กฟผ.จัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนโครงการ FSRU ครั้งที่2

กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษา เตรียมจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการ สถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซ แบบลอยน้ำ (Floating Storage and Regasification Unit : FSRU) ในวันที่ 16 ส.ค. และ 24 ก.ย.2561 เพื่อจัดทำร่างรายงานการประเมินผลกระทบและสิ่งแวดล้อม (EIA) ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สมุทรปราการ จ.สมุทรสาคร จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรี คาดเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาภายในปี 2562 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างพร้อมทดสอบระบบในระหว่างปี 2563 – 2566  โดยหากเป็นไปตามแผนจะสามารถส่งก๊าซฯได้ในปี 2567

ว่าที่ พ.ต.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. และบริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาในการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซ แบบลอยน้ำ (Floating Storage and Regasification Unit : FSRU) เตรียมจัดประชุมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ครั้งที่ 2 สำหรับประชาชนในพื้นที่แนวทางเลือกที่มีความเหมาะสมและระยะประชิดของโครงการในระหว่างเดือน ส.ค. – ก.ย. 2561 ครอบคลุมพื้นที่ศึกษาใน4 จังหวัด ประกอบด้วย  จ.สมุทรปราการ จ.สมุทรสาคร จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรี โดยเวทีแรกจะเริ่มในวันที่ 16 ส.ค. 2561 ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ และเวทีสุดท้ายคือวันที่ 24 ก.ย. 2561 จัดที่สมาคมการประมงสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร

สำหรับการประชุมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 นี้ จะนำผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและ ข้อห่วงกังวลของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในบริเวณพื้นที่โครงการที่ได้รับรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 มานำเสนอ พร้อมร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรการในการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ครอบคลุมทุกข้อห่วงกังวลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มของโครงการมากที่สุด

อย่างไรก็ตามเมื่อการประชุมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 แล้วเสร็จ กฟผ. จะนำข้อเสนอแนะของประชาชนจากการประชุมมาจัดทำเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์และ นำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเห็นชอบภายในปี 2562 จากนั้นจึงจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างและทดสอบระบบในระหว่างปี 2563 – 2566 ซึ่งตามแผนมีกำหนดจะเสร็จสามารถส่งก๊าซธรรมชาติได้ในปี 2567

ทั้งนี้ โครงการ FSRU บริเวณพื้นที่ อ่าวไทยตอนบน, โครงการท่าเทียบเรือ FSRU และโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจาก FSRU เป็นโครงการเตรียมความพร้อมในการจัดหาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เพื่อเสริมความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2559 ได้มอบหมายให้ กฟผ. เป็น ผู้ดำเนินโครงการFSRU ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนเป็นแห่งแรกของไทย สำหรับรองรับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในปริมาณ 5 ล้านตันต่อปี เพื่อจัดส่งให้กับโรงไฟฟ้าพระนครใต้ จ.สมุทรปราการ และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ จ.นนทบุรี รวมทั้งจัดส่งเข้าสู่โครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here