 – 18   ปี
     
    รางวัลยอดเยี่ยม  จำนวน  1  รางวัล 
    นางสาวพิสชา  พ่วงลาภ                           ผลงานชื่อ “ความสุขในใต้ร่มพระบารมีสานต่อที่พ่อทำ”
                                                                  โรงเรียนศรีสงครามวิทยา  จังหวัดเลย
    รางวัลดีเด่น  จำนวน  5  รางวัล 
    นายกตัญญู  วัฒนาประดิษฐชัย                 ผลงานชื่อ “หมู่บ้านสุขสวัสดิ์ หมู่ 14
                                                                  หมู่บ้านแห่งความพอเพียง”
                                                                  วินเซ็นต์แกลเลอรี่กาฬสินธุ์  จังหวัดกาฬสินธุ์
    นายณัฐภัทร  วัชราภรณ์                            ผลงานชื่อ “วิถีความพอเพียง”
                                                                  โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
    เด็กหญิงปพิชญา  ผกาวรรณ                     ผลงานชื่อ “พระผู้ทรงพลิกฟื้นแผ่นดินเหนือ”
                                                                  โรงเรียนบ้านสอนศิลป์  จังหวัดตรัง
    นายรณกฤต  น้อยวิบล                              ผลงานชื่อ “ภาพวาดแห่งความสุขในสมัยรัชกาลที่ 9”
                                                                  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี  จังหวัดร้อยเอ็ด
    นางสาววิกาวี  รัตตมณี                             ผลงานชื่อ “สานสุข”
                                                                  โรงเรียนสภาราชินี  จังหวัดตรัง
     
    ทั้งนี้  ปตท.  ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดการประกวดศิลปกรรม ปตท. ขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529  เพื่อส่งเสริมให้ศิลปินทุกระดับมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ตลอดจนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฐานรากที่บ่งชี้ถึงความเป็นชาติไทย และศิลปะของไทยอย่างแท้จริง
     
     
  • Date : 28 / 07 / 2017
    รัฐมนตรีพลังงานนำคณะผู้บริหารร่วมงานพระราชพิธีถวายพระพรชัยมงคลอย่างพร้อมเพรียง
    รัฐมนตรีพลังงานนำคณะผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการและเจ้าหน้าที่ กระทรวงพลังงาน ร่วมงานพระราชพิธีถวายพระพรชัยมงคล และร่วมกันกล่าวราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 65 พรรษา กันอย่างพร้อมเพรียง
     
    เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2560 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยพลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน  พลเอกณัฐติพล กนกโชติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ,พลเอกธนา  วิทยวิโรจน์  เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพลังงาน อาทิ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน นายธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน ,นายสมนึก บำรุงสาลี รองปลัดกระทรวงพลังงาน ,นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์  อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) ,นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.),นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ  อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.),นายทวารัฐ สูตะบุตรผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.),นางสาว นันธิกา ทังสุพานิช  ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน , นายสุชาลี สุมามาลย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ,นางบุญบันดาล  ยุวนะศิริ  ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ,นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ,นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)  นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)  และข้าราขการ  พนักงาน  เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน  เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระพรชัยมงคล และร่วมกันกล่าวราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 65 พรรษา กันอย่างพร้อมเพรียง  ณ อาคารเอนเนอร์ยี คอมเพล็กซ์ ที่ตั้งของกระทรวงพลังงาน
     

Date : 23 / 07 / 2017

  • Date : 23 / 07 / 2017
    สนย.ลงพื้นที่ภูเก็ตติดตามการขยายผลกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงานEnergy Trading
    สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์(สนย.) สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ติดตามการนำสื่อสารสอนด้านพลังงาน ผ่านกิจกรรม Energy Trading ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมตอนปลาย โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์  จ.ภูเก็ต หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการจัดอบรมครูไปแล้วกว่า800 คนทั่วประเทศ โดยกระทรวงพลังงานหวังให้เยาวชนในชาติเกิดความตระหนักรู้ด้านพลังงาน ที่สามารถตัดสินใจเลือกแหล่งผลิตหรือเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่มีความมั่นคง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างยั่งยืน
     
    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC)รายงานว่าเมื่อวันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560 คณะของ สนย.นำโดย นายฉัตรชัย คุณโลหิต หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศและประเมินผลยุทธศาสตร์ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงพลังงาน ได้ลงพื้นที่โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามการนำสื่อการสอนด้านพลังงานไปขยายผลพัฒนาศักยภาพผู้เรียนในสถานศึกษา ผ่านกิจกรรม Energy Trading  โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 100 คน
     
    โดย นายฉัตรชัย คุณโลหิต หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศและประเมินผลยุทธศาสตร์ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ กระทรวงพลังงานได้มีข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)กับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนาเนื้อหาวิชาพลังงาน สื่อการสอน และกิจกรรมส่งเสริมการสอนด้านพลังงาน ให้แก่ครูวิทยาศาสตร์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำไปใช้ประโยชน์ในชั่วโมงลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้    ดังนั้นจึงมีการจัดโครงการการส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาพลังงานในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  และได้มอบหมายให้ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดฝึกอบรมครู 800 คน ทั่วประเทศ  เกี่ยวกับการใช้กิจกรรมวิทยาศาสตร์พลังงานเสริมทักษะสะเต็มศึกษา(STEM Education เป็นการบูรณาการความรู้ใน4 สาขาวิชาประกอบด้วย ความรู้ทางวิทยาศาสตร์  ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ความรู้ทางด้านวิศวกรรม และความรู้ด้านคณิตศาสตร์  รวมเข้าด้วยกัน) ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน -มิถุนายน 2560
     
    ทั้งนี้ครูที่ผ่านการฝึกอบรมในโครงการ จะต้องสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาขยายผลกับนักเรียนของตัวเองได้ ซึ่งในส่วนของโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ จ.ภูเก็ต ที่ทาง สนย.ลงพื้นที่มาติดตามการขยายผลนั้น ได้มีการ จัด กิจกรรม Energy Trading ขึ้น โดยแบ่งกลุ่มนักเรียนชั้นม.4-6ออกเป็นกลุ่มต่างๆ และแต่ละกลุ่มเสมือนเป็นตัวแทนของ 1 ประเทศ ที่จะได้การ์ดแสดงทรัพยากรทางพลังงาน จำนวนโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ คาร์บอนเครดิต และเงิน  โดยในการแข่งขันแต่ละรอบจะมีการสมมติสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาอุตสาหกรรม เงื่อนไขด้านข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อม และเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ ภัยธรรมชาติ การย้ายแรงงานเพื่อให้แต่ละกลุ่ม ช่วยกับวางแผน ตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานของประเทศตัวเอง โดยผู้ชนะ  คือ ประเทศที่มีพลังงานเพียงพอและมีเงินเหลือมากที่สุด
     
    นายฉัตรชัย กล่าวว่า กิจกรรมEnergy Trading ที่ทางครูซึ่งผ่านการฝึกอบรมในโครงการจัดขึ้นนั้น เป็นที่ชื่นชอบสำหรับเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม เพราะได้ทั้งความสนุกและความรู้  สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งต้องการจะจุดประกายความรู้ให้เยาวชนในชาติเกิดความตระหนักรู้ด้านพลังงาน สามารถตัดสินใจเลือกแหล่งผลิตหรือเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่มีความมั่นคง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป