“สนธิรัตน์”นัดถกทวิภาคี กัมพูชา เคลียร์ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

รัฐมนตรีพลังงาน นัดถกทวิภาคี รัฐมนตรีของกัมพูชา เคลียร์ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ที่ยืดเยื้อมานาน 5 ก.ย.นี้ พร้อมหนุนเอกชนไทยลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าระหว่างกันในอนาคต

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  เปิดเผยว่า การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน (AMEM) ครั้งที่ 37 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ประเทศไทยจะมีการเจรจาแบบทวิภาคีกับหลายประเทศ โดยในส่วนของการเจรจาทวิภาคีกับรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ในวันที่ 5 ก.ย. 2562  จะเน้นประเด็นปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างกัน ที่ยืดเยื้อมานาน  โดยคาดหวังว่าจะมีความก้าวหน้าในรัฐบาลชุดนี้

“เรื่องพื้นที่ทับซ้อนเราคงจะคุยกันว่าจะจับมือเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไร แต่คงไม่ถึงกับได้ข้อยุติ เพราะเรื่องนี้ยืดเยื้อมานาน 20-30 ปีแล้ว และเป็นเรื่องที่ต้องหารือไม่ใช่เฉพาะกระทรวงพลังงาน แต่ต้องหารือครอบคลุมถึงเรื่องระหว่างประเทศด้วย แต่ถ้าทุกฝ่ายมีความตั้งใจแก้ปัญหาเรื่องนี้ ก็จะทำให้ทั้งสองประเทศ สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนได้ต่อไป”นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า  ยังมีประเด็นในเรื่องไฟฟ้าที่ต้องหารือกับทางกัมพูชาด้วย โดยทางกัมพูชามีความต้องการซื้อไฟฟ้าจากไทย ในขณะที่ไทยก็จะส่งเสริมเอกชนเข้าไปลงทุนในกัมพูชา ซึ่งภาคเอกชนมีความสนใจพลังงานถ่านหินที่เกาะกง ส่วนไทยจะรับซื้อไฟฟ้าจากเกาะกงเข้ามาด้วยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องเจรจากันต่อไป

นายสนธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า การเจรจาทวิภาคีกับเมียนมา จะมีทิศทางที่คล้ายกันกับกัมพูชา ซึ่งจะนำไปสู่ทิศทางที่เป็นการแลกเปลี่ยนซื้อขายพลังงานในระดับภูมิภาค (Grid Connectivity) ดังนั้นในเวทีนี้จะเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของการขยายปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าพหุภาคีในโครงการลาว-ไทย-มาเลเซีย (LTM-PIP) ซึ่งจะมีแถลงการณ์ร่วมกันออกมา และจะเป็นโมเดลต้นแบบในระดับพหุภาคี รวมถึงเป็นการตอบสนองนโยบายของกระทรวงพลังงานที่มุ่งจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน