ราคาปาล์มยังตก พลังงาน ถก พาณิชย์ ติดตามผลมาตรการช่วยยกระดับราคา

กระทรวงพลังงาน หารือกระทรวงพาณิชย์  กฟผ.และ ผู้ค้าน้ำมัน ติดตามผลมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มหลังยังไม่สามารถผลักดันราคาผลปาล์มให้ขึ้นไม่ต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วยได้ตามเป้าหมาย   โดยเช็คราคาล่าสุด28ก.พ.ราคาผลปาล์มทั้งทะลายดิ่งลงมาอยู่ที่ 2.38บาทต่อกก. จากช่วงกลางเดือน ก.พ.ที่ยังอยู่ที่ระดับ 2.66บาทต่อกก. เล็งใช้มาตรการให้ผู้ค้าน้ำมันสต๊อก B100 เพิ่ม จนเต็มความจุถังอีกรอบ   ส่วนมาตรการนำน้ำมันปาล์มไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องรอให้สิ้นสุดการดำเนินการในช่วงแรก 1.6แสนตันก่อน
 
วันที่ 1 มี.ค. 2562 นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประชุมหารือร่วมกับน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยหน่วยราชการของทั้งสองกระทรวง  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และผู้ค้าน้ำมัน 5 ราย ได้แก่ ปตท. , บางจาก,เชลล์ ,พีที,ซัสโก้ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มของรัฐบาลในการผลักดันให้ราคาผลปาล์มอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัม  ทั้งจากการดูดซับน้ำมันปาล์มดิบไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าบางปะกงหน่วยที่3 และการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลB20

โดยนายศิริ ยังมีความเชื่อมั่นว่าราคาผลปาล์มเกษตรกรทั้งประเทศจะปรับขึ้นได้ในเดือนเม.ย. 2562 นี้ ไม่ต่ำกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัม อย่างแน่นอน (ราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันทั้งทะลาย ณ วันที่ 28 ก.พ. 2562 จากเว็บไซต์ www.kasetprice.com อยู่ที่ 2.38บาทต่อกก.ซึ่งลดลงจากช่วง วันที่ 13ก.พ.2562 ที่ 2.66บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นช่วงที่ กฟผ.ลงนามร่วมกับผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ 22 รายแล้ว  รวมปริมาณ 83,000 ตัน เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า)  หาก กฟผ. ลงนามซื้อน้ำมันปาล์มจากเกษตรกรได้ครบทั้ง 30 ราย และดูดซับน้ำมันปาล์มได้ครบตามเป้า 1.6แสนตัน

ทั้งนี้ กฟผ.ต้องซื้อน้ำมันปาล์มดิบดังกล่าวในราคา 18 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งจะสะท้อนไปยังราคาผลปาล์มทั้งทะลายให้ขยับขึ้นเป็น 3.20-3.24 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาซื้อขายน้ำมันปาล์มนอกโครงการดังกล่าวอยู่ที่ 14.88 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ราคาผลปาล์มอยู่แค่ 2.55 บาทต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตามหากเดือนเม.ย. 2562 ราคาผลปาล์มยังไม่ขยับขึ้นสู่เป้าหมาย 3 บาทต่อกิโลกรัม กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือเพื่อปรับมาตรการใหม่ แต่ยืนยันว่าปัจจุบันภาครัฐมีมาตรการควบคุมไม่ให้เกิดการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศแล้ว

สำหรับในปี 2562 นี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประเมินว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบจะพุ่งขึ้นสูงถึง 2.9 แสนตันถึง 3 แสนตันต่อปี สูงขึ้นจากสต๊อกปี 2561 ที่อยู่ระดับ 2.5 แสนตันต่อปี ซึ่งยังถือว่าสูงกว่าสต๊อกที่เหมาะสมระดับ 2.1 แสนตันต่อปี ดังนั้นกระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาแก้ปัญหาส่วนเกินสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบของปี 2562 เบื้องต้นด้วยการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มเก็บสต๊อกน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100% (B100) ให้เต็มความจุของคลัง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำมันปาล์มดิบล้นสต๊อกได้ส่วนหนึ่ง   ส่วนจะให้ กฟผ.นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าหรือไม่ จะต้องพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากการซื้อน้ำมันปาล์มดิบในปัจจุบัน 1.6 แสนตัน จะใช้เวลานำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงถึง 5 เดือน หรือประมาณเดือน มิ.ย. 2562

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยืนยันว่ามาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซลB20 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์20% ในทุกลิตร) จะเป็นมาตรการระยะยาว เพื่อดูดซับน้ำมันปาล์มดิบล้นตลาด รวมทั้งช่วยสร้างตลาดน้ำมันที่มีส่วนช่วยดูแลค่าใช้จ่ายประชาชนและลดต้นทุนค่าขนส่ง

ปัจจุบันยอดจำหน่ายไบโอดีเซลB20อยู่ที่ 16 ล้านลิตรในเดือน ก.พ.2562 โดยตั้งเป้าหมายให้ถึง 90 ล้านลิตรต่อเดือนภายในพ.ค. 2562นี้ ซึ่งจะช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบได้ 1.6 ล้านตันต่อปี  โดยมีการจำหน่ายB20 ในปั๊มน้ำมันแล้ว 42 แห่ง จากค่ายน้ำมัน 5 ราย ได้แก่ ปตท. บางจาก ซัสโก้  พีที และ เชลล์

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เป็นผู้คัดเลือกโรงสกัดน้ำมันปาล์มในการจำหน่ายให้กับกฟผ. ซึ่งเบื้องต้นได้ทำสัญญาไปแล้ว 23 รายคิดเป็น น้ำมันปาล์มดิบหรือ CPO 1.18 แสนตันและเตรียมทำสัญญาเพิ่มเติมอีก 7 รายรวมเป็น 30 ราย ให้ครบสัญญาขายCPO รวม 1.6 แสนตัน ซึ่งจะช่วยลดสต็อก CPO จากขณะนี้อยู่ที่ 3.7 แสนตันต่อปี ซึ่งหากสมดุลควรอยู่ที่ 2-2.1 แสนตันต่อปี โดยล่าสุดได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมตรวจสต็อกCPO ที่โรงสกัดอย่างเข้มงวดทุกสัปดาห์จากทุกเดือน โดยเน้นที่จำหน่ายให้กฟผ.เพื่อป้องกันการลักลอบนำ CPO จากต่างประเทศเข้ามาสวม

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กล่าวว่า  กฟผ.จะเร่งลงนามสัญญารับซื้อCPO กับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม ที่กระทรวงพาณิชย์ได้คัดเลือกแล้วให้เสร็จสิ้นในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะทำให้ลงนามซื้อน้้ำมันปาล์มดิบครบ1.6 แสนตันเพื่อเร่งดูดซับสต๊อกและนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าบางปะกง โดยที่ผ่านมาได้เริ่มนำน้ำมันปาล์มดิบมาเป็นเชื้อเพลิงแล้วตั้งแต่ 2 ก.พ. 2562 และคาดว่าจะครบ 1.6 แสนตันในเดือนมิ.ย. 2562

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here