เอกชนเชื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นครึ่งปีหลัง หวังรัฐสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการลงทุน

เอกชนเชื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นครึ่งปีหลัง หวังรัฐสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการลงทุน

เอกชนเชื่อเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวครึ่งหลังปี 62 นี้ หวังรัฐบาลประยุทธ์2ขับเคลื่อนนโยบายได้ตามแผน ไม่มีข้อขัดแย้งเอกชน เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน ทำให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่น จึงจะสามารถดึงดูดโครงการลงทุนต่างๆ เข้ามากระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างที่หวัง

เมื่อเร็วๆนี้ ศูนย์ข่าวพลังงาน Energy News Center – ENC สัมภาษณ์ นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยภายใต้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์2  โดยนายสุพันธ์ ให้ความเห็นว่านักลงทุนต่างประเทศยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย ภายหลังมีรัฐบาลใหม่มาขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่ขณะนี้มีการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) การพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (เพื่อเป็นท่าเรือขนถ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG) และท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 รวมถึงเมืองการบินภาคตะวันออก ทั้งนี้หากภาครัฐสามารถประกาศบังคับใช้แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือผังเมือง EEC ได้อย่างชัดเจน ก็จะยิ่งทำให้เกิดการขยายการลงทุนอย่างรวดเร็ว

นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นอกจากนี้ ในประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า รวมทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของประเทศในกลุ่มอาเซียน นายสุพันธ์ มองว่า น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ไทยเป็นหมุดหมายที่น่าลงทุนมากขึ้น จึงน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ภาพรวมการลงทุนของไทยฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2563 โดยแม้ว่าเม็ดเงินลงทุนปีนี้อาจยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เคยประเมินไว้ที่ 7.5 แสนล้านบาท แต่จะเริ่มมีภาพที่ดีและเห็นผลชัดเจนในปีหน้า  

สำหรับกรณีข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชนผู้ลงทุนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนต่างๆ อย่างกรณีการเจรจาเรื่องการวางหลักประกันการรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมระหว่างรัฐกับเอกชนผู้รับสัมปทาน ที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนของประเทศหรือไม่ อย่างไรนั้น นายสุพันธ์มองว่า กรณีนี้อยู่ที่ว่ารัฐและเอกชนจะเจรจากันอย่างไรให้ได้ข้อยุติที่เป็นธรรม และจะยอมกันได้แค่ไหน ซึ่งคงต้องเป็นไปตามข้อกฎหมายและสัญญาที่ทำระหว่างกัน 

ในขณะที่นายเจน นำชัยศิริ ประธานกิตติมศักดิ์ ส.อ.ท. ให้ความเห็นต่อกรณีการรื้อถอนแท่นปิโตรเลียม ว่า คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายควรจะมีการเจรจาหาข้อยุติ โดยดำเนินการตามกฎหมายหรือสัญญาที่ได้ทำร่วมกันไว้ ซึ่งในกรณีที่ไม่สามารถเจรจาหาข้อยุติร่วมกันได้ ก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณาความเป็นธรรมตามที่ได้ตกลงกันในสัญญา

นายเจน นำชัยศิริ ประธานกิตติมศักดิ์ ส.อ.ท.

ในขณะที่ภาพการลงทุนของประเทศในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เชื่อว่าจะฟื้นตัวอย่างแน่นอน เนื่องจากการมีรัฐบาลใหม่มาขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็เริ่มทำงานแล้ว ทำให้ความเชื่อมั่นเริ่มดีขึ้น จากในช่วงครึ่งปีแรกที่นักลงทุนอาจยังชะลอการลงทุน เพื่อรอความชัดเจนจากนโยบายรัฐบาล

ประเมินดูความเชื่อมั่นของเอกชนแล้ว ต่างมีความหวังกับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์2 ที่เชื่อว่าจะพลิกเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวดีขึ้นได้  โดยปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญคือการช่วยกันสร้างบรรยากาศการลงทุน อย่าให้ต้องมีเรื่องข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการขนาดใหญ่ หรือเรื่องค่าโง่ มาทำให้เสียบรรยากาศที่กำลังจะเริ่มต้นไปได้ดี

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here