กระทรวงพลังงานยอมรับยังช่วยแก้ปัญหาราคาผลผลิตปาล์มตกต่ำไม่สำเร็จ

รัฐมนตรีพลังงานระบุมาตรการนำน้ำมันปาล์มดิบไปเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า ตามมติ ครม.ยังไม่ช่วยยกระดับราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันในประเทศ  โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเกิดจากการลักลอบน้ำมันปาล์มดิบราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาหรือไม่ ในขณะที่ข้อเสนอตัวแทนชาวสวนปาล์ม  ให้ใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ หรือB100 ในรถเครื่องยนต์ดีเซลนั้น ก็ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่ได้รับการยอมรับจากค่ายรถยนต์  และการซื้อขายเพื่อเติมในรถยนต์ เชิงพาณิชย์ถือว่าผิดกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC )รายงานว่า ความพยายามที่จะยกระดับราคาผลผลิตปาล์มในประเทศ ตามมติของคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่เดือนพ.ย.2561ที่ผ่านมา โดยให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจำนวน160,000ตัน ไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าบางปะกง หน่วยที่3  ยังไม่ประสบความสำเร็จ แม้ว่าเมื่อวันที่ 26ม.ค.ที่ผ่านมา จะมีการปล่อยเรือส่งน้ำมันปาล์มดิบเที่ยวแรกปริมาณ 2,000 ตัน ของบริษัท เจริญ น้ำมันปาล์ม จำกัดไปยังโรงไฟฟ้าบางปะกง ด้วยราคารับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกิโลกรัมละ 3.24 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดมาผลิตไฟฟ้าตามแผนครั้งแรกในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 แล้วก็ตาม  โดยนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสายพลังงานว่า ราคาผลผลิตปาล์มของเกษตรกรยังอยู่เพียง 2.8-3 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปตรวจสอบว่าเกิดจากปัญหาการลักลอบน้ำมันปาล์มดิบเข้ามาจากต่างประเทศหรือไม่ นอกจากนี้ รัฐมนตรีพลังงานยังได้ขอความร่วมมือเกษตรกรไม่ให้ลงนามขายผลผลิตในราคาที่ต่ำกว่า 3.04 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้มาตรการยกระดับราคาผลปาล์มของภาครัฐในครั้งนี้ถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามาตรการนำน้ำมันปาล์มดิบไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ในปริมาณ 160,000ตัน ที่ครม.ให้ความเห็นชอบนั้น ทางกฟผ. ประเมินเบื้องต้นว่าจะต้องใช้วงเงินประมาณ 2,880 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าแพงกว่าปกติเป็นเงิน 1,354 ล้านบาท  โดยภาระดังกล่าาว  รัฐบาลจะใช้งบประมาณกลาง ที่เป็นงบส่งเสริมการส่งออกปาล์มน้ำมัน จำนวน525 ล้านบาท ชดเชยเงินให้กับ กฟผ. ส่วนที่เหลืออีก 829 ล้านบาท ทาง กฟผ.จะไปทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเพื่อให้ใช้ในรูปแบบรายจ่ายเพื่อสังคมของ กฟผ. มาดำเนินการ

ราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันที่ไม่ขยับสูงขึ้นตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้คือสูงกว่า 3บาทต่อกิโลกรัมทำให้ วันนี้ 28 ม.ค.2562 ตัวแทนชาวสวนปาล์มกว่า 100 คน ได้เดินทางมายังกระทรวงพลังงาน เพื่อเสนอแนะให้กระทรวงพลังงานกำหนดนโยบายการใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100%หรือB100เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซลได้ทุกคัน  ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับเกษตรกรชาวสวนปาล์มกลุ่มดังกล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงพลังงานยังไม่ได้กำหนดมาตรฐานให้ใช้ B100 เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล เนื่องจากค่ายรถยนต์ยังไม่ยอมรับ  ดังนั้นหากผู้บริโภครายใดจะใช้B100 ก็สามารถทำได้ แต่ห้ามนำไปซื้อขายเชิงพาณิชย์เพราะถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งปัจจุบัน B100 จัดเป็นส่วนผสมน้ำมันไบไอดีเซลเท่านั้น

อย่างไรก็ตามปัจจุบันกระทรวงพลังงานกำลังอยู่ระหว่างออกมาตรฐานรับรองการใช้ไบโอดีเซลB20 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 20% ในทุกลิตร) ซึ่งคาดว่าจะออกได้เร็วๆนี้ เพื่อเปิดให้จำหน่ายในปั๊มน้ำมันได้ โดยในวันที่ 1 ก.พ.2562 นี้ กระทรวงพลังงานจะร่วมกับค่ายน้ำมัน ปตท.และบางจาก เปิดจำหน่าย B20 เป็นครั้งแรก จำนวน 10 ปั๊มในกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยจะจำหน่ายในราคาต่ำกว่าดีเซลทั่วไป 5 บาทต่อลิตร และหลังจากวันที่ 28 ก.พ. 2562 เมื่อหมดมาตรการอุดหนุนราคาแล้ว ราคา B20 จะกลับมาอยู่ระดับต่ำกว่าดีเซลทั่วไป 3 บาทต่อลิตรต่อไป

ทั้งนี้การใช้B20 จะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยลดปัญหามลพิษในอากาศ ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ภาครัฐกำลังดำเนินการ โดยสำหรับเป้าหมายของกระทรวงพลังงานต้องการให้เกิดการใช้ B20 ให้ได้ 15 ล้านลิตรต่อวัน โดยปัจจุบันจำหน่ายได้ 5 ล้านลิตรต่อเดือน แต่หากประเทศไทยใช้ B20ถึง 15 ล้านลิตรต่อวันได้จริง และรวมกับไบโอดีเซลB7(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์ม 7% ในทุกลิตร) ที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน 65 ล้านลิตรต่อวัน จะส่งผลให้เกิดการใช้น้ำมันปาล์มดิบสำหรับภาคพลังงานได้ 1.9 ล้านตันต่อปี จากสต๊อกน้ำมันปาล์มที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 2.5 ล้านตัน

ด้านนายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ กล่าวว่า มาตรการต่างๆ ของภาครัฐไม่ได้ส่งผลให้ราคาผลปาล์มของเกษตรกรเพิ่มขึ้นและไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 3 บาทต่อลิตร ดังนั้นกลุ่มเกษตรกรจึงเป็นว่าควรนำ B100 มาใช้เป็นน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลโดยตรง ซึ่งจะช่วยเกษตรกรให้ราคาผลปาล์มสูงขึ้นโดยตรง และเป็นผลดีต่อผู้บริโภคเนื่องจากราคาB100 ราคาถูกอยู่ที่ 20 บาทต่อลิตรเท่านั้น โดยที่ผ่านมาได้ทดสอบให้รถกระบะ รถบรรทุก รถจักรกลเพื่อการเกษตรได้ทดลองใช้ B100 เป็นเวลา 6 เดือน และพบว่าไม่เกิดปัญหาแต่อย่างใด จึงต้องการให้ภาครัฐนำมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ทั่วไป ซึ่งจะช่วยลดมลพิษในอากาศด้วย

ภาพประกอบ-รัฐมนตรีพลังงานหารือร่วมกับตัวแทนชาวสวนปาล์ม เมื่อวันที่ 28ม.ค.2562

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here