กกพ.เตรียมออกประกาศพื้นที่ผ่อนปรนกฏระเบียบ นำร่องการซื้อขายไฟฟ้าเสรี ภายใน เม.ย.นี้

cof

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เตรียมออกประกาศพื้นที่ ผ่อนปรนกฎระเบียบต่างๆ ให้สามารถทดลองใช้เทคโนโลยีการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันผ่านระบบดิจิทัล หรือพื้นที่ Sandbox ได้ภายในเดือนเม.ย. 2562 นี้ ซึ่งจะสอดคล้องกับโครงการวิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์มตลาดกลางซื้อขายพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ หรือNational Energy Trading Platform (NETP) ที่ 3 การไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ไปตั้งแต่เดือนเม.ย.ปี2561

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา Energy For all ในหัวข้อ “เจาะลึก PDP 2018” ที่จัดโดยชมรมวิทยาการพลังงานรุ่นใหม่(ชวพม.) เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2562 ว่า ปัจจุบันการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันโดยเสรีผ่านระบบดิจิทัล ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากติดข้อกฏหมายและระเบียบต่างๆของรัฐ ทำให้ กกพ. เตรียมออกประกาศพื้นที่ Sandbox ที่จะผ่อนปรนกฎระเบียบให้สามารถซื้อขายไฟฟ้ากันได้ในขอบเขตที่จำกัด โดยที่ไม่มีปัญหากับระบบผลิตไฟฟ้าโดยรวม ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนเม.ย.2562 นี้

พื้นที่ Sandbox ดังกล่าว กกพ.อยู่ระหว่างการหารือกับทั้ง3การไฟฟ้า เพื่อพิจารณาดูว่าจะมีพื้นที่ใดที่มีความเหมาะสม โดยจะสอดคล้องกับการพัฒนาแพลตฟอร์มตลาดกลางซื้อขายพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ หรือNational Energy Trading Platform (NETP)

ทั้งนี้เมื่อเดือนเม.ย.2561 ที่ผ่านมา ทั้ง กฟผ. กฟภ. และ กฟน. ได้มีการลงนามเอ็มโอยูร่วมกัน เพื่อวิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์มตลาดกลางซื้อขายพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ และจัดทำแผนที่นำทางแพลตฟอร์มดิจิทัลการไฟฟ้าแห่งชาติ หรือ NETP ส่งเสริมการบูรณาการ การจัดทำโครงการวิจัยและพัฒนาร่วมกันของรัฐวิสาหกิจเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต

สมโภชน์ อาหุนัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด

ด้าน นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯได้จัดทำ ซอฟท์แวร์สำหรับระบบ Platform ที่ใช้บริหารจัดการซื้อขายไฟฟ้าระดับประเทศเสร็จแล้ว และมีการจดสิทธิบัตรในหลายประเทศ ซึ่งยินดีที่จะให้หน่วยงานไฟฟ้าของรัฐ นำไปต่อยอดใช้ได้ฟรี เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไปเริ่มต้นจากศูนย์
ซอฟท์แวร์ ที่บริษัทพัฒนาขึ้น จะทำให้วิเคราะห์และคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าได้แบบเรียลไทม์ และสามารถจะเลือกโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำที่สุด เพื่อเดินเครื่องให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการไฟฟ้าทั้งประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งภาครัฐสามารถที่จะนำไปทดลองใช้ในพื้นที่ ที่จะประกาศเป็นพื้นที่Sandbox ได้