“สนธิรัตน์” สั่งผอ.สนพ.นัดประชุม กบง.เคลียร์ประเด็นร้อนพลังงาน

รัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ ” สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ” สั่ง ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กำหนดวันประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)หวังเคลียร์ประเด็นร้อน ทั้ง แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าประเทศ(PDP2018)  โรงไฟฟ้าภาคตะวันตก1,400เมกะวัตต์ และ การนำเข้าLNG 1.5ล้านตันต่อปีของกฟผ.  ก่อนพิจารณาตัดสินใจเดินหน้าต่อหรือทบทวน

ในการเข้าทำงานที่กระทรวงพลังงานวันแรก 18 ก.ค.2562 ซึ่งถือฤกษ์ 15.39น.เข้าสักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คนใหม่ พร้อมประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงาน รวมถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ทั้ง ปตท.และกฟผ.

รัฐมนตรีพลังงาน เข้ากระทรวงวันแรก ถือฤกษ์ 15.39น. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง

นายสนธิรัตน์  ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังการประชุมว่า ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)ซึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ไปรวบรวมประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมที่เกี่ยวกับมติ กบง. ที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของแผนPDP2018 เรื่องโรงไฟฟ้าภาคตะวันตก1,400เมกะวัตต์ ที่ราช กรุ๊ป ลงนามในสัญญากับ กฟผ.ไปแล้ว และเรื่องของการนำเข้า LNG 1.5ล้านตันต่อปีของกฟผ.  พร้อมกำหนดวันประชุมกบง. เพื่อพิจารณาประเด็นดังกล่าว ว่า จะมีการเดินหน้าต่อหรือจะมีการทบทวนแก้ไขมติ ในเรื่องใด

อย่างไรก็ตามในเรื่องของ แผน PDP2018 ที่ผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี มาแล้วนั้น เชื่อว่าทุกฝ่ายที่ได้ร่วมกันจัดทำแผน PDP 2018  ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติอยู่แล้ว แต่ต้องมาพิจารณาในรายละเอียดว่า จะมีเรื่องใดที่จะเพิ่มเติมในรายละเอียดลงไปได้บ้าง

นายสนธิรัตน์ กล่าวถึง แนวทางการบริหารงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า จะมุ่งเน้นทำให้พลังงานไทยเกิดความยั่งยืน โดยยึดมั่นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติให้ตกอยู่กับคนไทย และให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างมั่นคง  โดยพลังงานเป็นสิ่งที่สำคัญ และเป็นของคนไทยทุกคน จึงต้องนำพลังงานมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้คนไทยได้มีส่วนร่วม และไม่เป็นภาระต่อประชาชนที่มีรายได้น้อย

พร้อมตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการชดเชยราคาน้ำมันไบโอดีเซล B20(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 20% ในทุกลิตร)ให้ต่ำกว่า น้ำมันไบโอดีเซลB7(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 7% ในทุกลิตร) 5 บาทต่อลิตร ที่จะครบกำหนดยุติการชดเชยในวันที่ 31 ก.ค. 2562 นี้ โดยได้กล่าวว่า จะขอดูรายละเอียดโครงสร้างราคาก่อนว่าควรต่ออายุส่วนลดต่อไปหรือไม่ หากต่ออายุจะมีผลกระทบอย่างไร และดูสถานการณ์น้ำมันปาล์มดิบ(CPO)ที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลผลิตอีกครั้งด้วย

นอกจากนี้การบริหารเกี่ยวกับปาล์มน้ำมันนั้น เบื้องต้นเห็นว่าน้ำมันไบโอดีเซลB10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10% ในทุกลิตร) ควรเป็นน้ำมันหลัก เนื่องจากดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มได้มาก ส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลB20(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 20% ในทุกลิตร) ก็ยังต้องดำเนินต่อไป เพราะหาก B10 ช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มได้ไม่เพียงพอในช่วงผลผลิตที่ออกมามาก B20 ก็เป็นเป็นส่วนที่ช่วยดูดซับได้มากขึ้น

นายสนธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) 363 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัมนั้น จะตรึงต่อหรือไม่คงต้องพิจารณารายละเอียดให้ชัดเจนก่อน  รวมถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือให้กระทรวงพลังงานทบทวนแผน PDP 2018 เพื่อให้รัฐมีสัดส่วนไฟฟ้า 51% และกรณีบริษัท ผู้รับสัมปทานแหล่งเอราวัณ และแหล่งบงกช ในอ่าวไทยได้ยื่นหนังสือ ถึงกระทรวงพลังงาน ขู่ฟ้องอนุญาโตตุลาการ หากไม่ได้รับความชัดเจนเรื่องการวางหลักประกันการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมที่จะหมดอายุสัมปทานในช่วงปี2565-2566 นั้น กระทรวงพลังงานจะดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท  ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า  สนพ.จะนำเสนอประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อมวลชนให้ รัฐมนตรีพลังงานได้รับทราบ ในการประชุม กบง. โดยแยกแยะให้เห็นว่า เรื่องใดเป็นประเด็นตามข่าว และเรื่องใด เป็นประเด็นข้อเท็จจริง เพื่อให้รัฐมนตรีพิจารณาตัดสินใจโดยยึดตามข้อมูลและข้อเท็จจริงเป็นหลัก

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here