บีโอไอเผยกิจการผลิตEV ช่วยดันยอดส่งเสริมลงทุนปี2561สูงกว่าเป้า

บีโอไอ เผยกิจการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV)ช่วยดันยอดส่งเสริมการลงทุนปี2561เพิ่ม พร้อมตั้งเป้ายอดคำขอปี2562ไว้ที่ 7.5 แสนล้านบาท  เน้นแผนชักจูงการลงทุนในประเทศเป้าหมาย เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สหรัฐ และกลุ่มยุโรป

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการทำงานและการส่งเสริมการลงทุนในปี 2562 ให้กับผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)เมื่อวันที่9ม.ค.2562 ว่า บีโอไอได้รายงานถึงสถานการณ์การส่งเสริมการลงทุนปี2561 โดยไตรมาสสุดท้ายมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกิจการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) มายื่นขอรับการส่งเสริมเนื่องจากมาตรการส่งเสริมจะสิ้นสุดในปี 2561  ทำให้มูลค่าคำขอสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 25%”

โดยตัวเลขสถานการณ์การลงทุนปี 2561 ที่ผ่านมา มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 1,626 โครงการ สูงกว่าปีก่อน 3% มูลค่าเงินลงทุนรวม 901,770 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43%

ส่วนภาพรวมโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนปี 2561 อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเป็นส่วนใหญ่ 84% คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 758,000 ล้านบาท ประกอบด้วย อุตสาหกรรมดิจิทัล การแพทย์ ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และอากาศยาน เงินลงทุนรวม 539,000 ล้านบาท และอุตสาหกรรมเป้าหมายเดิม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ท่องเที่ยว และแปรรูปอาหารเงินลงทุนรวม 219,000 ล้านบาท

ขณะที่ภาพรวมยอดคำขอและจำนวนโครงการรับส่งเสริมการลงทุนในปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 422 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 683,910 ล้านบาท เป็นคำขอลงทุนในจังหวัดชลบุรีมากที่สุด 193 โครงการ เงินลงทุนรวม 576,910 ล้านบาท รองลงมาคือจังหวัดระยอง 156 โครงการ เงินลงทุน 58,700 ล้านบาท และฉะเชิงเทรา 73 โครงการ เงินลงทุน 48,300 ล้านบาท

ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในปี 2562 ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอตัว บีโอไอจึงตั้งเป้าหมายคำขอรับการส่งเสริมลงทุน 7.5 แสนล้านบาท สูงขึ้นไม่มากนักจากปี 2561 ที่ผ่านมาตั้งเป้าหมายอยู่ที่ 7.2 แสนล้านบาท แต่ยอดคำขอทั้งปีทำได้ถึง 9 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่คาดไว้

นายกอบศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ยังส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติ เช่น เกาหลี จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ มีความสนใจที่จะย้ายฐานเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น  เนื่องจากมีความกังวลเรื่องกำแพงภาษีที่จะส่งออกสินค้าไปจีนและสหรัฐ

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่าระหว่างเดือนม.ค.-ก.ย.2562 บีโอไอมีแผนชักจูงการลงทุนในประเทศเป้าหมาย เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สหรัฐ และกลุ่มยุโรป โดยจะใช้กลยุทธ์เจาะลึกให้รายละเอียดและข้อมูลเป็นรายบริษัท เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายส่งเสริมการลงทุนแบบเชิงลึกมากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในพื้นที่EECที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทยเพื่อพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุน ในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here