CEO ปตท. ชี้ PTTEP ชนะประมูลแหล่งก๊าซฯส่งผลดีต่อค่าไฟฟ้าและต้นทุนภาคอุตสาหกรรม

CEO ปตท. ชี้ ปตท.สผ. ชนะประมูลแหล่งเอราวัณและบงกชในราคา 116 บาทต่อล้านบีทียู ส่งผลดีต่อค่าไฟฟ้าโดยรวมและต้นทุนของอุตสาหกรรม ย้ำสามารถผลิตก๊าซฯได้ต่อเนื่อง และช่วยเพิ่มปริมาณสำรองให้ประเทศ ถือเป็นการลงทุนที่ไม่สูญเปล่า

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ชนะการประมูลแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณและบงกช ในราคาต่ำ 116 บาทต่อล้านบีทียู ว่า ขณะนี้ต้องรอให้กระทรวงพลังงานเซ็นสัญญาและดูเงื่อนไขที่ชัดเจนในเดือน ก.พ. 2562 ก่อนจึงจะสรุปได้ว่า ปตท.สผ. ได้สำรวจและขุดเจาะแหล่งเอราวัณและบงกช 100%

อย่างไรก็ตาม การประมูลที่ผ่านมา ปตท.สผ. เสนอราคาต่ำและจะทำให้ราคาเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติต่ำลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาค่าไฟฟ้าและต้นทุนในภาคอุตสาหกรรมให้ต่ำลงด้วย โดย ปตท. มองว่าเพียงแค่ผลิตก๊าซฯได้ต่อเนื่องก็ช่วยให้ไทยมีปริมาณสำรองก๊าซฯเพิ่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกับประเทศ และถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่สูญเปล่า

ส่วนกรณีที่ ปตท.สผ. ชนะประมูลทั้งสองแหล่ง ไม่ถือว่าผูกขาดตลาด เพราะการได้มาซึ่งแหล่งปิโตรเลียมทั้งสองแหล่งเป็นการประมูลอย่างถูกต้องตามขั้นตอน และภาครัฐได้เปิดประกาศให้เข้าร่วมประมูลมานานแล้ว ซึ่งไม่ได้กระทำอย่างเร่งด่วน เป็นการแข่งขันอย่างถูกต้อง และแหล่งขุดเจาะปิโตรเลียมในไทยไม่ได้มี ปตท.สผ. ดำเนินการเพียงรายเดียว

นายชาญศิลป์ยังกล่าวถึงทิศทางราคาน้ำมันด้วยว่า ราคาน้ำมันที่ผันผวนลดลงต่ำในกว่า 50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลในช่วงนี้ เป็นการแกว่งตัวจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งการเมืองระหว่างประเทศและการเก็งกำไรราคาน้ำมัน ซึ่งราคาน้ำมันที่ผันผวนส่งผลให้โรงกลั่นของ ปตท.ดำเนินธุรกิจยากขึ้น แต่ได้มีการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (เฮจจิ้ง) ไว้ ทำให้กระทบต่อผลประกอบการไม่มากนัก

ทั้งนี้ คาดว่าราคาคงไม่ต่ำกว่า 40 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล โดยราคาเฉลี่ยช่วงนี้อาจอยู่ระหว่าง 50-60 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ระดับราคาดังกล่าว ยังต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมต่อธุรกิจการผลิตปิโตรเลียม ที่อยู่ระหว่าง 65-75 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล