“สนธิรัตน์”ให้โออาร์ มีแผนงานช่วยเศรษฐกิจฐานราก ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

รัฐมนตรีพลังงาน มอบโจทย์นโยบาย ให้ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ โออาร์ ต้องมีแผนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานที่ชัดเจน ก่อนเข้า ตลาดหลักทรัพย์ฯ  คาด แนวโน้ม  กระจายหุ้นระดมทุนได้ต้นปี 2563

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึง การหารือร่วมกับนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  และผู้บริหารปตท.เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2562 ว่า ได้มอบหมายให้ ปตท.จัดทำแผนเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการนำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ โออาร์ เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะต้องตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก และความเข้มแข็งที่จะเป็นผู้นำในต่างประเทศ โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนภายในเดือนก.ย. 2562 และหากไม่มีประเด็นติดขัดก็คาดว่า โออาร์ น่าจะสามารถเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในช่วงต้นปี 2563

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การจะนำ โออาร์ เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯก็ต้องตอบโจทย์เรื่องความมั่นคงด้านพลังงานให้ได้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญและปตท.ก็เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สร้างความมั่นคงเรื่องพลังงานของประเทศ นอกจากนี้จะต้องเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานราก และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งการจะทำให้โออาร์ มีความเข้มแข็งขึ้นก็ต้องยกระดับเป็นองค์กรที่จะต้องขยายการทำธุรกิจไปในต่างประเทศ และสามารถผลักดันผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SME) ของไทยให้เติบโตไปด้วยกัน

ทั้งนี้บทบาทที่จะให้ความช่วยเหลือ SME และประชาชนในระดับฐานรากอยู่ที่ โออาร์ ทั้งหมด อย่างกรณีการนำสินค้าชุมชนเข้ามาขายในสถานีบริการน้ำมัน ตามโครงการ”ไทยเด็ด”ซึ่งในอนาคตอาจมีความร่วมมือกับสหกรณ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชนและท้ายที่สุดจะนำไปสู่การจัดตั้งร้านโคออป (CO/OP)

นอกจากนี้ ยังต้องการให้โออาร์เข้าไปช่วยดูแลเพื่อผลักดันกลไกการซื้อขายปุ๋ยของเกษตรกรให้มีความเหมาะสม เพราะปัจจุบันกลไกซื้อขายปุ๋ยจะเป็นลักษณะที่เกษตรกรไม่มีทุนก็จะนำปุ๋ยมาใช้ก่อน เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตก็เอามาหักราคาค่าปุ๋ย

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการขยายงานในต่างประเทศของ โออาร์ ปัจจุบันก็มีการขยายออกไปแล้วใน สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา และมีแผนจะขยายไปจีน อินเดีย เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจหากจะมีกิจการของคนไทยที่บริหารงานได้ดีมีความเข้มแข็งและขยายความเป็นผู้นำออกไปยังในต่างประเทศได้