BGRIM ลงนามกับ ADB ออกกรีนบอนด์5,000ล้านบาท

BGRIM’ ออกหุ้นกู้ “กรีนบอนด์” 5,000 ล้านบาทซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) รายแรกของประเทศไทย โดยจะช่วยลดต้นทุนทางด้านการเงินให้กับบริษัทและเพิ่มโอกาสการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในอนาคต

เมื่อวันที่11ธ.ค.2561 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เป็นผู้แทนร่วมลงนามสัญญาการออกหุ้นกู้ “กรีนบอนด์” มูลค่า 5,000 ล้านบาท  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) กับ นายไมเคิล แบร์โรว์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการภาคเอกชน ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้อง Lecture ชั้น Lower Lobby โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

โดย นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM  กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ หรือกรีนบอนด์  เป็นรายแรกของประเทศไทย ถือได้ว่าบริษัทได้ผ่านเกณฑ์การออกพันธบัตรอาเซียนกรีนบอนด์ (ASEAN Green Bond Standards) ที่จะใช้เกณฑ์เดียวกันทั่วภูมิภาคอาเซียน ของสมาคมตลาดทุนระหว่างประเทศ (International Capital Market Association: ICMA)  ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์อันยาวนานที่เราได้ทำขึ้นจากการทำธุรกรรมหลายอย่างต่อกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ระหว่าง บี.กริม และ เอดีบี

โดยหุ้นกู้กรีนบอนด์ มูลค่า 5 พันล้านบาท (155 ล้านเหรียญสหรัฐ) ประกอบด้วยหุ้นกู้อายุ 5 ปีและอายุ 7 ปี นั้นได้รับการรับรองโดย Climate Bonds Initiative และจะออกในประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเอดีบีทั้ง 100%

ทั้งนี้ ความสำเร็จในการออกหุ้นกู้กรีนบอนด์ดังกล่าว จะช่วยให้บริษัทมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เพราะมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.6% ซึ่งต่ำกว่าการกู้เงินจากสถาบันการเงินทั่วไปที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยประมาณ 5-5.5% โดยเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ บริษัทจะนำมาใช้ในการรีไฟแนนซ์ และการขยายการลงทุนโดยเฉพาะในเรื่องของการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน ที่จะเพิ่มสัดส่วนขึ้นจาก 10% เป็น 30% ภายในปี 2564

ปัจจุบัน BGRIM มีโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ทั้งหมด 33 แห่ง แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 15 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 15 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล 1 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 2,045 เมกะวัตต์ และมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาอีกกว่า 1,081 เมกะวัตต์ รวมเป็นจำนวนกำลังการผลิตติดตั้ง ที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้วขณะนี้ 3,126 เมกะวัตต์

ด้านธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) นายไมเคิล แบร์โรว์ ได้เปิดเผยว่า การออกหุ้นกู้ครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาตลาดพันธบัตรสีเขียว (กรีนบอนด์) ในประเทศไทย ที่สำคัญเงินทุนที่ได้จะนำมาใช้สำหรับโครงการพลังงานทดแทนในประเทศไทย ยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างวิถีสังคมคาร์บอนต่ำเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และยังจะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตั้งไว้ 20% ได้โดยไร้ข้อจำกัดของเงื่อนไข ภายในปี 2573 ทั้งนี้ บี.กริม นับเป็นผู้บุกเบิกด้านธุรกิจพลังงานทดแทนและการเติบโตของสังคมคาร์บอนต่ำในประเทศไทย ที่มีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคนี้

โดยเงินทุนที่ได้จากหุ้นกู้ กรีนบอนด์ นี้จะใช้สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดำเนินการแล้วจำนวน 9 แห่งที่มีกำลังการผลิต 67.7 เมกะวัตต์และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 แห่งที่กำลังก่อสร้างอยู่ ซึ่งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดในประเทศไทยมีกำลังการผลิตรวม 30.8 เมกะวัตต์
นายไมเคิลฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นี่คือการลงทุนพันธบัตรสีเขียว (กรีนบอนด์) ครั้งที่สองของ เอดีบี โดยในปีพ.ศ. 2559 ธนาคาร ได้สนับสนุนโครงการ พลังงานความร้อนใต้พิภพ Tiwi และ Makban ในฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นโครงการเสนอขายพันธบัตรสีเขียวครั้งแรกของประเทศ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here