ไขรหัสแผนเพิ่มทุน “GPSC”  พลิกโฉมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่มปตท.

นับเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มปตท. ต่อการขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรที่มุ่งให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่จะตอบโจทย์พลังงานปัจจุบันและอนาคต จากการดำเนินธุรกิจน้ำมัน  ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเคมี ก้าวไปสู่ธุรกิจไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบผ่านบริษัท โกลบอลเพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่มปตท. และเพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด จึงได้เข้าซื้อกิจการบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW ด้วยมูลค่า 93,000 ล้านบาท

การซื้อกิจการ GLOW เมื่อต้นปีโดยใช้เงินระดมทุนจากสถาบันการเงินและผู้ถือหุ้นใหญ่ในกลุ่มปตท. นับเป็นการทำดีลครั้งใหญ่ของกลุ่มไฟฟ้าในเครือ ปตท. อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของ GPSC ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น แต่ยังมีแผนกลยุทธ์ที่เป็นเป้าหมายสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจไฟฟ้าเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงธุรกิจที่เป็นอนาคต ทำให้ GPSC เปิดไพ่ใบที่สอง ด้วยการปรับโครงสร้างทางการเงินที่จะขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจไฟฟ้าอย่างมีนัยยะสำคัญ

โดยคณะกรรมการบริษัทฯได้อนุมัติแผนเพิ่มทุนในวงเงิน 74,000 ล้านบาท เพื่อให้ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งมากขึ้น รองรับการขยายการลงทุนในอนาคต และพร้อมที่จะรุกตลาดในฐานะผู้เล่นธุรกิจไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศ ตามเป้าหมายที่ชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในฐานะแม่ทัพใหญ่ GPSC ได้วางโรดแมปขับเคลื่อนให้ขึ้นแท่นเป็นบริษัทไฟฟ้า TOP3 ของประเทศ ด้วยกำลังการผลิต 5,400 เมกกะวัตต์ในอีก 5 ปีข้างหน้า

พร้อมกันนั้น ยังมีแผนจะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนส่งผลให้อนาคตของ GPSC นับตั้งแต่เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อปี 2558 โดยปัจจุบัน มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) รวมประมาณ 4,986 เมกะวัตต์ ดังนั้นแผนของการเพิ่มทุนจึงไม่น่าเป็นห่วงสำหรับบรรดาผู้ถือหุ้นที่ต้องควักกระเป๋าเพิ่ม เพราะราคาที่ได้อยู่ที่หุ้นละ 56 บาท มี discount ถึง 20% ให้กับผู้ถือหุ้น

โดยออกเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายผู้ถือหุ้นรายเดิมที่จะ XR ในวันที่ 3 กันยายนนี้ กำหนดวันเปิดจองหุ้นในวันที่ 30 กันยายน – 4 ตุลาคม 2562 ในอัตรา 1 หุ้นเดิมต่อ 0.8819 หุ้นใหม่ ทำให้จำนวนหุ้นที่เพิ่มเพียง 1.32 พันล้านหุ้น ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่มาก เมื่อเทียบกับทิศทางการเติบโตของบริษัทฯ ตามแผนที่วางไว้ เพราะ ณ ปัจจุบันราคาหุ้นที่อยู่ในกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ ยังคงอยู่ที่ระดับ 68 – 69 บาท ต่อหุ้น เรียกได้ว่า เป็นโบนัสของผู้ถือหุ้นก็ว่าได้ที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ 

โดยประเมินคร่าวๆ ผู้ถือหุ้นจะได้รับกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้นแน่นอน สะท้อนการลงทุนที่จะรับรู้รายได้จากการรวมกิจการ GLOW และยังมีโครงการใหม่อีก 3-4 โครงการที่จ่อคิวผลิตไฟในเชิงพาณิชย์ได้ในปีนี้และปีหน้า ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าที่ สปป.ลาว 2 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำลิก 1 ที่ สปป.ลาว กำลังผลิต 65 เมกกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี กำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์ ศูนย์ผลิตสาธารณูปการแห่งที่ 4 จังหวัดระยอง กำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ไอน้ำ 70 ตันต่อชั่วโมง และโรงไฟฟ้าของบริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัดกำลังการผลิต 60 เมกกะวัตต์ ไอน้ำ 10 ตัน

นอกจากนั้น  GPSC ยังเดินหน้าแผนการรุกนวัตกรรมพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ ดย GPSC เข้าไปถือหุ้น บริษัท 24M Technologies จำกัด พันธมิตรผู้ผลิตแบตเตอรี่ จากสหรัฐฯ และกำลังจะเปิดตัวเร็วๆนี้ เพื่อตั้งโรงงานในประเทศไทย จึงเป็นที่จับตามองของวงการธุรกิจไฟฟ้าของไทยและภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันทุกประเทศให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจพลังงานทดแทนที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก แต่ยังขาดจิ๊กซอว์ที่สำคัญในการผลิตพลังงานทดแทนให้มีความสมบรูณ์ เพื่อประสิทธิภาพการจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดังนั้น การลงทุนเพื่อผลิตแบตเตอรี่และการพัฒนาระบบการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS ) ถือเป็นกุญแจที่สำคัญในการอุดช่องว่างของการพัฒนานวัตกรรมพลังงานทดแทน ให้มีเสถียรภาพมากขึ้น การกระโดดเข้ามาในธุรกิจผลิตแบตเตอรี่เป็นรายแรกๆของประเทศไทยของ GPSC  ที่มีทั้งเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ และตลาด จึงนับว่าเป็นการพลิกโฉมกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่มปตท. ให้ก้าวไปอีกขั้นและมีอนาคตที่สดใส

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here