ครม.รับทราบมติคณะกรรมการปาล์มฯให้กฟผ.รับภาระค่าขนส่งและเก็บรักษาน้ำมันปาล์มผลิตไฟฟ้า

คณะรัฐมนตรี รับทราบมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงาน นั้นจะให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ. )รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนส่งและการเก็บรักษาน้ำมันปาล์มดิบที่จะนำมาผลิตเป็นไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าบางปะกง ในขณะเดียวกันก็มอบหมายกรมธุรกิจพลังงานเร่งรัดการออกประกาศมาตรฐานคุณภาพ  บี 100 ใหม่ เพื่อให้สามารถรองรับการผสม บี 10 โดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่4 ธ.ค.2561 ได้มีมติรับทราบ มติการประชุมของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 4/2561 ที่ประชุมไปเมื่อ  วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 โดยในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงานนั้น อยู่ในส่วนของมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)เป็นผู้รับภาระในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขนส่งและการเก็บรักษาน้ำมันปาล์มดิบ จำนวน 160,000 ตัน ที่จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าบางปะกง

โดยกฟผ.จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบในราคากิโลกรัมละ 18 บาท ส่งที่ท่าเทียบเรือโรงไฟฟ้าบางปะกง และให้หน่วยงาน เช่น โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ลานเท และ/หรือ องค์การคลังสินค้า ที่จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้ กฟผ. จะต้องซื้อผลปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ในปริมาณที่สอดคล้องกับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบที่ได้จำหน่ายให้กับ กฟผ. ในราคาที่สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ได้จำหน่ายให้กับ กฟผ. ณ อัตราน้ำมันร้อยละ 18  ทั้งนี้การดำเนินการต่างๆจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ยังมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานเร่งรัดการออกประกาศมาตรฐานคุณภาพ  บี 100 ใหม่ เพื่อให้สามารถรองรับการผสม บี 10 โดยเร็ว จากปัจจุบันที่เป็นการผสมสูงสุดสำหรับดีเซลปกติที่ใช้ในรถยนต์ทั่วไปอยู่ที่บี7

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  ในวันที่ 7-8 ธันวาคมนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและผู้บริหาร กฟผ. จะลงพื้นที่จังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการซื้อน้ำมันปาล์มเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าบางปะกงในครั้งนี้สามารถช่วยเหลือถึงเกษตรกรชาวสวนปาล์มโดยตรงตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี

โดยมาตรการดังกล่าว ทาง กฟผ. จะใช้เงินในการซื้อน้ำมันปาล์มดิบ จำนวน 2,880 ล้านบาท ซึ่งเป็นต้นทุนเชื้อเพลิงสูงกว่าค่าไฟฟ้า 1,354 ล้านบาท  แต่ส่วนต่างดังกล่าวจะได้รับการชดเชยต้นทุนจากกระทรวงพาณิชย์ 525 ล้านบาท และอีก 829 ล้านบาท จะทำความตกลงกับกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณให้เป็นรายจ่ายเพื่อสังคม (PSA) ของ กฟผ. และจะไม่นำค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปคิดรวมกับค่าเอฟทีของค่าไฟฟ้า จึงไม่ส่งผลกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้าที่จัดเก็บกับประชาชน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here