บอร์ด ปตท. ไฟเขียวร่วมประมูลพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3

บอร์ด ปตท. อนุมัติให้ยื่นประมูลโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ที่จะเปิดยื่นซอง  29 มี.ค. นี้ นอกจากนั้น กรณีการระบายสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ ให้ ปตท. พิจารณาแนวทางบริหารจัดการสต็อก 1 แสนตันอย่างเหมาะสม โดยไม่ได้กำหนดว่าต้องส่งออกเป็นน้ำมัน B100 เท่านั้น

แหล่งข่าวจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ปตท. ในวันนี้ (25 มี.ค. 2562)  รับทราบและอนุมัติแผนร่วมประมูลโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่ภาครัฐจะเปิดยื่นซองประมูลตามกำหนดในวันที่ 29 มี.ค. 2562 นี้

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ปตท. มีความสนใจในโครงการดังกล่าว เนื่องจาก ปตท.มีความถนัดในการบริหารท่าเรือในหลายรูปแบบ ทั้งท่าเรือขนถ่ายสินค้าเหลว (Liquid Port) และท่าเรือรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Port ) รวมถึงมีการส่งออกสินค้าโดยท่าเทียบเรือตู้ขนส่งสินค้า (Container Port) ในปริมาณมาก ไม่ว่าจะเป็นเม็ดพลาสติก และน้ำมัน และจะได้เสนอบอร์ดเพื่อพิจารณาเห็นชอบโครงการประมูลดังกล่าว

ขณะที่ความคืบหน้าโครงการระบายสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จำนวน 1 แสนตัน ที่ภาครัฐขอความร่วมมือมายัง ปตท. นั้น ที่ประชุมบอร์ด ปตท. ขอให้รอดูมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน ว่าจะให้ดำเนินการในรูปแบบใด เพราะที่ผ่านมา มติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ไม่ได้ระบุว่าให้ ปตท. ซื้อ CPO แล้วต้องนำมาผลิตเป็น B100 เพื่อการส่งออก อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นที่ประชุมบอร์ด ปตท. เห็นควรช่วยเหลือดูดซับ CPO 1 แสนตัน โดยให้ ปตท. พิจารณาแนวทางการบริหารจัดการที่เหมาะสมต่อไป

สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกที่ ปตท. ตัดสินใจไม่ยื่นซองประมูลเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2562 นั้น โครงการนี้กำหนดให้เป็นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน (PPP) ซึ่งก็มีเอกชนเกือบ 30 รายเข้าร่วมแล้ว ซึ่ง ปตท. จะพิจารณาในภายหลังว่าจะเข้าร่วมกับผู้ชนะประมูลหรือไม่