กบง.ดันดีเซลB10เป็นเกรดมาตรฐานดีเดย์1ม.ค.ปีหน้า

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เห็นชอบให้น้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐานของไทย แทนน้ำมันดีเซลB7 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ส่วนดีเซลB7และดีเซลB20 ให้กลายเป็นน้ำมันทางเลือก โดยเริ่มมีผลทันที 1 ม.ค. 2563  พร้อมกันนี้ได้ปรับลดส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล B20 ให้ต่ำกว่า ดีเซลB7 เหลือเพียง 3 บาทต่อลิตร จากเดิมต่างกันถึง 5 บาทต่อลิตร และให้B10 ต่ำกว่า B7 ที่ 2 บาทต่อลิตร มีผล 1 ต.ค. 2562  

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ว่า ที่ประชุม กบง. มีมติเห็นชอบบังคับให้น้ำมันดีเซล B10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10% ในทุกลิตร) เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพื้นฐาน แทนน้ำมันดีเซลB7(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 7% ในทุกลิตร) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยให้น้ำมันดีเซลB7 และน้ำมันดีเซลB20(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 20% ในทุกลิตร) กลายเป็นน้ำมันทางเลือกแทน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563  เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ยังเห็นชอบขยายส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B10 ให้ต่ำกว่าน้ำมันดีเซล B7 ที่ 2 บาทต่อลิตร และลดส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลB20 ให้ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลB7 ที่ 3 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 เป็นต้นไป จากเดิม กบง. เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2562 กำหนดให้ราคา B20 ต่ำกว่า B7 อยู่ 5 บาทต่อลิตร จนถึง  30 ก.ย. 2562

อย่างไรก็ตามผลจากการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในนโยบายการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลB10 ทำให้อัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ เป็นดังนี้ น้ำมันดีเซลB7 จากปัจจุบัน 0.50 บาทต่อลิตร เป็น 1.25 บาทต่อลิตร, น้ำมันดีเซลB10 จากปัจจุบัน -0.35 บาทต่อลิตร เป็น -0.60 บาทต่อลิตร, น้ำมันดีเซลB20 จากปัจจุบัน -4.20 บาทต่อลิตร เป็น -1.45 บาทต่อลิตร

โดยการใช้กลไกด้านราคานี้จะช่วยดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ สร้างความมั่นคงทางพลังงานที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบในประเทศ รักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันปาล์มดิบ( CPO) ของประเทศ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง และลดปัญหามลภาวะทางอากาศ และจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ( กพช.)ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในเดือน ก.ย. 2562 ต่อไป

สำหรับความพร้อมของการใช้น้ำมันดีเซลB10 คาดว่าสต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือในปัจจุบัน และผลผลิตปาล์มที่คาดการณ์ จะสามารถรองรับการใช้ CPO ตามเป้าหมาย ที่คาดว่าเดือน ธ.ค. 2562 จะมีการใช้ไบโอดีเซลB100(น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100%) ที่ระดับ 6.2 ล้านลิตรต่อวัน (เทียบเท่าการใช้ CPO 167,360 ตันต่อเดือน)

รวมทั้งมีผู้ผลิตไบโอดีเซล B100 จำนวน 9 ราย ใช้ผสมเพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซลB10ได้  6,892,242 ลิตรต่อวัน และมีค่ายรถยนต์รับรองว่าใช้น้ำมันดีเซลB10 ได้ประมาณ 5.2 ล้านคัน จากจำนวน 10.4 ล้านคัน หรือ 50% ของรถยนต์ดีเซลทั้งหมด ในส่วนผู้ค้าน้ำมันที่ผลิตและจำหน่ายน้ำมันดีเซลB10 ก็มีความพร้อม และสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายของภาครัฐ

ส่วนฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เดือน ส.ค. 2562 กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องสุทธิกลุ่มน้ำมัน 1,400 ล้านบาทต่อเดือน แยกเป็นกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 1,320 ล้านบาทต่อเดือน กลุ่มดีเซล 69 ล้านบาทต่อเดือน ฐานะกองทุนน้ำมันรวม ณ วันที่ 25 ส.ค. 2562 อยู่ที่ 38,210 ล้านบาท