กองทุนน้ำมันฯแบกภาระชดเชยLPGแล้วกว่า6,130ล้านบาท หลังราคาตลาดโลกขยับสูงต่อเนื่อง

ราคาLPG โลกไตรมาส2 ยังทรงตัวระดับสูง ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องใช้เงินชดเชยแล้วกว่า 6,130 ล้านบาท ใกล้แตะระดับกรอบที่ กบง.อนุมัติไว้ที่ 7,000 ล้านบาท  เผยปัจจุบัน กองทุนน้ำมันฯมีภาระชดเชย LPG แล้ว  2.90 บาทต่อกิโลกรัม, แก๊สโซฮอล์ E20 ชดเชย 0.78 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ E85 ชดเชย 6.38 บาทต่อลิตร, ดีเซล B20 ชดเชย 4.50 บาทต่อลิตร   อย่างไรก็ตามกองทุนฯยังมีเงินสะสมสุทธิอยู่ที่ 32,143 ล้านบาท

นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) ในช่วงไตรมาส2 ปี 2562 นี้ (เม.ย.-มิ.ย.) คาดว่า จะยังทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนในหลายประเทศ ทำให้ความต้องการใช้ LPG ยังปรับสูงขึ้นต่อเนื่องจากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น แต่คาดว่า ยังไม่ปรับสูงขึ้นไปกว่าระดับปัจจุบันมากนัก

โดยล่าสุด ราคา LPG ตลาดโลก เดือนมี.ค.2562 อยู่ประมาณกว่า 500 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ซึ่งจะส่งผลให้ภาครัฐยังจำเป็นต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปอุดหนุนส่วนต่างราคา LPG ภาคครัวเรือน ที่รัฐมีนโยบายตรึงราคาก๊าซฯ ถังขนาด 15 กิโลกรัม ไว้ที่ 363 บาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากสิ้นเดือนมี.ค. 2562

โดยที่ผ่านมา ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนไปแล้วประมาณ 6,130 ล้านบาท

รายงานข่าวจากสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน(องค์การมหาชน) หรือ สบพน. แจ้งสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ล่าสุด ณ วันที่ 31 มี.ค. 2562 ว่า ฐานะกองทุนสุทธิ อยู่ที่ 32,143 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมัน อยู่ที่ 38,273 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ อยู่ที่ 6,130 ล้านบาท

ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ได้ใช้กลไกบริหารจัดการกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุด ณ วันที่ 2 เม.ย.2562 โดยนำเงินจากกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยราคา LPG อยู่ที่ 2.6035 บาทต่อกิโลกรัม, แก๊สโซฮอล์ E20 ชดเชย 0.78 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ E85 ชดเชย 6.38 บาทต่อลิตร, ดีเซล B20 ชดเชย 4.50 บาทต่อลิตร

ขณะที่มีการจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนฯ ในส่วนของน้ำมันเบนซิน 95 ที่ 8.08 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ชนิดละ 2.12 บาทต่อลิตร และดีเซลปกติ(B7) อยู่ที่ 0.20 บาทต่อลิตร

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) มีมติอนุมัติกรอบวงเงินอุดหนุนราคา LPG ภาคครัวเรือน ไว้ที่ 363 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม โดยให้ใช้กลไกจากกองทุนน้ำมันฯ ภายใต้วงเงิน 7,000 ล้านบาท และหากไม่เพียงพอ สนพ.จะต้องเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ กบง.เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สถานการณ์ราคา LPG ตลาดโลก เดือน เม.ย.2562 อยู่ที่ 525 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค. 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ล่าสุด ต้นเดือน เม.ย. 2562 ต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมันฯเข้าไปอุดหนุนเพิ่ม รวมอุดหนุนอยู่ที่ประมาณ 2.90 บาทต่อกิโลกรัม หรือใช้เงินอุดหนุนราคา LPGต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท จึงมั่นใจว่า กรอบวงเงินที่ กบง. เคยอนุมัติไว้ อยู่ที่ 7,000 ล้านบาท จะเพียงพอ เนื่องจากคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนพ.ค.ของทุกปี ราคา LPG ตลาดโลกจะเข้าสู่ช่วงขาลง แต่หากไม่เป็นไปอย่างที่ประมาณการไว้ ก็คงต้องรอนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป