ปตท.จัดทัพทีมบริหารระดับสูงรุกขยายลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ซีอีโอ ปตท. เผยจัดทัพผู้บริหารระดับสูงในบริษัทลูกและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อีก 68ตำแแหน่งแล้วเสร็จ พร้อมจัดเวทีกิจกรรมแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อรุกขยายธุรกิจในกลุ่มทั้งในและต่างประเทศภายใต้งบลงทุนปี2562 ที่มีการทบทวนแผนลงทุนใหม่ โดยที่วางกลยุทธ์ให้บริษัทลูกที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการลงทุนในแต่ละประเทศ เป็นทัพหน้าให้กับกลุ่มปตท.

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ซีอีโอปตท.(เสื้อเขียว) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ของปตท. อีก68 ตำแหน่ง ที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้ว่า ถือเป็นการจัดทีมบริหารบริษัท ให้มีความพร้อมที่จะบริหารจัดการองค์กรปตท. และบริษัทลูกให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ ภายใต้งบลงทุนปี2562 ที่มีการปรับเพิ่มจากเดิมที่จะใช้เงินลงทุนจำนวน 70,501 ล้านบาท เป็น 103,697 ล้านบาท

โดยที่ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความยั่งยืน 3 ด้าน (3P)  อย่างสมดุล คือ การทำธุรกิจควบคู่กับการดูแลชุมชนและสังคม (People) การอนุรักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Planet) และเป็นฐานความมั่นคงให้แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคม  เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน (Prosperity)

โดยในตำแหน่ง ของ นายอธิคม เติบศิริ ที่ขยับจาก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) มาดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ ปตท.โดยสลับกับตำแหน่งของนายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต มีผล 1ก.ย.2562  นั้นเนื่องจาก นายอธิคม อยู่ที่ไทยออยล์ มา 4-5 ปี แล้ว  ส่วนตำแหน่งในพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC)ที่ ตั้งนายคงกระพัน อินทรแจ้ง จาก ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นต้น  มาดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และเลขานุการคณะกรรมการ และให้ นายปฏิภาณ สุคนธมาน จากตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย มาดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการใหญ่ (President) มีผลวันที่ 1 ตุลาคม 62 นั้น เนื่องจาก GC จะมีการขยายงานและการลงทุนในหลายโครงการที่มีความสำคัญ จึงต้องแบ่งบทบาทเพื่อช่วยกันบริหาร

สำหรับการให้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังอยู่ในตำแหน่งเดิมนั้น เนื่องจากต้องการให้นายอรรถพล ช่วยผลักดันการนำบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR เข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้สำเร็จ ก่อนที่ตนจะเกษียณอายุในเดือน พ.ค.ปี2563

ในส่วนการแต่งตั้ง โยกย้ายผู้บริหารระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่  และผู้จัดการฝ่ายของ ปตท. เพื่อทดแทนผู้บริหารที่จะเกษียณอายุในปี 2562 นี้ กว่า68ตำแหน่ง โดยแต่งตั้ง ล่วงหน้าก่อนผู้บริหารเกษียณอายุ 3 เดือน ก็เพื่อให้มีการส่งมอบงาน และให้ผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้ง โยกย้าย มีระยะเวลาเพียงพอในการเรียนรู้งานก่อนเข้าดำรงตำแหน่ง อีกทั้งเพื่อให้การบริหารงานของ ปตท. สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

นายชาญศิลป์ กล่าวด้วยว่า ผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งซีอีโอของบริษัทลูกที่มีการแต่งตั้งนั้น  จะต้องโอนมาเป็นคนของปตท.ทั้งหมด เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดัยวกันทั้งการขยายการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ   โดยวางกลยุทธ์ให้บริษัทลูกที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการลงทุนในประเทศนั้นๆ เป็นเหมือนทัพหน้าให้กับกลุ่มปตท.  เช่น ปตท สผ. เป็นทัพหน้าการลงทุน ในประเทศเมียนมา มาเลเซีย ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย    GC เป็นทัพหน้าในประเทศ อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา  ไทยออยล์ เป็นทัพหน้า ในเวียดนาม และPTTOR เป็นทัพหน้า ใน สปป.ลาว กัมพูชา เป็นต้น   ซึ่งต่อจากนี้ ปตท.จะมีการจัดกิจกรรมให้บรรดาซีอีโอของบริษัทลูก และผู้บริหารระดับสูงของปตท. ได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here