“สนธิรัตน์”ถกสหภาพฯกฟผ.ยืนยันมติ กบง. ล้มดีล LNG1.5ล้านตันต่อปี จาก PETRONAS

สนธิรัตน์” ยังยืนยันมติ กบง. ล้มดีลนำเข้า LNG 1.5 ล้านตันต่อปี จาก PETRONAS LNG Limited ของ กฟผ. แม้ สหภาพฯกฟผ.บุกยื่นหนังสือกดดันถึงกระทรวง พร้อมเร่งทบทวนจุดอ่อนของนโยบายเสรีก๊าซ ให้ทันสถานการณ์ตลาดโลก ตอบโจทย์ค่าไฟฟ้าถูกลง และได้มีการเจรจา สร้างความเข้าใจกับ ทาง มาเลเซีย แล้ว

วันนี้ (6 ก.ย.2562) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้เปิดประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกับตัวแทน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ที่เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องคัดค้านมติ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ที่เปลี่ยนนโยบายเรื่องการนำเข้า LNG จำนวน 1.5 ล้านตัน เป็นให้ซื้อ LNG ในตลาดจร (Spot) ณ ห้องประชุมชั้น 25 กระทรวงพลังงาน

โดย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลักการสำคัญคือนโยบายการนำเข้าก๊าซ LNG เสรี จะยังคงเดินหน้าต่อไป แต่ปรับเปลี่ยนในรายละเอียดบางประการ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ได้แก่ 1. สถานการณ์ราคา LNG ของโลก 2. การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานระยะยาว และ 3. ต้นทุนค่าไฟฟ้าของประชาชนที่จะต้องถูกลง

นายสนธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า  เหตุผลสำคัญที่มีนโยบายชะลอแผนการนำเข้า LNG 1.5 ล้านตันดังกล่าวออกไป เนื่องจากมองว่าเป็นสมมติฐานเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 3-4 ปีก่อน แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป อาทิ แนวโน้มราคาก๊าซในตลาดโลกระยะยาวมีแนวโน้มต่ำลงมาก และการนำเข้าปริมาณที่สูงควรให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ในประเทศ อาจเกิดปัญหาล้นตลาดและเงื่อนไขผูกมัด กฟผ. ก็จะส่งผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าได้

สำหรับการยกเลิกการลงนามในสัญญากับบริษัท PETRONAS LNG จากประเทศมาเลเซียนั้น นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ได้แจ้งให้ทางสหภาพฯ มั่นใจได้ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงนามสัญญาการดำเนินการจึงไม่ส่งผลกระทบหรือเกิดความเสียหายกับ กฟผ. และได้หารือในเบื้องต้นกับทางมาเลเซียในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 37 แล้ว ส่วนกรณีสัญญาเช่าแทงค์กับ บริษัท ปตท. นั้น ก็จะไม่มีผลกระทบเช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC ) รายงานว่า ทาง สร.กฟผ.ได้รับการยืนยันจาก รมว. พลังงาน ในการร่วมหารือ ครั้งนี้ว่า กฟผ.จะยังเป็นผู้นำเข้าเสรีต่อไป ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลง เพียงแต่จะต้องมีการปรับแก้ไขจุดอ่อนและข้อบกพร่อง ของนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์การใช้ก๊าซในประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ติดตามการดำเนินงานในเรื่องนี้ต่อไป  และพร้อมจะรับเคลียร์ปัญหาในเรื่องที่ กฟผ.ยังมีความกังวลใจอยู่