รัฐ-เอกชน ร่วมจัดงาน ASE2019 โชว์ศักยภาพไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานอาเซียน

หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2019 แสดงศักยภาพประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านพลังงานและพลังงานทางเลือกครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายนนี้ ด้าน สนพ. หวังสร้างเครือข่ายและความรู้ทางวิชาการด้านพลังงานยุคใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนให้ได้ร้อยละ 20 ตามแผนพีดีพีฉบับใหม่

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เป้าหมายของแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ พ.ศ. 2561-2580 (PDP 2018-2037) คือการผลิตไฟฟ้าด้วยต้นทุนที่ต่ำ และการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ทำให้แผนฉบับใหม่นี้จึงต้องตอบสนองเรื่องการวางระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทกริด (Smart Grid) เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่จะมีกำลังการผลิตติดตั้ง (Instore) เพิ่มอีกประมาณ 20,000 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มสัดส่วนให้ได้ถึงร้อยละ 20 จากปัจจุบันอยู่ที่ 12,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) พลังงานลม พลังงานชีวมวล พลังงานไบโอแก๊ส หรือพลังงานขยะ จะทำให้เกิดการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการอนุรักษ์พลังงานที่จะมีสัดส่วนให้ได้ร้อยละ 6 สอดคล้องกับแผนปฏิบัติด้านพลังงานที่ต้องการลดการพึ่งพาพลังงานที่ได้มาจากฟอสซิลให้น้อยลงเหลือร้อยละ 35 และพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น

ดังนั้น การจัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2019 หรือ ASE2019 จะเป็นโอกาสดีที่จะช่วยตอบโจทย์ต่อการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานหมุนเวียนทุกชนิดจากการแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้เกิดการพัฒนาธุรกิจ การสร้างเครือข่าย และความรู้เชิงวิชาการในการพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศไทยและอาเซียน รวมทั้งสามารถแข่งขันด้านต้นทุนกับการผลิตพลังงานจากฟอสซิลได้ นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดแสดงเทคโนโลยีเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ระบบแบตเตอรี่ และการผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าโดยตรง (IPS) รวมทั้งการติดตั้งระบบต้นแบบไมโครกริด (MICRO GRID)

ด้านนายยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ในงานนี้ยังจะเชิญสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าจากประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียน อาทิ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม มาร่วมเวทีสัมมนา ASEAN EV Summit ด้วย เพื่อสร้างความรู้และทำให้เห็นการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศเหล่านี้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ทดลองขับขี่ (Test Drive) รถยนต์ EV จากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ด้วย เช่น นิสสันลีฟ, ฮุนได, FOMM และได้ทดลองนั่งรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้าที่มาจัดแสดงในงานด้วย

นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริหาร บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีนี้งาน ASEAN Sustainable Energy Week 2019 จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ “Connecting ASEAN: Smart City- Grids – E-Mobility” ครบวงจรสมาร์ทโซลูชั่นด้านพลังงานยุคใหม่ โดยมีการแสดงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและนวัตกรรมล่าสุดด้านพลังงาน และปีนี้เป็นการจัดงานร่วมกับอีก 3 งานใหญ่ คือ Pumps and Valves Asia (PV) 2019 งานแสดงเทคโนโลยีและงานประชุมเฉพาะทางด้าน ปั๊ม วาล์ว ท่อ ข้อต่อ และ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ครบครันที่สุดในอาเซียน และงาน Electric Vehicle Asia งานแสดงเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้าและอุปกรณ์ ระบบจัดการแบตเตอรี่ อุปกรณ์ตรวจตราและควบคุมสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า โดยจะแสดงแหล่งพลังงานที่เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดพร้อมกับเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัยจากกว่า 1,200 แบรนด์ชั้นนำของโลกจาก 45 ประเทศ และ 8 พาวิลเลียนนานาชาติ ได้แก่ เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ ไต้หวัน จีน และเกาหลี รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำในด้านอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกจากทั่วโลกเข้าร่วมด้วย อีกทั้งกิจกรรมสัมมนากว่า 80 หัวข้อ และการประชุมนานาชาติด้านพลังงานทดแทนในหัวข้อ Connecting ASEAN: Smart City- Grids – E-Mobility คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 25,000 ราย จาก 45 ประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน เข้าร่วมกิจกรรมและชมงานครั้งนี้

ทั้งนี้ งาน ASEAN Sustainable Energy Week 2019 (ASE 2019) เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) และหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (JGSEE) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2562 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here