กิจกรรมทั้งหมด

Date : 18 / 07 / 2017

  • Date : 18 / 07 / 2017
    ปตท.นำ2โครงการใหญ่มูลค่ารวม135,000ล้านบาทลงนามข้อตกลงคุณธรรม

    ปตท.จับมือองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ลงนามข้อตกลงคุณธรรม 2โครงการมูลค่า 135,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการท่อก๊าซฯเส้นที่ 5 มูลค่า 96,500 ล้านบาท และโครงการคลัง LNG แห่งที่ 2 มูลค่า38,500 ล้านบาท ด้านรัฐมนตรีพลังงานระบุการทุจริตฝังรากลึกในสังคมไทย วอนทุกฝ่ายช่วยกันแก้ไข ยกระดับประเทศให้โปร่งใส

    เมื่อวันที่18 กรกฎาคม 2560  พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานใน “พิธีลงนามข้อตกลงคุณธรรม โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 ส่วนที่ 2 และ โครงการ LNG Receiving Terminal แห่งใหม่ จ.ระยอง” โดยมีพลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีพลังงาน  นาย ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธี

    โดยพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า  การที่ปตท.ได้นำ 2 โครงการใหญ่  เข้าสู่ระบบคุณธรรม ที่เปิดให้ผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมกระบวนการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะบริหารงานอย่างโปร่งใส  มีธรรมาภิบาล

    ทั้งนี้ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะลดการทุจริต และลดอันดับการคอร์รัปชั่นให้อยู่ในอันดับไม่เกิน 50 ของโลก จากปัจจุบันที่ยังอยู่ในอันดับที่สูง แต่ยอมรับว่าการทุจริตในไทยฝังรากลึกไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งระบบ แต่ก็ต้องช่วยกันแก้ไข โดยปัจจุบันภาคเอกชนยังเคยชินกับการจ่ายเงินเพื่อให้ได้โครงการ ดังนั้นภาครัฐต้องช่วยปฏิเสธการรับเงินที่ไม่สะอาด เพื่อทำให้ลดการทุจริตในระบบลง อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่อยู่ในกำกับ ก็พร้อมและยินดีที่จะร่วมต่อต้านการคอร์รัปชั่นเต็มที่และตลอดไป

    นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปตท. ได้เข้าร่วมในโครงการข้อตกลงคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีการจัดขึ้นในปี 2558 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐเจ้าของโครงการและผู้เข้าร่วมเสนอราคา ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่มีการเรียกรับเงินสินบนหรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงเปิดเผยข้อมูลโครงการที่สำคัญในทุกกระบวนการอย่างโปร่งใส

    โดยการลงนามในข้อตกลงคุณธรรม โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 ส่วนที่ 2 เป็นการ ลงนามระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับผู้แสดงความประสงค์จะซื้อเอกสารประมูลราคาล่วงหน้า 8 ราย โดยเป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ และเพิ่มกำลังการส่งก๊าซธรรมชาติจากฝั่งตะวันออกไปยังโครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตก อีกทั้งเป็นการเพิ่มความมั่นคงในการจัดส่งก๊าซธรรมชาติ ให้แก่ โรงไฟฟ้าบางปะกง โรงไฟฟ้าวังน้อย โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าในอนาคต โดยโครงการฯ มีกำหนดแล้วเสร็จภายใน ปี พ.ศ. 2564 ในงบประมาณการลงทุนทั้งสิ้น 96,500 ล้านบาท

    สำหรับโครงการ LNG Receiving Terminal แห่งใหม่ จ.ระยอง เป็นการลงนามระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับผู้ร่วมเสนอราคา 6 ราย ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม2559 ให้ ปตท. ดำเนินโครงการฯ ซึ่งเป็นการก่อสร้างท่าเทียบเรือและสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว เพื่อรองรับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในปริมาณ 7.5 ล้านตันต่อปี มีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2565 ในวงเงินงบประมาณการลงทุน 38,500 ล้านบาท

    นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.ยืนยันเดินหน้าต่อต้านการทุจริตตามนโยบายรัฐบาล พร้อมรณรงค์ค่านิยมต้านการทุจริตทั้งระดับผู้บริหารถึงระดับพนักงาน เพื่อให้เกิดการโปร่งใส มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและตรวจสอบภายในอย่างชัดเจน  

    ในขณะที่ นาย ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า องค์กรฯ มีคณะผู้ร่วมสังเกตการณ์ของโครงการข้อตกลงคุณธรรมอยู่ 200 คน ปัจจุบันมี 50 คนได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในโครงการต่างๆแล้ว คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งการลงนามกับ ปตท.ในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ในการทำงานร่วมกับเอกชนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและส่งผลดีต่อประเทศต่อไป

Date : 17 / 07 / 2017

  • Date : 17 / 07 / 2017
    ปตท.เผย"ประดู่ป่า"ต้นไม้ทรงปลูก แปลงFPT 49 อายุครบ20ปี ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจปกป้องผืนป่า
    ปตท.จัดงาน"เมล็ดพันธุ์แห่งความภักดี..ใต้ร่มพระบารมี พลิกฟื้นคืนผืนป่า  เผย"ต้นประดู่ป่า"ต้นไม้ทรงปลูกอายุครบ 20ปี เติบใหญ่ แข็งแรง และเป็นศูนย์รวมใจในการปกป้องผืนป่า 
     
    งาน"เมล็ดพันธุ์แห่งความภักดี..ใต้ร่มพระบารมี พลิกฟื้นคืนผืนป่า" จัดขึ้นเมื่อวันที่17ก.ค.2560  ณ แปลงปลูกป่า FPT 49 ต.ลำนางแก้ว อ.ปักธงชัย  จ.นครราชสีมา โดยกิจกรรมสำคัญของงานในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา9.00 น.  มีการนำเสนอผลสำเร็จการฟื้นฟูป่าร่วมกับชุมชนอย่างบูรณาการและความหลากหลายทางชีวภาพ ของแปลงปลูกป่าFPT 49 โดยหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาภูหลวง  และ กิจกรรมฐานเรียนรู้"วัฏจักรธรรมชาติ"   พิธีทำบุญป่า(ต้นไม้ต้นที่100 ล้าน) เพื่อรำลึกถึงบุญคุณดิน น้ำ ป่า 
     
    ในขณะที่ในช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา14.00 น. ทางแม่ทัพภาคที่2 พลโทวิชัย แชจอหอ ประธานในพิธี ทำพิธีอัญเชิญธงพระราชทาน"พิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต"ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9 โดยทั้งแม่ทัพภาคที่2 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) จะร่วมรับมอบกล้าไม้"ประดู่ป่า"  ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูร จำนวน "ร้อย๖๕กล้า"   และร่วมกันสร้างโป่งเทียมบำรุงแหล่งน้ำเพื่อสัตว์ป่า 
     
    สำหรับพื้นที่แปลงปลูกป่าFPT 49 นั้นมีความสำคัญในต่อการพลิกฟื้นคืนผืนป่า และสร้างจิตสำนึกในการหวงแหนทรัพยากรป่าไม้   โดยมีต้นไม้ทรงปลูกคือ "ต้นประดู่ป่า"ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูร  ทรงปลูกเอาไว้ เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารและเสด็จพระราชดำเนินแทนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในหลวงรัชกาลที่9   เป็นองค์ประธานปลูกต้นไม้ต้นที่100 ล้านของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อวันที่14 กรกฎาคม 2540   ซึ่งปัจจุบันต้นประดู่ป่า ที่ทรงปลูกนั้นมีอายุครบ20ปี  จากต้นกล้าประดู่ป่าขนาดเล็ก กลายเป็นต้นประดู่ป่า ที่มีลำต้นเติบใหญ่ แข็งแรง แผ่กิ่งก้านสาขา สวยงาม ให้เห็น เป็นศูนย์รวมใจในการปกป้องผืนป่า ระหว่าง ปตท. กับชุมชนรอบพื้นที่ป่า นำมาสู่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในการตระหนักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ เป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดนครราชสีมา
     
    แปลงปลูกป่า FPT 49 นับการพลิกฟื้นคืนผืนป่าครั้งสำคัญของ ปตท. ทำให้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม 26,675 ไร่ กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ จนได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง ในปัจจุบัน
     
     
     
    "ต้นประดู่ป่า"ต้นไม้ทรงปลูก ครบอายุ20ปี
     
     

Date : 12 / 07 / 2017

  • Date : 12 / 07 / 2017
    อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเข้ารับรางวัลSAG awards 2017 สาขา Oil and Gasที่สหรัฐฯ

    อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นตัวแทนประเทศไทย  รับรางวัลผลงานดีเด่นด้านการบริหารจัดการระบบข้อมูลสาร สนเทศทางภูมิศาสตร์ “Special Achievement in GIS Awards (SAG awards 2017)” สาขา Oil and Gas ในงาน ESRI User Conference2017 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองซานดิเอโก้ สหรัฐอเมริกา โดยรางวัลดังกล่าว คัดเลือกจากผู้ส่งผลงานกว่า 100,000 ผลงานทั่วโลก

    เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 (ตามเวลาประเทศไทย)มีพิธีมอบรางวัลผลงานดีเด่นด้านการบริหารจัดการระบบข้อมูลสาร สนเทศทางภูมิศาสตร์ “Special Achievement in GIS Awards (SAG awards 2017)” สาขา Oil and Gas ในงาน ESRI User Conference2017 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองซานดิเอโก้ สหรัฐอเมริกา  โดยมี  นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เข้ารับรางวัล ด้วยความภาคภูมิใจ  ในฐานะที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  เป็น หน่วยงานราชการด้านพลังงานหน่วยงานแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ที่ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในเวทีระดับสากล

    นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวภายหลังรับมอบรางวัลว่า  รางวัลผลงานดีเด่นด้านการบริหารจัดการระบบข้อมูลสาร สนเทศทางภูมิศาสตร์ “Special Achievement in GIS Awards (SAG awards 2017)” สาขา Oil and Gas  ที่ได้รับนี้  เป็นรางวัลที่มีเกียรติ   อีกหนึ่งความสำเร็จของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  ถือเป็นความภาคภูมิใจของหน่วยงานในกระทรวงพลังงานและประเทศไทย  เนื่องจากรางวัลดังกล่าว คัดเลือกจากผู้ส่งผลงานระบบข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) จำนวนกว่า 100,000 ผลงานทั่วโลก

    โดยมีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกได้รับรางวัลในปีนี้ทั้งสิ้น 77 ผลงาน ซึ่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับรางวัลและถือเป็นหน่วยงานราชการด้านพลังงานหน่วยงานแรกที่ได้รับรางวัลนี้ โดยการนำเทคโนโลยี GIS มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพื่อให้มีระบบการบริหารจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 

    นาย วีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน

Date : 08 / 07 / 2017

  • Date : 08 / 07 / 2017
    จากโตเกียวสู่กรุงเทพ ถอดบทเรียน"ป่าในกรุง"ของปตท.

    จากโตเกียวสู่กรุงเทพ ปตท.พาสื่อมวลชน ถอดบทเรียน การสร้างป่าในกรุง ตามแนวคิด ดร.อาคิระ มิยาวากิ ผู้เชี่ยวชาญในการคืนสภาพแวดล้อมคืนสู่ธรรมชาติ  โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเตือนให้คนเมืองหลวง สำนึกรักหวงแหนทรัพยากรป่า และหันมาปลูกต้นไม้กันมากขึ้น ตามแนวพระราชดำรัส"ปลูกป่าในใจคน"

    เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม2560 .ที่ผ่านมา ผู้บริหารบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) นำโดย นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม พาคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย เยี่ยมชม สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิกาว่า(Koishikawa Botanical Gardens) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นป่าในกรุงต้นแบบ ที่ปตท.นำมาใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่ขนาด12 ไร่ย่านสุขาภิบาล2 ของปตท. ที่เป็นที่รกร้างว่างเปล่า และเป็นที่ทิ้งขยะ และปตท.เคยคิดจะสร้างปั๊มน้ำมัน ให้กลายเป็นป่าในกรุงแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

    นายประเสริฐ กล่าวว่า สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิกาว่า มีพื้นที่ประมาณ100ไร่ และถือเป็นสวนเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ก่อตั้งโดยโชกุนโทคุกาว่า(Tokugawa Shogunate)ในปีค.ศ.1684 และปัจจุบันอยู่ในการดูแลของมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งใช้เป็นแหล่งค้นคว้า วิจัยพืช ในด้านต่างๆ โดยเน้นไปที่พืชที่มีถิ่นกำเนิดในญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวันและจีน

    สวนแห่งนี้ ยังเป็นเหมือนแปลงทดลองแนวคิดของ ศาสตราจารย์ดร.อาคิระ มิยาวากิ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการคืนสภาพแวดล้อมสู่ธรรมชาติ  โดยใช้หลักการปลูกป่าโดยศึกษาโครงสร้างของป่า ประเภทของป่า จากนั้นก็ใช้วิธีเพาะพันธุ์กล้า ก่อนนำไปปลูกบนเนินดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุที่เตรียมไว้ จึงช่วยลดการตายของกล้าไม้ก่อนการเจริญเติบโตได้ถึงร้อยละ80

    นายประเสริฐ กล่าวว่า ปตท.ได้นำเอาแนวคิดของศาสตราจารย์ดร.อาคิระ มิยาวากิ มาใช้ในโครงการ ป่าในกรุง สุขาภิบาล2  โดยรวบรวมพันธุ์ไม้ดั้งเดิมของกรุงเทพฯและพันธุ์ไม้หายากกว่า270 ชนิด และกล้าไม้กว่า 40,000 ต้น มาปลูกในพื้นที่  และจัดเป็นสังคมพืชจำนวน11 กลุ่ม  ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 2ปี ก็สามารถสร้างป่ากรุงเทพแบบดั้งเดิมกลับคืนมาได้  กลายเป็นพื้นที่สีเขียว ปอดแห่งใหม่ คนคนกรุงเทพฯ

    โดยการปลูกป่านิเวศ ซึ่งหมายถึงป่าที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงสภาพป่าธรรมชาติ ตามแนวคิดของ ศาสตราจารย์ดร.อาคิระ มิยาวากิ นั้นมีหลักการสำคัญคือ การสร้างป่าธรรมชาติดั้งเดิมด้วยพันธุ์ไม้ดั้งเดิม  และจัดการโดยใช้แนวคิด”การจัดการที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้ป่าจัดการตัวเอง ร่วมกับองค์ความรู้ของปตทงในการวิเคราะห์ปรับปรุงคุณภาพดิน ศึกษาพันธุ์ไม้ดั้งเดิมของกรุงเทพฯ รวมถึงการเลือกใช้พันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับสภาพของดิน

    โครงการป่าในกรุง ของปตท. มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ2 เมษายน  2558  นับเป็นโครงการที่ให้คุณค่าในฐานะที่เป็นแหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำรัส”ปลูกป่าในใจคน” ของพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

    ปัจจุบัน ป่าในกรุง สุขาภิบาล2 นั้นเปิดกว้างให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าไม้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์  โดยปตท.หวังที่จะให้ป่าแห่งนี้ เป็นสื่อที่ช่วยกระตุ้นเตือนให้คนในเมืองหลวงมีความสำนึกรักหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้ที่หลงเหลืออยู่ไม่มากนัก และหันมาปลูกต้นไม้กันมากขึ้น 

     

    บรรยากาศในสวนพฤกษศาสตร์โคอิชิกาว่า(Koishikawa Botanical Gardens) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 

    โครงการ"ป่าในกรุง"ของปตท.ถนนสุขาภิบาล2 ตามแนวคิดของ ศ.ดร.อาคิระ มิยาวากิ

  • Date : 08 / 07 / 2017
    TPTI ร่วมกับชมรมรวมพลคนน้ำมัน จัดกิจกรรม“ดอกไม้จันทน์ ..ดอกไม้ใจ ถวายพ่อหลวง “

    สถาบันฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านปิโตรเลียม (TPTI)ร่วมกับชมรมรวมพลคนน้ำมัน จัดกิจกรรมประเดิษฐ์ดอกไม้จันทน์  “ดอกไม้จันทน์ ..ดอกไม้ใจ ถวายพ่อหลวง “ เมื่อวันที่ 5-7 ก.ค.2560 ที่ผ่านมา  ณ ที่ทำการสถาบันฯ ชั้น11 อาคารเอ็นเนอยี คอมเพล็กซ์ บี โดยมี นายไกรฤทธิ์ นิลคูหา ประธานคณะกรรมการสถาบันฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านปิโตรเลียมและนางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันฯ  พร้อมด้วยพนักงานและ สมาชิกของชมรม  เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน

    กิจกรรมดังกล่าว ทางสถาบันฯจัดให้มีขึ้น เพื่อแสดงความอาลัยและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย  ทาง สถาบันฯจะรวบรวมดอกไม้จันทน์ที่มีการจัดทำทั้งหมด ส่งมอบให้สำนักพระราชวัง  สำหรับใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ต่อไป

     

    (ซ้าย)นายไกรฤทธิ์ นิลคูหาประธานคณะกรรมการTPTI ( ขวา)นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ ผู้อำนวยการบริหาร TPTI